NPCEU BOARD

Guest


Author Topic: ข้ออรรถ ข้อธรรม เรื่อง "คดีความของพระเถระชั้นผู้ใหญ่" Scenario อนาคตมหาเถรสม  (Read 113 times)

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3817
       
  FB Uthit Siriwan        ๑๐.๖.๒๕๖๑
วันอาทิตย์ แรม ๑๒ ค่ำ เดือน ๗ ปีจอ
วันโลกาวินาศ ไม่ควรทำการมงคล
วันระกาไม่ถูกกับเถาะ     ข้ออรรถ ข้อธรรม    เรื่อง "คดีความของพระเถระชั้นผู้ใหญ่" Scenario อนาคตมหาเถรสมาคม   สรุปประเด็นสำคัญ"อำนาจมหาเถรสมาคม"
ควรใช้มาตรา ๑๙ ตามพรบ.คณะสงฆ์เพื่อต่อสู้กับมาตรา ๒๙ และ มาตรา ๓๐แต่ต้องรีบประชุมและลงมือเร็วที่สุด  ก่อนที่จะถูก Shut down

----- เรื่องนี้จะลงเอยอย่างไร?อยู่ที่ "กรรมการมหาเถรสมาคม"จะเตรียมตัวจะเตรียมตัวเตรียมการเตรียมใจอย่างไร?

------ รายชื่อมหาเถรสมาคมที่เหลือที่ผมมองว่าพอเป็น "ความหวัง"ก็คือ"สมเด็จพระสังฆราช""หลวงพ่อสมเด็จปยุตฺโต"หลวงพ่อสมเด็จวัดไตรมิตร""หลวงพ่อวัดยานนาวา"ที่ดูแล้ว พอจะมีพลังอำนาจและรู้ทัน "ฝ่ายตรงข้าม"ส่วนรายชื่อที่เหลือ ผมไม่คาดหวังแต่ต้องเสริมพลังด้วย "แนวรุก"ที่เล่นเกมส์การเมืองเป็นอย่าง "ส. ศิวรักษ์" เป็นต้นที่รู้ทันเกมส์การเมืองรัฐและคณะสงฆ์ ถ้าหลวงพ่อปยุตฺโตซึ่งอาจารย์ ส. ศรัทธามากออกปาก"สายวัดบวรนิเวศ" กำชับ เพราะมีบุญมีคุณต่อกันในอดีตอยู่ ส. ศิวรักษ์ จะ "กลับหลังหัน" ทันทีอย่างท่านชาคโร ภิกขุพระฝรั่งที่รู้ทันสังคมคนไทยและพูดแล้วชนชั้นสูงเชื่อ อย่างกลุ่มพระสายท่านไพศาล วิสาโลซึ่งแล้วแต่ "ส. ศิวรักษ์" จะชี้กลุ่มท่านวัดต่างๆ ซึ่งเป็นสุปฏิปันโนนำแต่ยังไม่แสดงตัว และไม่มีแผลยังมีอีกหลายกลุ่ม อ่านข่าวพระรายวันแล้วอ่านข่าวพระรายวันแล้วและมีอีกเป็นจำนวนมากทั่วประเทศและทั่วโลกหรือท่านมหานรินทร์ อะลิตเติ้ลบุ้ดด้า ซึ่งแม้จะเกลียดบางฝ่าย ชอบบางฝ่ายแต่ถึงที่สุด เวลาพระพุทธศาสนามีภัยท่านก็ยอมกลืนเลือด ร่วมรบอีกสักตั้งสมาคมเปรียญธรรม ๙ประโยค อย่างท่านรักสยาม ท่านเอกภพกลุ่มท่านบรรจบ บรรณรุจิ ท่านกรณ์ มีดีกลุ่มท่านจรูญ วรรณกสิณานนท์ซึ่งมีทีมกฎหมายเข้มแข็ง ก็พร้อมลุยช่วยหลวงปู่หลวงพ่อ ซึ่งเป็นครูบาอาจารย์ของตนทั้งนั้น กลุ่มราชบัณฑิตอย่างอาจารย์ปู่ จำนงค์ ทองประเสริฐ ราชบัณฑิต ยังมีเครือข่ายผู้รู้มีความคิดอ่านอีกนับร้อย อย่างรายท่านอาจารย์ ทองย้อย แสงสินชัยซึ่งแม่นยำในพระธรรมวินัย และทำงานช่วยราชบัณฑิตยสถานอยู่ ขอเพียง "อาจารย์จำนงค์" ออกปากแนวร่วม แนวรุก มากันตรึม สำคัญคือท่านอาจารย์จำนงค์
เป็นอาจารย์แท้ๆ ของสมเด็จพระสังฆราช
สมเด็จพสมเด็จพระสังฆราชระสังฆราชสมเด็จพระสังฆราชเรื่อง "หาช่อง" ตามข้อกฎหมาย ก็มีฝีมือไม่เป็นสองรองใครโดยเฉพาะ "พลังอำนาจ" ด้านคอนเนคชันเป็นชาย อย่าหมิ่นชาย   กลุ่มนักวิชาการ มจร มมร   
  กลุ่มนัถ้าผนึกกำลัง ผสมผสานกับกลุ่มมวลชนเข้มแข็งกวิชาการ มจร มมร ถ้าผนึกกำลัง ผสมผสานกับกลุ่มมวลชนเข้มแข็งซึ่งมีท่าน ดร. อำนาจ บัวศิริ เป็นต้นเป็นทีมงานถ้าผนึกกำลัง ผสมผสานกับกลุ่มมวลชนเข้มแข็งถ้าผนึกกำลัง ผสมผสานกับกลุ่มมวลชนเข้มแข็งอย่าง "วัดพระธรรมกาย"   
" ซึ่งเต็มไปด้วยผู้รู้มีสติปัญญามีความคิดความอ่าน   ซึ่งเต็มไปด้วยผู้รู้มีสติปัญญามีความคิดความอ่าน   รักและเทิดทูนพระพุทธศาสนาชนิดทุ่มเอาชีวิตเป็นเดิมพัน ยอมตายเพื่อพระพุทธศาสนาได้ทุกเมื่อขอเพียง หลวงพ่อทัตตชีโว หลวงพี่ฐานวุฑโฒ  เป็นต้น ช่วยคิดอ่านก็ "รัฐบาลที่เข้มแข็ง" ๑ รัฐบาลดีๆ นี่เอง !หรือกลุ่มหลวงพ่อวัดเขียนเขต ปทุมธานีซึ่งกำลัง "ร้อนวิชา" เพราะเพิ่งจบ "นิติศาสตร์"   มจร รุ่นแรก นี่ก็ความคิดอ่านไม่เบา รักพระพุทธศาสนา สุดชีวิตรู้ทัน "กลอุบาย" ฝ่ายตรงข้าม หลวงพี่แย้ม วัดไร่ขิง หลวงพ่อสุเทพ วัดพระปฐมเจดีย์หลวงพี่พิมพ์ วัดปทุมคงคาหลวงพ่อพระมหาโพธิวงศาจารย์ วัดราชโอรสหรือพระหนุ่มๆ อย่างท่านเจ้าคุณพระปริยัติธาดา วัดกัลยาณมิตรท่านเจ้าคุณพระเทพปริยัติโมลี วัดโมลีโลกยาราม อย่างท่านพระครูปลัดวิเชียร วัดไทยสิริราชคฤห์ ท่านพระครูศรีฯ เจ้าคณะอำเภอด่านขุนทดซึ่งนุ่มนวล และมือยังสะอาด ไม่มีแผลไม่มีช่องโหว่ให้โจมตีคือต้องใช้แนวคิด "รัชกาลที่ ๕" "กลางเกล่า กลางใหม่" ท่านเจ้าคุณประเทือง เจ้าคณะจังหวัดลพบุรี เรื่อง "กลศึก" เก่งกาจยิ่งนักแม้จะเพลี่ยงพล้ำในล็อต ๒ ผมก็เชื่อว่า ถ้าหาตัวจากเซฟเฮาส์ได้ ก็มีความคิดความอ่าน รู้ทัน "อีกฝ่าย" เช่นกันและสำคัญต้องตกลงกันก่อนว่า อย่าจับผิดกันอย่าใส่ร้าย ใส่ความกันถกทะเลาะกันได้ แต่อย่าอาฆาตกันและอย่าให้แต่ละฝ่าย รู้สึกถูก "หลอกใช้" "ทำงานฟรี" เลิก "จับผิด" เลิกจ้องกำจัด "จุดอ่อน" ว่าที่จริง "เปรียญธรรมสมาคม"   ก็มี "สมาคมฯ" ซึ่งนำโดยพี่ชายที่แสนดี   พันเอกพิเศษ บุญชู ศรีเคลือบ สำนักงานก็มีที่ปรึกษากฎหมาย ตั้งอยู่ในวัดสามพระยาแท้ๆ  แต่ทำไมไม่มีการปรึกษาข้อกฎหมาย ให้ข้อคิด "พระพรหมดิลก" ก่อนถูกจับ  ผมก็ยังงงๆ อยู่ สมาคมฯของพี่เกื้อ พลเอกธงชัย เกื้อสกุล พี่เกื้อเอง ก็เข้มแข็ง และรู้ทัน "ขั้วอำนาจ"มีทีม "คลังสมอง วปอ." หนุนหลังศิษย์สาย "ครูสมาธิ" หลวงพ่อวิริยังค์ มวลสมาชิกก็นับแสนๆ คนไม่นับวัดป่าอื่นๆ พร้อมออกมาหนุน "มหาเถรสมาคม" ได้  ไม่นับสื่อต่างๆ สื่อที่เป็น "พุทธแท้" ก็มีไม่นับสื่อต่างๆ สื่อที่เป็น "พุทธแท้" ก็มีพี่สมาน สุดโต เครือข่าย "โพสต์ทูเดย์" เป็นต้น๒ ชื่อนี้ ระดมทีมมาได้ นับร้อยทีวีช่องต่างๆ ที่เป็นศิษย์พระวัดนั้นวัดนี้ก็มีมากมายมือกฎหมายกลุ่มทนายความ อัยการ ผู้พิพากษาเนติบัณฑิต ที่เป็นมหาเปรียญ คนวัด ก็มีนับร้อยๆ คนอย่าง "วันชัย สอนศิริ"ก็แฝงตัวอยู่กับ "วัดไตรมิตรวิทยาราม"อยู่ที่หลวงพ่อสมเด็จวัดไตรมิตรจะเรียกใช้หรือไม่?เพียงแต่ยังไม่ได้รวมตัวและไม่ได้ถูกมหาเถรสมาคมดึงตัวเอามาใช้งานผมเชื่อว่า "ทีมกฎหมาย" เหล่านี้ผมเชื่อว่า "ทีมกฎหมาย" เหล่านี้ช่วย "พระ" ได้เกมศึกหนนี้ ผมว่า "พระ" มิได้เพลี่ยงพล้ำใดๆเพียงแต่ไม่เรียกใช้ "ใคร"คือท่านคิดเห็นไปว่าไม่ผิด จะมายัดข้อหาอะไรให้  ลืมคิดกลับข้าง ไม่ผิด เขาจะฟ้องทำไม?กฎหมายคือ "ทำผิด" หรือไม่?กฎหมายอาญา หลายมาตราเอื้อต่อการช่วยพระหลุดรอดพ้นคดีไปได้แต่ต้องแก้ตัวแก้ต่างให้เป็เหมือนหลวงพ่ออาจ อาสโภมีทีมทนายวัดมหาธาตุ ช่วยอยู่เบื้องหลัง เยอะมาก มิได้โดดเดี่ยว เดียวดาย ต้องไปอ่านหนังสือ "ผจญมาร" จึงจะเข้าใจ ถ้าเลิก เค็ม เลิกเหนียว เลิกเขี้ยว เลิกเบี้ยวจ่ายค่าตอบแทนตามความเป็นจริงตามความคิดความอ่านไม่ใช่ "ฟรี" อะไรก็ "กฐิน" "ผ้าป่า" ก็จะมีคนช่วยคิดอ่านกันอีกมากก็จะมีคนช่วยคิดอ่านกันอีกมากถ้ารวมพล รวมพลังชาวพุทธใช้อำนาจตามมาตรา ๑๙พรบ. คณะสงฆ์ ปี ๒๕๓๕ ฉบับแก้ไขผมว่า "มหาเถรสมาคม"ผมว่า "มหาเถรสมาคม"ได้ทันท่วงทีครูบาอาจารย์ตามมหาวิทยาลัยต่างๆ
อย่างท่าน ผศ. ดร. บุญรอด บุญเกิด
ท่าน ดร. ชัยณรงค์ ศรีมันตะ
มันสมองระดับคณบดี และหัวหน้าภาค


มหาวิทยาลัยบูรพา

ไม่เป็นสองรองใคร
สามารถระดมทีม ระดมสมัครพรรคพวก
มหาวิทยาลัยต่างๆ มาช่วยมหาเถรสมาคมได้


วิธีต่อสู้แบบอหิงสา
หวนกลับสู่ระบบ "ปาติโมกขสังวร"
สีลสังวร เป็นต้น
ผมว่า "เอาอยู่"

กรมการศาสนาเองในเวลานี้
อธิบดีก็คนวัด
มหาเถรสมาคม สายวัดยานนาวาเป็นต้น
หรืออย่างท่าน ดร. ประสิทธิ์ บุตรศรี
ซึ่งคลุกคลีตีโมง คลุกวงใน
ดึงกรมการศาสนาเป็นแนวร่วมได้สบายมาก

ส่วนสำนักพุทธฯ คงไม่ต้องพูดถึง
แต่ละคนกำลัง "ไข้ขึ้น"
ไม่ว่าจะเป็นท่าน แก้ว ชิดตะขบ
ท่านบุญเชิด กิตติธรางกูร
ที่แคล้วคลาดปลอดภัยอย่าง
ท่านประดับ โพธิกาญจนวัตร
ปักหลักอยุธยา ก็ระวังตัวอย่างเข้มงวด

อย่างรายท่าน ดร. บุญเลิศ โสภา
ผอ. สำนักพุทธฯ กาญจนบุรี
คนดังในวงการยุทธจักรดงขมิ้น
ที่กำลังถูก "ละเลงสี" จนเละไปทั้งตัวเวลานี้
ป่านนี้คงนอนฟังเพลง
"ส่งข่าวทิดมั่น" ของพุ่มพวง ดวงจันทร์
อยู่ที่กาญจนบุรี

คงไม่มีเวลามาตามหา
น้องๆ แถวบางลี่
ไม่มีกะจิตกะใจจะไปไหว้พระวัดป่าเลไลย์ สุพรรณบุรี

https://www.youtube.com/watch?v=s7npsqfh3q0

และคงไม่มีเวลาเยี่ยมเยียน
"ทิดธงชัย" คนสระบุรี บ้านเดียวกัน
ซึ่งลือกันกระหึ่มวงการ
ว่าร่วมกันคิดอ่านอย่างไร
ถึงกลายเป็น "นิวเคลียร์"
ทำลายล้าง "มหาเถรสมาคม"
แหลกเป็นจุณ ในห้วงเวลานี้

ที่ผมทึ่งและอึ้งคือ
อดีต ผอ. สำนักพุทธชาติทั้ง ๓ คน
นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์
เป็นต้น

ทำไมยังอยู่ดีมีสุข ที่เท็กซัส
ไม่เห็น "พี่แป๊ะ"
พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชัยจินดา
นรต. ๓๖ ที่แนบแน่นผูกพันกับ
หลวงพ่อสมเด็จพระสังฆราช (วาสน์ วาสโน) ยิ่งนัก
พี่แป๊ะผู้เป็นที่รักและเคารพของรองปิงและดาบแขก
วงการพระสงกะสัย
ทำไมพี่แป๊ะ
ไม่ส่งคนไปตามไล่ล่า "นายนพรัตน์" ตัวการใหญ่
เพื่อกลับมาสอบสวน สืบสวน
ปล่อยให้ลอยนวล ลอยตัวหนีปัญหา
ไม่เหมือนไล่ล่าทิดจำนงค์ที่เยอรมัน

คณะสงฆ์อยากให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ
ไล่ล่านายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ด่วน

อย่าปล่อยให้คนชั่วลอยนวล
กลับมาจะ "ให้การ" สาวถึงมหาเถรสมาคมท่านใด
ก็ว่ากันตามพยานหลักฐาน!

ผิดเป็นผิด ถูกเป็นถูก

จะได้ใจแวดวงชาวพุทธเป็นอันมาก

ฝากให้รองปิงและดาบแขก
กระซิบบอกพี่แป๊ะด้วย

------

กลศึกยามนี้
ผมมองว่า "วัดต่างๆ"
ต้องยึด "ธรรมวินัย" ให้แม่น
ยึดศีล ๒๒๗ ยึดพระปาติโมกข์
ไม่ต้องมาเสียเวลาถกเถียงกัน
"พระจับเงิน" ได้หรือไม่?

ยึดหลักการคือ "พระธรรมวินัย" ให้เข้มแข็ง

คือดีก็ดีให้จริง
อำนาจ "เผด็จการ" ก็ทำอะไรไม่ได้
ต่อให้ สิบ พ. สิบ ม. ก็ทำการใดๆ ไม่ได้
ต่อให้ "ม..." "บงการ" "ชักใย" "สั่งการ" แค่ไหน
ก็ทำให้คณะสงฆ์อ่อนแอไม่ได้

ถ้าสังฆมณฑล ยึดหลัก "พวกเราต้องรักกัน"
ตามแนวคิด "วัดมงคลทับคล้อ" พิจิตร เป็นหลัก
ใดๆ ที่ยุ่งเหยิง
ก็จะสงบ ระงับ

การแก้ปัญหาคณะสงฆ์ในอดีต
ต้องพึ่งพาสติปัญญา
พระสายวัดป่าวัดบ้าน
นักปราชญ์ ราชบัณฑิต ผู้รู้
ช่วยกันคิดอ่าน
จึงจะฝ่าวิกฤตรอดไปได้

ผมยังคิดและเชื่อเสมอว่า
แผ่นดินไทย
พระสุปฏิปันโน
เทวดาฝ่ายสัมมาทิฐิ
ยังหวงแหนและปกปักรักษา
พระพุทธศาสนาอยู่
เพียงแต่อยู่ในห้วง "ทดสอบ"
มารไม่มี
บารมีไม่เกิด

และพร้อมที่จะแสดงตัวออกมา
ช่วยกันปกป้องภัยพระพุทธศาสนา
ยังมีอีกเป็นอันมาก

-------

ว่าที่จริงปัญหาของคณะสงฆ์เวลานี้
ตกอยู่ในกระแส "โลกาภิวัตน์"
ที่เรียกว่า "การเปลี่ยนแปลง"
ถ้าไม่เปลี่ยนแปลงตนเอง
ก็ต้องถูกบังคับผลักดันให้เปลี่ยนแปลง

------

ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น
มองแบบติชมโดยสุจริต
ผมเห็นว่า "มหาเถรสมาคม"
กำลังอ่อนแอลงเรื่อยๆ
ถึงสัปดาห์นี้ กรรมการมหาเถรสมาคม
หายไป ๓ รูป
สัปดาห์หน้า สมมติว่าหายไปอีก ๒-๔ รูป
อยู่ที่อีกฝ่าย "กล้า" เด็ดขาดหรือไม่

ก็จะเหลือผู้ปฏิบัติหน้าที่
"กรรมการมหาเถรสมาคม"
น้อยลงไปเรื่อยๆ
และถ้าถูก "ตรวจสอบ"
โดยเป็นไปตามวิธีปฏิบัติ
"ตั้งข้อหา - ออกหมายจับ - ส่งศาล - ศาลไม่ให้ประกันตัว
อ้างโทษฐานความผิดสูง อาจออกมายุ่งเหยิงทำลายพยานหลักฐาน - สึก - จับคุมขัง - ติดคุก"
ใช้อำนาจตามมาตรา ๒๙, ๓๐
แห่งพรบ.คณะสงฆ์ ปี ๒๕๐๕ ฉบับแก้ไข ปี ๒๕๓๕

กว่าจะสู้คดีรอดพ้นจากทุกข้อหา
ใช้เวลา ๙-๑๐ ปี

จะรอรัฐบาลประชาธิปไตย
ฟากการเมือง ก็ยังเละเป็นวุ้น

เว้นไว้เสียแต่ว่า
ไฟไหม้คณะสงฆ์
เป็นการจุดชนวนให้เกิดการลุกฮือ
"เปลี่ยนแผ่นดิน" ???

------

ผมสังเกตดู วัดที่เข้มแข็ง ก็จะยืนหยัดต่อไปได้
ยกตัวอย่าง "สันติอโศก" พอถูกทำลาย
ก็ยังยืนหยัดและมีพลัง
ความเข้มแข็งของกำลังคน "สันติอโศก"
มีผลต่อ "มหาเถรสมาคม"
น่าขบคิดยิ่งนัก

อีกตัวอย่าง "ธรรมกาย" พอถูกทำลาย
ก็รวมพลระดมทีมเข้มแข็ง ผนึกและประสานพลัง
ทั้งในและต่างประเทศ

รัฐต้องถอยพลางสู้พลาง
แต่เกมส์ก็ยังไม่จบลงง่ายๆ
คอยเล่นทีเผลอ

ไม่แตกต่างจากสุเหร่าและมัสยิดต่างๆ
ซึ่งพอเกิดเรื่องกระทบ
อีก ๑๐ มัสยิด ก็ลุกฮือทันที

ซึ่งวิธีปฏิบัติของสันติอโศก
ธรรมกาย
สุเหร่าต่างๆ
ศิษยานุศิษย์เข้มแข็ง
สามัคคี มีพลัง
อ่านเกมส์รบ กลศึกอีกฝ่ายออก
ระดมทีม ระดมทุน
ทำงานกันทั้งวันทั้งคืน
สามัคคีอย่างแท้จริง

แตกต่างจาก
พระในวัดสามพระยา
วัดสัมพันธวงศ์ วัดสระเกศ
หนียะย่าย พ่ายยับเยิน
ไม่มีกะจิตกะใจ ไม่มีกำลังคิดจะต่อสู้
เพื่อคืนความชอบธรรม แก่เจ้าอาวาส

"แพ้เป็นโจร
ชนะเป็นเจ้า"

หนทางที่แต่ละวัดจะกลับมาชนะ
กลับมาเป็นเจ้าอาวาส
ถ้าดูตามเกม

ยืดเยื้อ
ยาวนาน
หนทางที่ท่าน ดร. เอื้อน และทีม
จะกลับมาเรืองอำนาจ
รุบหรู่
ริบหรี่

สำคัญคือ "ใจเสีย"
คนเราถ้า "ใจเสีย"
ถอดใจ
ท้อแท้
หดหู่
เคยมีอำนาจ
เคยเป็นใหญ่
แล้วร่วงวูบ

ก็ดูหลวงพี่เสนาะที่นับถือของผม
เป็นตัวอย่าง
พระพรหมสุธี
เคยเรืองอำนาจ
แต่พอสูญเสีย สูญสิ้น
เดียวดาย อาดูร
สิ้นสูญ ทุกสิ่ง
ผลที่เกิดตามมา
ก็เป็นอย่างที่เห็น
-------

เหตุการณ์คณะสงฆ์เวลานี้
ผมนึกถึงตอน "ชัตดาวน์กรุงศรี"
ก่อน "เสียกรุงครั้งที่ ๒"
ชาวค่ายบางระจัน
ก็ส่งข่าวมายังวังหลวง
แต่ "ศูนย์กลางอำนาจ" เพิกเฉย
พอค่ายบางระจันแตก
ก็มีผลถึง "กรุงแตก"
https://th.wikipedia.org/wiki/บางระจัน

ตอนขุนรองปลัดชู
ยกทีมชาวบ้านแถบวิเศษไชยชาญ
๔๐๐ ชีวิต
พลีชีพเพื่อพระเจ้าเอกทัศน์
สุดท้าย "ราชสำนักอยุธยา"
ก็ไม่เยื่อใยไมตรี ไม่ยินดียินร้าย
https://th.wikipedia.org/wiki/ขุนรองปลัดชู

ที่จะรบเข้มแข็ง เป็นเรื่องเป็นราว
คือ "พระยาตาก"
เมื่อไม่กี่วัน
ผมไปวัดอโยธยา
ขับรถหลงทาง
ไปบรรจบ "วัดพิชัยสงคราม"
ยังชี้เชิญชวนให้ผู้นั่งบนรถ
ดูป้ายวัดพิชัยสงคราม
และบอกว่าสมัยก่อนกรุงแตกครั้งที่ ๒
พระยาตาก พาไพร่พล
ตีฝ่าวงล้อมพม่าออกมาทางนี้
ด้วยแนวคิด
"แพ้เป็นโจร
ชนะเป็นเจ้า"

https://th.wikipedia.org/wiki/สมเด็จพระเจ้ากรุงธนบุรี

------

ตอนก่อน "รัฐบาลประชาธิปไตย" ยุคหนึ่ง
จะถูก "ชัตดาวน์"
คราวหนึ่ง ผมพบเลขาธิการฯ ท่านนายกรัฐมนตรี
ผมบอกว่าจะถูก "ชัตดาวน์"
ท่านเลขาฯ บอก
ถึงรู้ก็คงไม่กล้ารายงาน
เพราะท่านเลือกที่จะเชื่อและฟัง
คนรอบตัวอีกสาย

สุดท้ายถูกชัตดาวน์ เสียอำนาจ
และไม่มีผืนพสุธาจะอาศัย

ผมเอง บอกตรง
ไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด
ชอบ "อำนาจ" ที่เป็นไปโดยชอบ
ประกอบโดยธรรม

มหาเถรสมาคม
เมื่อมีอำนาจ
ใช้อำนาจเพื่อลูกพระลูกเณร
จะได้ใจผม มากกว่า
เพื่อตัวตน และพวกพ้อง

--------

เวลานี้
ผมเห็น "แวว" มหาเถรสมาคม
ที่เห็นแก่ลูกพระลูกเณร
ก็คือ "วัดยานนาวา"
และ "วัดไตรมิตรวิทยาราม"
ก็หวังว่าจะมีจำนวนเช่นที่ว่า
เพิ่มจำนวนตัวเลข
มากขึ้นเรื่อยๆ

แต่ถ้ามหาเถรสมาคม
ยังเป็นระบบ "เพื่อตนและพวกพ้อง"

จุดจบ ก็คงไม่ต่างจาก
"อำนาจรัฐ"
สมัยพระเจ้าเอกทัศน์
ซึ่งความรักตนและพวกพ้อง
เกรงใจ "นางใน"
กลัว "เมีย" มากกว่ากลัว "พม่า"
สุดท้ายไทยต้องเสียกรุงศรี

------

จดหมายเหตุของบาทหลวงชาวฝรั่งเศส
ได้บันทึกไว้ว่า
“บ้านเมืองแปรปรวนเพราะฝ่ายใน
(พระราชชายา) ได้มีอำนาจเท่ากับพระเจ้าแผ่นดิน
ผู้มีความผิดฐานกบฏ ฆ่าคนตาย
เอาไฟเผาบ้านเรือน
จะต้องได้รับโทษประหารชีวิต
แต่ความโลภของฝ่ายใน
ให้เปลี่ยนเป็นริบทรัพย์สิน
ริบได้ก็ตกเป็นของฝ่ายในทั้งสิ้น
พวกข้าราชการเห็นความโลภของฝ่ายใน
ก็แสวงหาผลประโยชน์กับผู้ต้องหาคดี
ให้ได้มากที่สุดที่จะหาได้จะได้
แบ่งเอาบ้าง
ความเดือดร้อนลำเค็ญ
ก็ยิ่งทับถมราษฎรมากขึ้น”

แม้จะมีบันทึกถึงพระเจ้าเอกทัศน์ในด้านดี
จากคำให้การของชาวกรุงเก่าความว่า
“ทรงพระกรุณากับอาณาประชาราษฎร์ทั้งปวง
แผ่เมตตาไปทั่วสารพัดสัตว์ทั้งปวง”

ทว่า "ข้อเท็จจริง" เรื่องราวขุนรองปลัดชู
และค่ายบางระจัน รวมถึง "การก่อขบถ"
ของ "พระยาตาก" และค่ายอื่นๆ
ล้วนสะท้อนความจริงว่า

ใครจริง
ใครลวง

------

สะเกนะ กัมเมนะ ปัญญายิสสะถะ
ท่านทั้งหลาย จักปรากฏ ด้วยกรรมของตน

-------

วิธีแก้ปัญหาคดีเงินทอนของพระ

ความเห็นผม
มหาเถรสมาคม
ต้องลุกขึ้นจัดการวัดต่างๆ
ตั้งอนุฯ ตามอำนาจมาตรา ๑๙
ตรวจสอบตนเอง
ก่อนจะถูกชัตดาวน์

--------

แต่เดาว่า
เสนอไปแล้ว
ก็คงลับหายไปกับสายลม

แล้วก็ร่วงผลอยลง

รายแล้ว รายเล่า

เพราะระบบ "ตัวใครตัวมัน"
"วัดใครวัดมัน"

-------

ถ้าวัดสี่หมื่นวัดเศษ
นำโดย "สมเด็จพระสังฆราช"
และ "กรรมการมหาเถรสมาคม"
ที่เหลือ ผนึกกำลัง

พระพุทธศาสนา
ยังคงมีความหวังขอรับ

พุทธคารวตา
ธัมมคารวตา
สังฆคารวตา
และ
ราชคารวตา
             
[/b]