NPCEU BOARD

Guest


Author Topic: (ตอนที่ ๔) การตั้งศาลฎีกาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญ และ บรรดาอง  (Read 67 times)

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3807
  (ตอนที่ ๔) การตั้งศาลฎีกาของ ผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลรัฐธรรมนูญ และ บรรดาองค์กรอิสระทั้งหลาย ตามรัฐธรรมนูญฉบับ ปีพ.ศ. ๒๕๔๐ หรือ (ฉบับ สสร. หรือ พวก “เสือกสู่รู้” ) เป็น ต้นแบบ และ นำมาใช้กัน จนถึง ในวันนี้ประเทศไทย ได้อะไร? ดีขึ้นมาบ้างหรือไม่? หรือ

ที่มาของ บทบัญญัติ ที่เกี่ยวกับ การถอนราก ถอนโคน ตามกฎหมาย หรือ Persecution นั้น เมื่อความเชื่อของ มนุษย์ ในสังคมปัจจุบัน ล้วนแล้วแต่ ฝักใฝ่ อยู่ กับ ความเชื่อในทางการเมือง และ การปกครอง (the beliefs in Political and Government as a General Rule ) เป็น หลักการ หรือ หลักเกณฑ์

๑. หากกลุ่มบุคคล หรือ บุคคล ที่จับยึดเอาอำนาจรัฐไปใช้ โดยไม่ชอบ หรือ “Junta” สร้างความเดือดร้อน และ แรงบีบคั้นให้ แก่ ราษฎรทั้งหมดใน รัฐ ราษฎรเหล่านั้น มีความชอบธรรม ในเบื้องต้น ที่จะต้อง ทำ การต่อต้าน ในทางสันติธรรม ด้วย การใช้ หลักการดื้อแพ่ง โดยไม่ใช้กำลัง หรือ ความรุนแรง

๒.  ที่เราเรียกว่า Civil Disobedience หรือ การใช้สิทธิต่อต้าน ไม่ให้ความร่วมมือด้วยสันติวิธี นอกจากนี้ อาจ ดำเนินการ ในทางสันติ คู่ขนานกันไป  ด้วยการร้องขอ ด้วยวิธีการ ที่จะใช้สิทธิ ในทางการเมือง และ การปกครองแห่ง ตน เพื่อปลดเปลื้องทุกข์เช่นนั้นของ ตน โดยการร้องขอ หรือ แสดงจุดยืน  ในการร้องขอในทางสันติ

๓. ด้วย วิธีการร้องขอ ต่อ ฑูต หรือ เอกอัครราชฑูต  ในประเทศต่างๆ ทั้งหลาย ที่ได้ถวายสารตราตั้ง อย่างเป็นทางการ และได้เข้าประจำการในประเทศนั้นๆ แล้ว ตามสนธิสัญญากรุงเวียนนา ที่ที่ว่าด้วย ความสัมพันธ์ทางการฑูต ปี ค.ศ. 1961 มีผลบังคับทั่วไปในปี ค.ศ. 1964 The Vienna Convention on Diplomatic Relations adopted in April, 1961; entered into force in April 1964

๔. ตามบทบัญญัติที่เกี่ยวกับ  คำปรารภ (Preamble) ในวรรคที่ ๒; บทบัญญัติที่ 3 (c), (e),  บทบัญญัติที่ ๒๗ (2), (5), (6), บทบัญญัติที่ ๒๙, บทบัญญัติที่ ๓๑, บทบัญญัติที่ ๓๓  เพื่อ ให้เข้ามา เป็น สักขีพยานของ  การต่อต้าน ทางสันติธรรม  เช่นที่ว่านั้น ได้ตามกฎหมาย (ตามสนธิสัญญาฉบับนี้)

๕. ตามหลักการทั่วไปของ กฎหมายระหว่างประเทศ (International Law) กฏเกณฑ์ตามสนธิสัญญากรุงเวียนนา ปี ค.ศ. 1961 ที่ได้บรรยายมา ให้เห็นนี้ ใช้บังคับเฉพาะ กับ รัฐ และ รัฐบาล ที่ชอบด้วยกฎหมาย เท่านั้น ที่มีรัฐ ที่ชอบด้วยกฎหมาย ในโลกนี้ ให้การรับรอง ตามกฎหมาย  และ

๖.  บทบังคับ ตามสนธิสัญญาแห่งกรุงเวียนนา ฉบับนี้ ยังให้ผลบังคับ ไปยัง “Junta” {บุคคล หรือ กลุ่มบุคคล ที่จับยึด เอา อำนาจรัฐ ไปใช้ โดยมิชอบด้วยกฎหมาย ทั้งหลายด้วย} เพราะ บทบัญญัติเหล่านี้ ใช้บังคับ แก่ รัฐ

๗.  ซึ่งเป็น  บุคคล ในกฎหมายระหว่างประเทศ ที่เป็นเป้าหมาย ในเบื้องต้นของ  การบังคับใช้ สนธิสัญญา ฉบับนี้  จึงต้องบังคับ ให้หมายรวม และ ครอบคลุมไปถึง บุคคล และ คณะบุคคลต่างๆในรัฐ เช่นที่ว่านั้น ด้วย นี่คือ หลักการในทางปฏิบัติ ตามกฎหมาย ที่ปรากฏ ในความหมายของ สนธิสัญญาฉบับนี้. ...................(มีต่อ) cr     Thanaboon Chiranuvat         
[/b]