NPCEU BOARD

Guest


Author Topic: บทความพิเศษ ปัญหาของ ประเทศไทย ในเรื่อง การปิดเหมืองทองคำ ที่จังหวัดพิจิตร  (Read 99 times)

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3815
    บทความพิเศษ

ปัญหาของ ประเทศไทย ในเรื่อง การปิดเหมืองทองคำ ที่จังหวัดพิจิตร ที่เป็นของ บริษัท Kinsgate Consolidated Limited Company(บริษัท ที่เสนอขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ในประเทศออสเตรเลีย แก่ ผู้ประสงค์ ซื้อหุ้น หรือ ผู้ถือหุ้นในบริษัทมหาชน หรือ the Public Company)

โดยใช้รัฐธรรมนูญของ ประเทศ พุทธศักราช ๒๕๕๗ ในมาตรา ๔๔ เป็น เครื่องคุ้มกัน และ ปกป้อง ตนเอง ยังจะคงใช้ บทบัญญัติ ที่ว่านี้ รักษาเงาหัว ให้กับ

คนสั่งการ (ท่านผู้นำ) และ บรรดาลิ่วล้อ(ผู้ปฏิบัติการทั้งหมด ที่เป็นข้าราชการ ในระดับปลัดกระทรวง และ ข้าราชการ ที่ดำรงตำแหน่ง ในระดับ ที่ลดหลั่นกันลงมา) ได้แน่ หรือ?
๑. หาก ท่านผู้อ่านท่านใด ได้ติดตามในเรื่อง ปัญหาของ การใช้อำนาจ (the exercising of Power under Rulings, Section 44 of the Interim – Constitutional Law of Thailand, 2018) ตาม รัฐธรรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๕๗ ในมาตรา 44

๒. เราจะพบว่า กฎหมาย บัญญัติ ให้ อำนาจ ในการใช้อำนาจเช่นนี้ ไว้ อย่างกว้างขวาง เพื่อขจัดอุปสรรค หรือ ปัญหา ที่จะพึงเกิด หรือ เรื่องต่างๆ ที่ดำรงอยู่ ในวงงานการบริหาร ราชการแผ่นดินของ ประเทศ

๓. ทำให้ ผู้ใช้อำนาจ สั่งการ[สวมหัวด้วย ตำแหน่ง ผู้ ใช้อำนาจ บริหาร] ดำรงสถานะ ในทางกฎหมาย (ในมุมมองของ การใช้อำนาจจ่ากรัฐธรรมนูญ กติกาสำคัญ ที่เป็น แม่แบบ หรือ พิมพ์เขียว ในการบริหารราชการแผ่นดิน) สูงกว่า ผู้ใช้อำนาจในฝ่ายอื่นๆ [ฝ่ายนิติบัญญัติ, the Legislature และ ฝ่ายตุลาการ, the Judiciary]

๔. ผิดหลักเกณฑ์สำคัญ ในการปกครองประเทศด้วย ระบอบ ประชาธิปไตย ที่ต้องอยู่ภายใต้กฏเกณฑ์สำคัญของ “การแบ่งแยกอำนาจ หรือ the Separation of Powers หลักคิดทางประชาธิปไตย ที่ถูกวาง เป็น กฏเกณฑ์ สำคัญ ในทางการปกครองด้วย ระบอบประชาธิปไตย์ ไว้ด้วยความคิดสำคัญของ ปราชญ์นักคิด มองส์เตสกิเออร์ (Montesquieu) ที่โลกทั้งใบยอมรับโดยดุษฎี”
๕. ในที่สุด ในปัญหาข้อพิพาทในการใช้อำนาจรัฐ (the exercising of Police Power or Eminent Domain as the Sovereign Power) ที่ก่อให้เกิด ปัญหาข้อพิพาท ในระหว่าง ประเทศไทย กับ ประเทศออสเตรเลีย

๖. ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ (สองฝ่าย) ในเรื่อง เขตการค้าเสรี หรือ Free Trade Area) ปี ค.ศ. 2004 ตามบทบัญญัติของ ข้อตกลงระหว่างประเทศ ฉบับนี้ ในบทบัญญัติที่ 912 การเวณคืนทรัพย์สิน ที่ใช้ในการลงทุนของ (เอกชน ต่างชาติ)โดยปริยาย หรือ โดยทางอ้อม หรือ Indirect Foreign Investment

๗. เมื่อเกิดการต่อรอง เพื่อ ให้เลื่อนการพิจารณาคดีของ คณะอนุญาโตตุลาการของ องค์การการค้าโลก หรือ World Trade Organization, WTO ออกไป เป็น ปีหน้า ประเทศไทย พร้อมด้วย คณะ คสช. จึงต้องมาเผชิญ กับ คำฟ้องของ บริษัทผู้รับประกันภัย (บริษัท Zurich อ่านว่า ซูริช) ซึ่งตรงนี้ พี่น้อง ประชาชน คนไทย ต้อง เข้าใจ ให้ ถูกต้องเสีย ก่อนว่า

๘. ก่อนที่ บริษัท Kingsgate Consolidated Limited Company ที่เป็นบริษัทฯ ที่ตั้งอยู่ ในประเทศออสเตรเลีย จะมาลงทุน ในประเทศไทย เขา ย่อม จะ ต้องเอา ความเสี่ยงทั้งหลาย (Risks) ทั้งหมด ที่อาจ จะ ต้องเกิด ในระหว่างที่การลงทุนของ เขา ยังอยู่ในประเทศไทย ไปประกัน ความเสี่ยง เอาไว้ กับ บริษัทผู้รับประกันภัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทลอยย์ ของ ประเทศอังกฤษ, บริษัท เอ.ไอ.เอ จำกัด หรือ บริษัท พลูเด็นเชี่ยล ประกันภัย จำกัด ของประเทศสหรัฐอเมริกา

๙. ความเสี่ยงในทางการเมือง หรือ การเวณคืนทรัพย์สินของ เอกชน ที่เกี่ยวพันในทางการค้าของ นักลงทุน จึง เป็น ความเสี่ยงประเภทหนึ่ง ที่กฎหมายระหว่างประเทศ อนุญาต ให้ ผู้ลงทุน สามารถ นำ ความเสี่ยงนั้น ไปประกันภัย ไว้ได้

๑๐. ขอให้ท่านผู้อ่านทั้งหลาย ไปตรวจดู หนังสือของ บริษัท Kingsgate Consolidated Limited Company (ออสเตรเลีย) ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ปี ค.ศ. 2018 หรือ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ บริษัทดังกล่าวออกมา แถลงว่า

๑๑. “บริษัท ผู้รับประกันภัย จะ ออกมา แถลง อย่างเป็นทางการ ในวันที่ ๖ กรกฎาคม ปี ค.ศ. 2018 ถึง ตารางเวลาในการดำเนินคดี ในศาลของ รัฐนิวเซ้าเวลล์ ในประเทศออสเตรเลีย ตามที่ปรากฏอยู่ตามคำฟ้องของ บริษัทผู้รับประกันภัย (บริษัท Zurich) ในเรื่อง ที่บริษัท Kingsgate ได้ ไปเอา ประกันภัยไว้ ในความเสี่ยง ”
(ให้ ดูหนังสือของ บริษัทคิงเกตต์ คอนโซลลิเดดเต็ด จำกัด ลงวันที่ 1 มิถุนายน
ปี ค.ศ. 2018 ที่ได้ ประกาศ ต่อ สาธารณชนทางเว็ปไซดด์)

๑๒. ต้องถามต่อไปว่า “บริษัท Kingsgate Consolidated Company Limited ( อ่านว่า บริษัท คิงส์เกต คอนโซลลิเดดเต็ด คอมปานี ลิมิเต็ด ทำได้หรือไม่? และ บริษัท Zurich (อ่านว่า ซูริช) สามารถ รับ ทำประกันภัย ไว้ก่อน มี การเปิดการลงทุน ของ บริษัท คิงส์เกตในประเทศไทย ทำได้หรือไม่? คำตอบ คือ ทำได้โดยชอบ ด้วยกฎหมาย และ

๑๓. เมื่อบริษัท คิงส์เกต มีอุปสรรค ทางการเมือง เกิดขึ้น ในประเทศไทย (ถูกยึด สัมปทาน ทำเหมืองทอง) บริษัท คิงส์เกต สามารถ ไป เรียกร้อง ค่าเสียหายได้ จากบริษัทซูริช บริษัทผู้รับประกันภัย ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

๑๔. เมื่อ บริษัท ซูริช ผู้รับประกันภัย ต้องจ่าย ค่าเสียหาย ชดใช้ ให้ แก่ บริษัท คิงส์เกต จำกัด แล้ว ย่อม หันมาฟ้อง ประเทศไทย และ คณะ คสช.{ซึ่งต้องรับผิดชอบในฐานะส่วนตัว เพราะ ไม่ใช่รัฐบาล โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็น Junta (อ่านว่า ฮุนต้า)} ทั้งหมด ให้ ต้องรับ ผิดชอบ ต่อ บริษัท ผู้รับประกันภัย (ซูริช) ในฐานะ ผู้กระทำละเมิด ต่อ บริษัท ในศาลของ มลรัฐนิวเซ้าเวลล์ ในประเทศออสเตรเลียได้เสมอ.

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า “ช้างตายทั้งตัว อย่าเอาใบบัว มาปิด.”     Thanaboon Chiranuvat     
[/b]