NPCEU BOARD

Guest


Author Topic: พระอาจารย์กล่าวถึงคดีสงฆ์ เงินทอนวัด ปี พ.ศ. 2561  (Read 49 times)

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3798
        พระอาจารย์กล่าวถึงคดีสงฆ์ เงินทอนวัด ปี พ.ศ. 2561

พระอาจารย์กล่าวว่า

"ในเรื่องของการจับพระผู้ใหญ่ใน #คดีเงินทอน
ต้องแยกเป็น ๓ สาเหตุด้วยกัน

#สาเหตุแรกคือการเมืองแท้ ๆ
เพราะว่าทางรัฐบาลคสช. ตั้งใจจะลงเลือกตั้ง
คราวนี้พระผู้ใหญ่ทั้ง ๓ ท่าน
มีการคบหาสมาคมใกล้ชิดกับนักการเมืองพรรคที่เขาไม่ต้องการให้โผล่มาอีกเลย
คือพรรคเพื่อไทย
โดยเฉพาะฐานเสียงที่สำคัญก็คือฐานเสียงของทางวัดธรรมกาย ซึ่งเขาพยายามล้ม แต่ในเมื่อล้มธรรมกายได้แล้ว พระผู้ใหญ่ทั้ง ๓ ท่านนี้ยังมีความใกล้ชิดสนิทสนมกับธรรมกายและนักการเมืองฝ่ายเพื่อไทยอยู่ ดังนั้นถ้าหากว่าคสช. ตั้งใจจะเล่นการเมือง ต้องล้มท่านทั้งหลายเหล่านี้ให้ได้ นี่คือประเด็นการเมือง

#ส่วนในเรื่องของประเด็นที่ ๒ นั้น
เป็นการทำลายล้างกันในระหว่างศาสนา ก็คือศาสนาอิสลามตั้งใจจะทำลายล้างศาสนาพุทธให้ได้ เพื่อเอาประเทศไทยเป็นสาธารณรัฐอิสลาม
พระผู้ใหญ่ทั้ง ๓ ท่านนี้
ท่านแรกก็คือ #หลวงพ่อพระพรหมเมธี หรือหลวงพ่อเจ้าคุณจำนงค์
ท่านเป็นบุคคลที่ค้านเรื่องของอิสลามสุดตัวอยู่แล้ว โดยเฉพาะบรรยายอยู่เสมอเกี่ยวกับเรื่องนี้

ประการที่ ๒ #หลวงพ่อพรหมดิลก
ท่านพูดถึงเรื่องภัยของอิสลามมาตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา เตือนสติให้ชาวพุทธรู้ตัวอยู่ตลอด

ประการที่ ๓ #หลวงพ่อพระพรหมสิทธิ
นี่ท่านเตรียมทางถอยให้กับพระพุทธศาสนาในประเทศไทยด้วยการสร้างวัดไทยในต่างประเทศ
โดยเฉพาะทางยุโรปเพิ่มมากขึ้น ในเมื่อเป็นลักษณะนี้ ถ้าหากว่าเป็นการทำลายล้างกันทางศาสนา ท่านทั้งหลายเหล่านี้เท่ากับเป็นกำลังหลักของพระพุทธศาสนา ต้องทำลายให้ได้"

#ส่วนประการที่ ๓ นั้น
เป็นเรื่องที่น่าเสียดายและน่าเสียใจมาก
คือเป็นการทำลายล้างกันระหว่างนิกาย ธรรมยุติกนิกายจะเห็นว่าตัวเองดีเลิศประเสริฐศรีอยู่เสมอ
และมหานิกายเป็นพระที่เลวทรามใช้ไม่ได้
เพราะฉะนั้นธรรมยุตพยายามที่จะควบคุม โดยเฉพาะมีอำนาจในการปกครองให้เหนือมหานิกายเอาไว้
โดยอ้างความใกล้ชิดกับราชวงศ์

ซึ่งในส่วนนี้ถ้าเป็นการทำลายล้างกันระหว่างนิกาย
จะเป็นเรื่องของการตีงูให้กากิน ก็คือถ้าทำลายกำลังหลักที่ช่วยค้ำจุนพระศาสนาลง ในประเด็นที่ ๒ ที่เป็นการทำลายล้างกันระหว่างศาสนา เท่ากับเราช่วยเขา ในเมื่อเราช่วยเขา เป็นแนวร่วมในลักษณะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม เหมือนกับเราทำลายกำแพงป้องกันที่แข็งแกร่งของศาสนาพุทธลง หรือว่าทำลายขุนศึกที่เฝ้าชายแดนด้วยความเข้มแข็งลง เกรงว่าต่อไปธรรมยุตจะหาขุนศึกที่รบกับศาสนาอื่นไม่ได้

ถามว่าท่านเจ้าคุณจำนงค์ คือหลวงพ่อพระพรหมเมธี ท่านเป็นธรรมยุตทำไมท่านโดนด้วย ?
ก็เพราะว่าท่านเจ้าคุณจำนงค์ท่านรู้ว่าในเรื่องของพระพุทธศาสนานั้น ถ้ามีนิกายอยู่เป็นความแตกแยก
ท่านก็พยายามที่จะประสานโดยเข้ากับมหานิกายให้ได้ จนกระทั่งเขาเรียกท่านว่า ธรรมยุตนอกคอก
ในเมื่อเป็นธรรมยุตนอกคอก ในความรู้สึกของธรรมยุตในคอกก็คือ มึงควรโดนด้วย"
-------------------------------------------------------

"ดังนั้น ตามที่อาตมาวิเคราะห์ด้วยปัญญาเล็ก ๆ น้อย ๆ ของตนเอง มองออกว่าเรื่องพรรค์นี้โยงกันอยู่ ๓ ประเด็น
แต่ว่าทั้ง ๓ ประเด็นนั้นรวมแล้วเป็นประเด็นเดียว
ก็คือ #ต้องทำลายพระพุทธศาสนาให้ได้

เราถึงจะเห็นได้ว่าในส่วนของวันสำคัญทางศาสนา
ไม่ว่าจะเป็นช่วงมาฆบูชา วิสาขบูชา อาสาฬหบูชา เขาจะตีข่าวเล่นข่าวพวกนี้เสมอ
ขอเพียงแค่ญาติโยมรู้สึกว่าพระสงฆ์ในพระพุทธศาสนาทำแต่ความชั่วช้าเลวทราม เป็นที่พึ่งไม่ได้ เขาก็ประสบความสำเร็จแล้ว

โยมสังเกตดูว่าทำไมข่าวออกแต่พุทธอิสระนุ่งขาวห่มขาว
แต่ไม่มีหลวงพ่อเจ้าคุณพรหมดิลก
ไม่มีหลวงพ่อเจ้าคุณพรหมสิทธิ ไ
ม่มีเจ้าคุณอีก ๕ รูป
เพราะว่านั่นคือสิ่งที่เขาอยากให้เราเห็น
ทำในลักษณะที่ว่ามีความยุติธรรม ก็คือแม้แต่พวกเดียวกันอย่างพุทธอิสระก็โดน แต่ความจริงลักษณะนั้นเหมือนกับอุยกาย หรือไม่ก็วัสสการพราหมณ์ ยอมให้โดนโบยโดนตีเพื่อที่จะทำลายล้างฝ่ายตรงข้ามให้ถึงรากถึงโคน ซึ่งลักษณะอย่างนี้เป็นการที่เอาเบี้ยแลกขุน ตัวเองไม่มีอะไรเสียหาย เพราะว่ากลับไปบวชใหม่เมื่อไรก็ได้
ก็คือ #หลวงปู่พุทธอิสระ

แต่ว่าบรรดาหลวงพ่อทั้ง ๓ รูป ตลอดจนกระทั่งเจ้าคุณ ถึงเวลาโดนถอดยศ พอไปบวชใหม่กลายเป็นพระใหม่ ทุกอย่างต้องเริ่มต้นใหม่หมด และในส่วนที่น่าเกลียดที่สุดก็คือ
แม้กระทั่งฆาตกรฆ่าหั่นศพ หรือว่าบรรดาผู้คนโกงกันเป็นร้อยล้านพันล้าน ถึงเวลายังต้องสู้กันถึง ๓ ศาล ยังมีการให้ประกันตัว
แต่พระเราถอดผ้าเหลืองเข้าคุกเลย
การถอดผ้าเหลืองเอาเข้าคุกของพระนี่เท่ากับประหารชีวิตทางพระพุทธศาสนา
เพราะขาดความเป็นพระไปแล้ว ตายจากความเป็นพระไปแล้ว

ก็ในเมื่อแม้แต่อาชญากรตัวกลั่นเขายังให้โอกาสถึงขนาดสู้กัน ๓ ศาลเป็นเวลาหลายต่อหลายปี แล้วขณะเดียวกันบางทีสู้กันจนถึงศาลฎีกาพิพากษายืนแล้ว
ยังมีการถวายฎีกาต่อสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอีกต่างหาก แต่ความเป็นพระเราไม่มีโอกาสเลย"
--------------------------------------------------

"เราจะเห็นว่าการทำลายล้างพระพุทธศาสนานั้นรุนแรงมาก ตั้งใจจะกวาดล้างให้พระพุทธศาสนาหมดไปจากประเทศไทย เพื่อเอาอีกศาสนาหนึ่งขึ้นให้ได้
ขอให้ญาติโยมทุกคนตระหนักได้ว่า
ภาระของพระพุทธศาสนาไม่ได้อยู่ที่พระเท่านั้น
พระพุทธเจ้าฝากไว้กับพุทธบริษัท ๔ อุบาสก อุบาสิกาอย่างญาติโยมทั้งหลาย
ถ้าไม่สามารถช่วยกันค้ำจุนพระศาสนา ไม่เป็นปากเป็นเสียง ไม่ปกป้องพระพุทธศาสนา ลำพังแค่สถาบันพระอย่างเดียวก็เอาไม่อยู่

เพราะนอกจากการทำลายล้างทางการเมือง
ยังมีการทำลายล้างทางศาสนา และมีการทำลายกันเองระหว่างนิกายด้วย เรื่องพวกนี้ลึกซึ้งเกินกว่าที่พวกเราจะมองเห็นก็มี แต่อาตมายืนยันว่ามี และมีมานานแล้ว เพียงแต่ว่าปัจจุบันนี้เป็นช่วงระยะเวลาที่มีการใช้อำนาจพิเศษ ก็เลยสามารถที่จะรวบหัวรวบหางจัดการอย่างเด็ดขาดได้ โดยมีการแสดงละครร่วมกัน และขณะเดียวกันสื่อมวลชนทั้งหมดที่เป็นฝ่ายตรงข้าม ก็จะออกข่าวโจมตีแต่ทางด้านพระที่เป็นกำลังใหญ่ในพระพุทธศาสนา"
------------------------------------------------------

"เราจะเห็นว่าอย่างหลวงพ่อพระพรหมดิลก วัดสามพระยา ไม่ใช่คดีเงินทอน
แต่เป็นการที่ท่านขอเงินไปบูรณะ
ไม่ได้เอาไปสร้างอาคารในวัด แต่ว่าทางสำนักพุทธฯ
นำส่งเงินให้โดยไม่มีหนังสือนำ เป็นเพียงเช็คใบเดียว
ท่านเองก็คิดว่าเป็นเงินที่ท่านขอเอาไปสร้างอาคาร
ท่านก็เอาไปใช้ ถ้าหากว่าเป็นความผิดก็เป็นแค่ใช้เงินผิดประเภท

โยมจะเห็นว่าเมื่อ ๒ วันก่อนเขามีข่าวออกมาเรื่องคดีโกงเงินคนจน สำรวจดูแล้วว่ามีคนผิดกี่ราย
โทษสูงสุดก็คือให้ออกจากราชการ แค่นั้นเอง
แต่ของพระติดคุก เพราะฉะนั้นในส่วนนี้ถ้าเรารู้จักนำมาพินิจพิจารณาโดยที่ไม่เอาอารมณ์เข้าไปร่วมด้วย เราจะเห็นภาพอะไรที่ชัดเจนมาก

ศาสนาพุทธเราจะอยู่ยากขึ้นเรื่อย ๆ หลวงพ่อพระพุทธโฆษาจารย์ วัดญาณเวศกวัน หรือหลวงพ่อประยุทธ์ ปยุตฺโต
บอกเอาไว้นานเป็น ๑๐ ปีแล้วว่า อีกศาสนาหนึ่งถ้ามีคนถึง ๕% เราจะเดือดร้อนมากกว่านี้อีก
ปัจจุบันนี้เป็นอย่างนั้นแล้ว

หลวงพ่อสมเด็จพระพุฒาจารย์ วัดสระเกศ บอกเอาไว้นานแล้วว่า เรื่องของพระศาสนาเราต้องเตรียมทางถอยไว้ที่ต่างประเทศ ทุกวันนี้เหตุการณ์ไม่เกิดขึ้นไม่ใช่แปลว่าจะไม่เกิด แล้วท้ายสุดก็เกิดขึ้นอย่างที่ท่านเตรียมการเอาไว้ บรรดากำลังใหญ่ที่ท่านวางเอาไว้เพื่อค้ำจุนพระศาสนา
โดนเขากวาดทีเดียวเกือบหมดวัด

เพราะฉะนั้นเรื่องพวกนี้ถ้าเราไม่ตระหนักถึงภัยอันตรายอย่างโหดแบบเพลิดเพลินเจริญใจอยู่ พระพุทธศาสนาจะสูญสิ้นไปจากเมืองไทย แบบเดียวกับที่หมดไปจากประเทศอินเดีย ค่อย ๆ คิด คิดอะไรได้แล้วก็ทำ อาตมามีหน้าที่เป็นกำลังใจให้ เพราะตัวเองทำจนจะหมดแรงอยู่แล้ว

เมื่อวันที่ ๒๙ ถ้าหากว่าญาติโยมไปวัด จะเห็นว่าทหารไปเป็นชุดเลย เพื่อกดดันไม่ให้เจ้าอาวาสวัด--------พูดอะไรในลักษณะปลุกระดมญาติโยม"
-------------------------------------------------------------------

"ตอนนี้ที่เขาตีข่าวใหญ่ทางพระพุทธศาสนามีจุดมุ่งหมายอยู่อย่างหนึ่งก็คือ เพื่อจะออกกฎหมายใหม่เพื่อเอื้อประโยชน์ให้แก่อิสลาม กฎหมายนี้ดุเดือดมาก ก็คือจังหวัดไหนมีสุเหร่า ๓ แห่ง จังหวัดนั้นสามารถตั้งคณะกรรมการอิสลามกลางประจำจังหวัด ประจำอำเภอ ประจำตำบลได้

แล้วคณะกรรมการกลางอิสลามประจำจังหวัด มีหน้าที่ให้คำแนะนำผู้ว่าราชการจังหวัดว่าควรจะทำอะไร คณะกรรมการกลางอิสลามประจำอำเภอ เป็นคณะที่ปรึกษาให้คำแนะนำว่านายอำเภอควรจะทำอะไร และคณะกรรมการกลางอิสลามประจำตำบล มีหน้าที่ให้คำแนะนำว่ากำนันต้องทำอย่างไร

เพราะฉะนั้นช่วงที่เขาตีข่าวทางพระพุทธศาสนาให้ดังมาก ๆ เพื่อจะกลบกฎหมายเหล่านี้เสีย แล้วกฎหมายอีกอย่างหนึ่งที่จะออกมาก็คือ กฎหมายฉบับใหม่ที่จะล้มล้างมหาเถรสมาคมและการปกครองคณะสงฆ์ เป็นฆราวาสร่างกฎหมายปกครองพระ

อาตมาเองก็ยังนึกขำอยู่ว่า นี่ถ้าเขาให้พระร่างกฎหมายปกครองทหารตำรวจบ้างจะเป็นอย่างไร ? อย่างเช่นว่า ถ้าหากว่าจะเป็นทหารตำรวจต้องถือศีล ๒๒๗ ข้อ ต้องห้ามมีเมีย จะรับได้ไหม ? เพราะว่าเอาคนที่ไม่รู้เรื่องในวงการนั้นไปร่างกฎหมายให้เขาปฏิบัติตาม ก็คนที่ร่างบางคนบวชยังไม่เคยบวชเสียด้วยซ้ำไป แล้วโดยเฉพาะถ้าหากว่าเป็นคณะสทช. ๘๔ คนเป็นอิสลามชัด ๆ ไป ๖๓ คน แล้วที่เป็นโดยแฝงอยู่แล้วเราไม่รู้อีกตั้งเท่าไร แล้วมาร่างกฎหมายปกครองพระ ก็เท่ากับกดดันและบีบคั้นให้พระอยู่ยากขึ้นไปเรื่อย ๆ

สรุปง่าย ๆ ว่า ต่อไปพระหายใจก็ผิด ต้องเลิกหายใจ เพราะฉะนั้นเรื่องที่เขาตีข่าวใหญ่ในพระพุทธศาสนา ส่วนใหญ่แล้วเขามีเป้าหมายหลายอย่างด้วยกัน ทั้งทางด้านการเมือง ทั้งทางด้านศาสนา และทั้งการออกกฎหมายเพื่อเอื้อประโยชน์ให้ฝ่ายของตนและทำลายล้างศาสนาพุทธ เพราะฉะนั้นพวกเราต้องรู้เท่าทัน"

---------------------------------------------------

"เราจะเห็นว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผ่านมา ที่ออกกฎหมายแล้วให้ประชาพิจารณ์ภายใน ๙๐ วัน แต่ก็ตีข่าวใหญ่ขึ้นมาเพื่อกลบเสียจนกระทั่งเราลืมไปหมดแล้วว่ากฎหมายที่ออกมาคืออะไร เรื่องพวกนี้ลึกซึ้งมากเพราะว่าฝ่ายตรงข้ามระดมด็อกเตอร์ ๓๐๐ กว่าคน ปรับแผนยุทธศาสตร์กันทุกอาทิตย์ เพื่อครองประเทศไทยให้ได้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

น่าเสียดายที่ว่าพุทธศาสนิกชนของเรา นอกจากรู้ไม่เท่าทันแล้วยังเป็นแนวร่วมให้เขาโดยไม่รู้ตัว แค่ถึงเวลามีข่าวคุณออกมาด่าพระ เขาก็ประสบความสำเร็จแล้ว และการอวดดีอวดฉลาดด่าพระโดยไม่รู้ว่าอะไรผิดอะไรถูก เป็นการแสดงความโง่ในสายตาของอาตมา เพราะฉะนั้นท่านทั้งหลายเหล่านี้ต้องบอกว่าเป็นแนวร่วมชั้นดีในการทำลายพระพุทธศาสนาด้วยความภาคภูมิใจว่าตัวเองทำดีทำถูก

พวกเราต้องระมัดระวังและมีความสามัคคีเหนียวแน่น แสดงออกในการปกป้องพระพุทธศาสนาให้มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นศาสนาพุทธที่บรรพบุรุษของเราเอาเลือดเนื้อและชีวิตปกป้องรักษาเพื่อให้ตั้งอยู่ในแผ่นดินไทย จะสูญสิ้นไปในรุ่นของเรา"

---------------------------------------------
"โดยปกติปัจจุบันนี้แม้กระทั่งในคณะพระอุปัชฌาย์รุ่น ๕๑ สังกัดคณะสงฆ์ส่วนกลาง ๒๓ จังหวัดที่อาตมาเป็นประธานอยู่ ถึงเวลาก็ออกมาโวยวายกันในลักษณะที่ว่าทำอย่างนี้ได้อย่างไร ? เราจะสู้เขาได้อย่างไร ? โดยที่ไม่ได้มีความคิดแนวทางอะไรในการที่จะต่อสู้ออกมาเลย

จนกระทั่งอาตมาต้องบอกว่าแล้วทำไมไม่รู้จักหาข่าวดี ๆ มาสู้กับเขาบ้าง ? เราทำอะไรมี Facebook มี LINE มีเว็บไซต์ใส่ลงไปให้มาก ๆ ให้ญาติโยมเขาได้รู้จักว่าพระในพระพุทธศาสนาของเราทำความดีอะไรบ้าง วิสาขบูชาที่ผ่านมาอาตมาเพิ่งให้ทุนการศึกษาไป ๑๒ โรงเรียน ถ้าหากว่านับเป็นตัวเงินก็เป็นล้าน ข่าวเหล่านี้เคยมีออกไหม ?...ไม่มี

ปัจจุบันนี้การออกข่าวทางสื่อโซเชียลเป็นเรื่องง่ายสำหรับพวกเรา เพราะฉะนั้นในเมื่อทางสื่อหลัก ๆ อย่างหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ เขาไม่ออกให้ หรือที่เขาบอกว่าข่าวร้ายลงฟรี ข่าวดีต้องเสียเงิน เราเองในฐานะพุทธศาสนิกชน เราก็ช่วยกันออกสิ ลง Facebook ของเราแล้วแชร์กันไปก็ได้ ลง YouTube ก็ได้ ถ้าหากว่าลง YouTube กลัวต่างประเทศไม่รู้ ก็ใส่ซับไตเติ้ลเป็นภาษาอังกฤษไปด้วยก็ได้

เป็นเรื่องที่ไม่ยากเกินกำลังที่พวกเร

าจะทำ จะได้รู้ว่าพระภิกษุสงฆ์ในพระพุทธศาสนาของเราจริง ๆ แ                         
[/b]