NPCEU BOARD

Guest


Author Topic: ที่แท้ก็ตามล้างพระฝ่ายเสื้อแดง และฝ่ายธรรมกายสินะ คนพุทธฝ่ายปชต  (Read 27 times)

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3798
        ???? ที่แท้ก็ตามล้างพระฝ่ายเสื้อแดง และฝ่ายธรรมกายสินะ คนพุทธฝ่ายปชต.ต้องอ่าน ย้ำต้องอ่าน????????เจ้าคุณเอื้อน : เจ้าคุณจำนงค์ :  เจ้าคุณธงชัย   ศุกร์เข้า เสาร์แทรก
สามกรรมการ มส. ถูกฟ้องคดีเงินทอนวัด ล็อต 3
.....
อา..ต้องถือว่าเป็นการจัดหนักระดับ "ชุดใหญ่ไฟกะพริบ" เลยทีเดียว สำหรับความเคลื่อนไหวครั้งล่าสุดของ "พ.ต.ท.พงศ์พร พราหมณ์เสน่ห์" มือปราบเงินทอนวัด สายตรงจากดีเอสไอ ที่รัฐบาลบิ๊กตู่เฟ้นเน้นๆ ให้มาเป็น ผอ.พศ. ทั้งคุมมหาเถรสมาคมและนั่งค้นนอนค้นเอกสารอยู่ภายในพุทธมณฑล จนกระทั่งมาถึงจุดระเบิด "ล็อตสาม" ที่รอคอย ซึ่งพงศ์พรก็ไม่ทำให้แฟนๆ ผิดหวัง ครั้งนี้คิดบัญชีทีเดียว 3 วัดรวด แต่ละวัดก็ระดับ "พันล้าน" เพราะมีตำแหน่งระดับบิ๊กของประเทศไทยค้ำฐานะอยู่ทุกวัด ขอลำดับความสำคัญดังนี้
1. เจ้าคุณเอื้อน วัดสามพระยา
ใหญ่บะเริ่มเทิ่ม เพราะครองตำแหน่ง "เจ้าคณะ กทม." อันเทียบเท่า "ผู้ว่า กทม." ซึ่งบางทีก็เรียกว่า "นายกน้อย" คือมีอำนาจรองจากนายกรัฐมนตรี ถ้าในทางสงฆ์ก็เป็นรองสมเด็จพระสังฆราช มีอำนาจคุมเมืองหลวงของประเทศไทยไว้ในมือ ใหญ่ไม่ใหญ่ก็ให้มันรู้ไป พอนั่งเก้าอี้ผู้ว่า กทม. ปั๊ป ตำแหน่ง "กรรมการมหาเถรสมาคม" อันเป็นรัฐมนตรีของคณะสงฆ์ไทย ก็ลอยมาหาอีกตำแหน่งหนึ่ง
ถามว่า สาเหตุอะไรที่ทำให้หวยเงินทอนวัด "ล็อตสาม" ไปลงที่วัดสามพระยา ก็ตอบว่า เรื่องก็จะมาจาก หลายปีมาแล้วล่ะ อาจารย์เอื้อนเคยเป็นแกนน้ำจัดงานอะไรซักอย่าง และมีการ "โฟนอิน" ไปถึงชาวเขาเผ่าแม้วพลัดถิ่นในลอนดอน โดยในครั้งนั้น "อาจารย์เอื้อน" ได้ออดอ้อนเป็นบทกลอนว่า "ถึงอาตมาจะห่มจีวรสีเหลือง แต่หัวใจสีแดง" เจ้าพ่อม็อบแถวๆ นครปฐมได้ยินแล้วถึงกับคันมือคันเท้า อยากจะยกกำลังปิดประตูวัดสามพระยามาตั้งแต่นั้น
ยังไม่หมด วีรกรรมของอาจารย์เอื้อน ใช่แค่ "เป็นสหายกับแม้ว" เท่านั้น แต่ท่านยัง "ซี้แหง๋" กับ "ท่านธัมมชโย" คนโตแห่งคลองสาม จนวัดสามพระยาแทบจะกลายเป็นศูนย์กลางธรรมกายในเมืองหลวงไปแล้ว ขนาดญาติโยมจะมาปฏิบัติธรรมยังต้อง "สวมชุดธรรมกาย" ในวัดของอดีตสมเด็จพระพุทธโฆษาจารย์ (ฟื้น) ผู้เกรียงไกร สมัยจอมพลผ้าขาวม้าแดงครองเมือง ผู้กล่าวอมตะวาจา "คิดว่าเลือดก้อนหนึ่งมันตกทะเลไปก็แล้วกัน" เรื่องอะไรนั้นขอให้ไปสืบกันเอาเอง
ในบรรดาบิ๊กๆ พระสงฆ์ไทย สายมหานิกาย ถ้ายกเว้น "อาจารย์ทองดี-พระมหาโพธิวงศาจารย์" วัดราชโอรส เสียรูปหนึ่ง ก็เห็นจะเป็น "อาจารย์เอื้อน" นี่แหละ ที่ทุ่มเทให้กับธรรมกายมากที่สุด ดูได้จากตารางการบินนอก ไปร่วมงานกับสาขาวัดพระธรรมกาย "ทั่วโลก" อาจารย์เอื้อนบินถี่ยิบ ค่าตั๋วเครื่องบินน่าจะหลายสิบล้าน ดังนั้น นอกจากหัวใจจะสีแดงแล้ว อาจารย์เอื้อนยังภาวนาด้วยคาถา "สัมมา อะระหัง" อยู่ทุกลมหายใจ ต่อไปก็คงเหมือน "อาจารย์ทองดี" ถึงไม่มีตำแหน่ง แต่อยู่ได้สบาย เพราะธรรมกายเขาไม่ทิ้งใครไว้เบื้องหลังอยู่แล้ว จะพิสูจน์มิตรแท้ก็ให้ดูกันในยามตกยาก สำนวน "บุพเพสันนิวาส" เขาว่ากันอย่างนั้น ดังนั้นก็ต้อง..รอดูละครตอนต่อไป ใกล้เลือกตั้งแล้ว อะไรๆ ก็ใกล้เข้าไปทุกที
.......
๒. เจ้าคุณจำนงค์ วัดสัมพันธวงศ์
ผู้คนคงงง ว่าธรรมยุตมีทุจริตด้วยหรือ หรือว่ามีสาเหตุอะไรอื่น จึงส่งผลให้ "วัดเกาะ" ได้เกาะบัญชีเงินทอนวัด "ล็อตสาม" เข้าไปอยู่ในสำนวนกองปราบกับวัดใหญ่ "สามพระยา-สระเกศ" กับเขาด้วย คำตอบก็คือ ชัวร์ฮ่ะ เพราะวัดแห่งนี้ ถึงจะมีเจ้าอาวาสคือสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ แต่ท่านมีพรรษายุกาล "เกินร้อยปี" ไปแล้ว ถือว่าเป็น "ปาปวิมุติ" หลุดพ้นจากความดีความชั่วทั้งปวง ผู้มากบารมีในวัดสัมพันธวงศ์ "ตัวจริง" ก็คือ พระพรหมเมธี หรือเจ้าคุณจำนงค์ นี่แหละ เป็นทั้งเจ้าคณะภาค 4-5-6-7 และกรรมการมหาเถรสมาคม พ่วงตำแหน่ง "โฆษก มส." อีกต่างหาก แบบว่าดาวล้นบ่าล้นไหล่
แต่ว่าบรรดาตำแหน่งอะไรต่างๆ นานาเหล่านั้น ก็มิได้ทำให้ "ท่านจำนงค์" โดดเด่นขึ้นมามากมาย เพราะวัดเกาะหรือวัดสัมพันธวงศ์นั้น เป็นวัดเล็กในสายธรรมยุต ตำแหน่งที่ได้จึงไม่มีทางเกินหน้า "วัดบวรนิเวศ-วัดราชบพิธ-วัดเทพศิรินทร์" อะไรเหล่านี้เลย แต่ด้วยอัจฉริยภาพจึงทำให้วัดเกาะ "แซงหน้า" วัดใหญ่เหล่านั้น โดยท่านจำนงค์ได้นำเอาวัดเกาะไปเป็น "สาขาวัดพระธรรมกายในฝ่ายธรรมยุต" เรียกเป็นสำนวนว่า "ธรรมยุตนอกคอก" แถมยังใช้ไมค์ของมหาเถรสมาคมไปโปรโมตโครงการ "ธุดงค์ธรรมชัย" ให้แก่วัดพระธรรมกาย จนได้รับรางวัล "เดินธุดงค์บนกลีบกุหลาบยาวที่สุดในโลก" ให้คนทั้งโลกอิจฉา ปรากฏว่า เจ้าคุณจำนงค์ โดนหมายหัวมาตั้งแต่นั้น รอวันโดนเขี่ยออกจากมหาเถรสมาคม เพราะสมาคมธรรมยุตคงไม่มีใครเขาเอาด้วยแล้ว
และแล้ว "วันนี้ที่รอคอย" ของท่านจำนงค์ก็มาถึง ดูเถิดว่า เป็นแค่ "ผู้ช่วยเจ้าอาวาส" แต่..โดนคนเดียว ต่างกับวัดสระเกศกับวัดสามพระยาที่ "เจ้าอาวาส" โดนทั้งคู่ แต่ถามว่า ทำไมเจ้าอาวาสวัดสัมพันธวงศ์ไม่โดน ไม่โดนเพราะหลวงปู่ท่านไม่รู้อะไร คนที่รู้และจัดการภายในวัดสัมพันธวงศ์ก็คือ "ท่านจำนงค์" ชื่อ "จำนงค์" เลยโดนขึ้นบัญชีดำของพงศ์พรก่อนเพื่อน ไม่ต้องแปลกใจว่าชื่อนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร
การมีชื่อ "เจ้าคุณจำนงค์" แทรกอยู่กลางระหว่าง "เจ้าคุณเอื้อน-เจ้าคุณธงชัย" กลายเป็นการ "เจือจาง" ลดโทนสี ไม่ให้มีการมองว่า "รัฐบาลจ้องเล่นงานมหานิกายฝ่ายเดียว" ถือว่าเป็นศิลปะชั้นครูที่เล่นกันระดับ "ตาดีได้ ตาร้ายเสีย" ยิงทีเดียวได้นกสองตัว ทั้งมหานิกายและธรรมกาย
……
3. เจ้าคุณธงชัย วัดสระเกศ      ชื่อนี้ในทางสงฆ์ถือว่าใหญ่ไม่เบา เข้ามาครองบัลลังก์แห่งอำนาจ เป็นเจ้าของ "ภูเขาทอง" หนึ่งเดียวของประเทศไทย มีตำแหน่งใหญ่มากมาย ไล่ตั้งแต่ เจ้าคณะภาค 10 กรรมการมหาเถรสมาคม และประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ ซึ่งตำแหน่งหลังนี้ ทำให้มีคอนเน็กชั่นกว้างไกลไปทั่วโลก ระดับเดียวกับรัฐมนตรีต่างประเทศ ซึ่งในต่างประเทศนั้น จะให้เครดิตตำแหน่งนี้สอง รองจาก "ประธานาธิบดีหรือนายกรัฐมนตรี" เลยทีเดียว

ยังไม่หมดครับท่าน อำนาจของ "ท่านธงชัย" นั้น นอกจากจะใหญ่คับวัดสระเกศและภาค 10 แล้ว ก็ยังล้ำเส้นเข้าไปในภาค 12 ของอดีตเจ้าคุณเสนาะอีกด้วย โดยเมื่อเกิดกรณีแต่งตั้งเจ้าคณะจังหวัดฉะเชิงเทราครั้งที่ผ่านมา ซึ่งตำแหน่งนี้จะชี้เป็นชี้ตายตำแหน่ง "เจ้าอาวาสวัดหลวงพ่อโสธร" วัดใหญ่และรวยอันดับหนึ่งในภาคตะวันออก ก็ปรากฏชื่อ "เจ้าคุณธงชัย" โผล่เขามาชี้เป็นชี้ตายแทน "เจ้าคุณสุรชัย-พระเทพรัตนมุนี" ซึ่งถึงจะมีตำแหน่งเป็นเจ้าคณะภาค 12 แต่มีฐานะเป็นเพียง "ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสระเกศ" ซึ่งก็คือ "ช่วยงานเจ้าคุณธงชัย" นั่นเอง ดังนั้น เมื่อเกิดปัญหาว่าด้วยเจ้าคณะจังหวัดแปดริ้ว คิ้วของผู้สนใจน่าจะเหล่ไปที่ "เจ้าคุณสุรชัย" แต่ไม่ สายตาทุกคู่กลับจ้องไปที่ "กุฏิใหญ่วัดสระเกศ" ของเจ้าคุณธงชัยแทน ทำนองมองเจ้าคุณธงชัยเป็นราหูที่ "อำ" หรือ "บดบัง" รัศมีของเจ้าคุณสุรชัยอยู่ตลอดเวลา ไม่เชื่อว่าเจ้าคุณสุรชัยจะคิดทำเพียงคนเดียว ถ้าไม่ได้ไฟเขียวจากเจ้านาย มีหรือจะกล้า

ถ้ามองดูบทบาท "ภายนอก" ของสำนักวัดสระเกศ ต่อกรณีธรรมกาย ก็แทบจะมองไม่เห็นว่า สำนักใหญ่ของสมเด็จเกี่ยว (สมเด็จพระพุฒาจารย์) อดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช สมัยรัฐบาลทักษิณ จะเกี่ยวข้องกันอย่างไร แต่ถ้าดูให้ลึกแล้วก็จะเห็นว่า "ไม่ธรรมดา" แบบว่าลึกซึ้ง ถึงขนาดว่า ในงานพระราชทานเพลิงศพสมเด็จเกี่ยวนั้น ธรรมกายขนคนมาช่วยงานเป็นพัน เจ้าคุณเสนาะ ถึงกับต้อง "ตอบแทนน้ำใจ" ด้วยการไปเยือน "วัดพระธรรมกายแคลิฟอร์เนีย" ถึงสหรัฐอเมริกา ก่อนจะเป็นที่มาของการเสนอชื่อพระสายธรรมกายเข้ารับพัดยศ "เจ้าคุณ" ปีเดียวถึง 4 รูปซ้อน ในปี พ.ศ.2557 ซึ่งบัญชีนั้นชงผ่านมือ "เจ้าอาวาสวัดสระเกศ" ในสมัยนั้นนั่นเอง
พอสิ้นเจ้าคุณเสนาะ ตำแหน่งต่างๆ ก็ถูกถ่ายโอนมายัง "เจ้าคุณธงชัย" ถึงเจ้าคุณธงชัยจะระมัดระวังตัว ไม่ปรากฏตัวในงานต่างๆ ของธรรมกาย แต่ผู้คนก็เชื่อว่า "วัดสระเกศ" ยังมีสายสัมพันธ์อันดีกับวัดพระธรรมกายอยู่ รอเพียงจังหวะเหมาะสมเท่านั้น ก็อาจจะได้เห็นฉาก "เลิฟซีน" ที่สวยงามระหว่างเจ้าสำนักใหญ่ทั้งสอง สรุปว่า บทบาทต่อกรณีธรรมกายของวัดสระเกศ สมัยเจ้าคุณธงชัย ยังเป็นกลางๆ ไม่ออกนอกหน้า แต่ว่าก็ไม่ต่อต้าน ถือเป็นแนวร่วมได้ แบบว่าถึงไม่ไปวัดธรรมกายโดยตรง แต่ก็สนับสนุนผ่านวัดพี่วัดน้อง เพราะมีอะไรๆ ก็ต้องช่วยเหลือกัน
แต่วัดสระเกศของเจ้าคุณธงชัย กลับไปมีบทบาทโดดเด่นในทางการเมืองเรื่อง "สี" แทน นับตั้งแต่ "แม้ว" บินไปนอกไม่ยอมกลับ จนถึง "ปู" ได้เป็นนายกฯ บทบาทของวัดสระเกศ กลายเป็น "แหล่งชุมนุมของแกนนำคนเสื้อแดง" ไม่ว่าจะเป็น "ปู-ยิ่งลักษณ์" "สุดารัตน์-เจ๊หน่อย" และใครต่อใคร ต่างอาศัย "งานบุญวัดสระเกศ" ไปร่วมงานกันคับคั่ง ถึงขนาด "ยิ่งลักษณ์" ไปนั่งร้องไห้ต่อหน้าภูเขาทอง ก่อนจะเดินรอยตามแม้วไปอยู่ที่ลอนดอนจนถึงทุกวันนี้
บทบาทที่ว่านี้ เจ้าคุณธงชัย ไม่ได้ปกปิด แต่ทำอย่างเปิดเผย โดยอาจจะมองว่า "เป็นการมาทำบุญของคนคุ้นเคย เพราะวัดไม่สามารถเลือกสีได้" แต่การที่ "สีแดง" ไปงานวัดสระเกศอย่างต่อเนื่อง แถมมีแต่ตัวโตๆ ทั้งนั้น มันก็ทำให้เป็นข่าวเด่นข่าวดัง ฝ่ายตรงข้ามย่อมจะมองตาเป๋ง ครั้นพอได้ฤกษ์ "เคลียร์พื้นที่สีแดง" ถามว่าวัดสระเกศจะได้รับการยกเว้นหรือไม่ ?

????????megaphone????นี่คือคำตอบว่า ทำไม ? วัดสระเกศโดนระนาว ตั้งแต่เจ้าอาวาสไปยันลูกวัด แบบว่าเอาทีเดียวให้เกลี้ยงวัดเลย                   
[/b]