NPCEU BOARD

Guest


Author Topic: การไปเฝ้างอนง้อ วอนขอ ตัวคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร {นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของ ประเท  (Read 32 times)

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3815
   การไปเฝ้างอนง้อ วอนขอ ตัวคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร {นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของ ประเทศไทย และ ยัง คงเป็น นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของ ไทยอยู่}

ตามหนังสือ ขอส่งตัว คนร้ายข้ามแดน ภายใต้ ข้อตกลงให้ส่งตัว (คนร้ายข้ามแดน) หรือ {Extraditable Treaty อ่านว่า เอกซ์ตราได้ท์เตเบิล ทรีตี้} กับ ประเทศสหราชอาณาจักร หรือ ประเทศอังกฤษ

โดยไม่เคย หารือ ข้อกฎหมายใดๆ เลยของ กระทรวงต่างประเทศของ ไทย รังแต่จะทำให้“ท่านผู้นำ” ต้อง เสีย รังวัด (หน้าแหก เป็นวาๆ หมอไม่รับเย็บ เพราะ บาดแผลฉกรรจ์ เกินไป) คือ อะไร?

ข้อที่ ๑. ในวันนี้เรา จะมาวิเคราะห์ในปัญหา การส่งตัวคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะ “ผู้ร้ายข้ามแดน” (The Extraditable any person as the Criminal per se under the Extradition Treaty, is it applicable or not?) ว่าทำได้ หรือ ไม่ได้อย่างไร?

ข้อที่ ๒. ภายใต้สนธิสัญญา “ส่งผู้ร้ายข้ามแดน” ในระหว่าง ประเทศไทย กับ ประเทศ- สหราชอาณาจักร หรือ United Kingdom, UK. เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า มี สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนในกรณีนี้ คือ สัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ปี ค.ศ. 1911 และ เท่าที่ เรา ท่าน ได้รับทราบ โดยทั่วกันแล้วว่า ข้อหาในทางอาญา ที่ปรากฏอยู่ ในสนธิสัญญาฉบับ ดังกล่าว ยาวเหยียด

ข้อที่ ๓. จะมีข้อหา ในทางอาญา ที่ไม่ตรงกับ หนังสือแสดงเหตุ ที่ขอร้องให้ส่งตัวคนร้าย ข้ามแดน กลับไปยัง ประเทศไทย ที่ทางราชการประเทศไทย ส่งให้ กับ ประเทศสหราชอาณาจักร หรือ ประเทศอังกฤษ ในกรณีนี้ เรา อาจไม่จำต้อง วิเคราะห์ว่า “คุณยิ่งลักษฯ อยู่ในสถานะ เป็น คนร้าย” แล้ว หรือไม่?”

ข้อที่ ๔. เพื่อประโยชน์แก่ การวิเคราะห์ เพื่อ ศึกษาเกี่ยว กับ กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ the International Law ผม มี ความจำเป็น ที่ต้องแจ้งให้ ท่านผู้อ่านทั้งหลาย ได้ทราบ ในข้อกฎหมายเช่นนี้ โดยรู้ว่า ท่านผู้อ่าน มี ความประสงค์ใคร่รู้

ข้อที่ ๕. ในกฎหมายระหว่างประเทศ หรือ the International Law ที่เกี่ยวกับ “การส่งผู้ร้ายข้ามแดน” มีหลักการทางกฎหมาย หลักการหนึ่ง ที่ใช้บังคับกันอย่างแพร่หลาย ก็คือ ทฤษฎีกฎหมาย ที่เรียกตัวเองในศัพท์แสง ทางกฎหมายว่า “The Specialty Doctrine”

ข้อที่ ๖. ซึ่งมีความหมายว่า ความผิด ที่จะส่งตัว คนร้ายข้ามแดนกัน ได้ ข้อหาในทางอาญา ที่ร้ายแรง ดังกล่าว ดังที่ปรากฏอยู่ ในสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน จะเป็น สนธิสัญญาสองฝ่าย (Bilateral Treaty) ก็ดี หรือ สนธิสัญญาหลายฝ่าย (Multilateral Treaty) ก็ดี

ข้อที่ ๗. ดังปรากฏอยู่ใน กฎหมายภายในของ ประเทศคู่พันธกรณีของ สนธิสัญญา แต่ละฝ่าย จะต้อง เป็นข้อหาทางอาญา ที่มีอยู่ในกฎหมายภายในของ แต่ละรัฐ และ ปรากฏข้อหา ที่ว่านั้น ชัดเจนอยู่ ในสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่มีพันธกรณีต่อกัน

ข้อที่ ๘. ซ้ำร้ายข้อหา ในทางอาญา ที่ร้ายแรง เช่นนั้น ต้องเป็น ความผิดอาญา ที่ปรากฏ อยู่ในเวลาที่สนธิสัญญา มีผลบังคับใช้ (มีการเจรจา เพื่อทำสนธิสัญญา ในระหว่างรัฐคู่ภาคี ก่อนเวลา ที่จะลงนาม เป็น สนธิสัญญาบังคับ ในระหว่างกัน) ความผิดที่เกิดก่อนเวลาของ สนธิสัญญาประเภทนี้ จะนำ สนธิสัญญานี้ ไปบังคับใช้ไม่ได้ และ

ข้อที่ ๙. ความผิดใดๆ ที่เกิดภายหลังจาก ที่สนธิสัญญาประเภทนี้ มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ไม่ปรากฏข้อหา หรือ ความผิด เป็น ลายลักษณ์อักษร อยู่ในสนธิสัญญา จะใช้สนธิสัญญาประเภทนี้ ไปบังคับใช้ได้หรือไม่? (เรา จะ ได้ยกมา ว่ากล่าว กันวันถัดไปในรายละเอียด)

ข้อที่ ๑๐. และในสนธิสัญญาประเภทนี้ ไม่เปิดโอกาส ให้ระบุ ความผิดในทางอาญาชนิดร้ายแรง เพื่อเปิดโอกาส ให้รัฐคู่พันธกรณีสนธิสัญญา ใช้กฎหมาย ในรูปแบบนี้ กล่าวหา ลงโทษแก่ จำเลยคนเดียวกัน ซ้ำในความผิด ที่ทำลงครั้งเดียวกัน เป็น จำนวนที่ลงโทษแก่ จำเลย สองครั้ง สองครา นี่คือ หลักทฤษฎีกฎหมาย อันเป็น พิเศษนี้ (the Specialty Doctrine) มีข้อห้ามเด็ดขาด ดังที่บรรยายมาให้ทราบ………(มีต่อ)  Thanaboon Chiranuvat 
[/b]