NPCEU BOARD

Guest


Author Topic: การวางหลักเกณฑ์ทางกฎหมายของโลกยุคใหม่ ภายหลัง สงครามโลกครั้งที่สอง  (Read 58 times)

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3815
     การวางหลักเกณฑ์ทางกฎหมายของโลกยุคใหม่ ภายหลัง สงครามโลกครั้งที่สอง        คุณลักษณะที่สำคัญของ ที่บ่งบอก ความเป็น สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ the National Human Rights Institutions, NHRIs ที่ขาดไปเสีย ไม่ได้เลย มีอะไรบ้าง? ตามที่ปรากฏอยู่ ในหลักเกณฑ์ ที่สำคัญของ the Paris Principles, 1992 – 1993

หากปราศจากหลักเกณฑ์ ที่ว่านี้ แล้ว ความเป็น สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ the National Human Rights Institutions, NHRIs ย่อมเกิดขึ้นไม่ได้เลยแก่ สถาบันที่ว่า นั้นๆ
 
๑. ดังได้กล่าวมา ให้ทราบแล้วว่า สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ the National Human Rights Institutions, NHRIs จะต้องเป็น สถาบันของ ชาติ ที่ถือกำเหนิดออกมาจาก กฎหมายภายใน หรือ รัฐธรรมนูญของ ชาติ หรือ ประเทศ หรือ รัฐ (State)

๒. สถาบันที่ว่านั้น จะ ต้องมี อำนาจ ที่ใช้เป็น อำนาจกึ่งตุลาการ (the power to exercising for that institutions must apparently manifest with the quasi – judicial powers)

๓. นอกจากนี้ สถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ the National Human Rights Institutions, NHRIs จะ ต้องมี องค์ประกอบ ที่สำคัญอีก สองประการ คือ:

๓.๑ จะต้องเป็นสถาบัน ที่เสริมส่ง หรือ สนับสนุน การใช้อำนาจกึ่งตุลาการ (the Quasi – Judicial - Powers) ที่สถาบัน มี อยู่ตามกฎหมาย ให้สอดคล้อง (In compliance with, to) กับ หรือ เป็นไปตาม (In accordance to, In accordance with) หลักการสิทธิมนุษยชน ที่ได้ประกาศใช้ โดยองค์การสหประชาชาติ และ นานาชาติ (the Human Rights Principles adopted by the UN. &   the Civilized Nations)

๓.๒ การใช้อำนาจกึ่งตุลาการ โดยสถาบันสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ หรือ the National Human Rights Institutions, NHRIs จะ ต้องแสดงออก ในรูปคณะกรรมการ หรือ Council (the exercising of the Quasi – Judicial Powers must be presented in the form of Group of Individuals, Council) ที่มีความเห็นแตกต่างกัน หรือ ไม่เป็นไปในทางเดียวกัน ในการใช้อำนาจนี้ (that apparently be the Pluralism in the conviction) เพื่อชี้ขาด หรือ วินิจฉัยชี้ขาดปัญหา ที่กระทบ ต่อ สิทธิของบุคคล (Individual’ s Rights)

๔. ในกรณีของปัญหา ที่ว่านี้ มีที่มา  หรือ มีที่กำเหนิด ออก มา จาก the Control Council Law No. 10 ที่ประกาศใช้ โดยสหรัฐอเมริกา และ ฝ่ายสัมพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่สอง ในวันที่ ๒๐ ธันวาคม ปี ค.ศ. 1945 ที่นำมาใช้ลงโทษแก่บรรดาอาชญากรสงคราม (ที่ได้กระทำการ ในทางอาญาไป ในรูปแบบของ “การใช้อำนาจเผด็จการ ชนิดเต็มรูปแบบ หรือ the Exclusive Dictatorship”)

๕. บรรดาคดี และ คำพิพากษาในคดีอาชญากรสงคราม ในสงครามโลกครั้งที่สอง เป็นพื้นฐานของ การปรับปรุง หลักกฎหมายในทางอาญาของโลก และ ให้แง่คิด แก่ โลกในทางหลักรัฐศาสตร์ และ การปกครอง ในระบอบประชาธิปไตย ในแนวใหม่

๖.  ปรากฏชัดเป็น รูปธรรม อยู่  ในรูปแบบ  การปกครอง  และ ทางกฎหมายของ  EEC หรือ  EU หรือ ประชาคมเศรษฐกิจแห่งยุโรป  หรือ  สหภาพยุโรป  ในเวลาปัจจุบัน และ ใช้ เป็น มาตรฐานของ หลักเกณฑ์ ทางกฎหมายอาญาของ โลกในยุคใหม่  ที่เรารู้จักกันในนามของ The Nuremberg Principles, 1945............... (มีต่อ)         Thanaboon Chiranuvat         
[/b]