NPCEU BOARD

Guest


Author Topic: อย่าหลอกต้ม ประชาชน คนไทย ต่อไป พ่อจอมกะล่อน  (Read 94 times)

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3817
  อย่าหลอกต้ม ประชาชน คนไทย ต่อไป พ่อจอมกะล่อน       กรณีนี้ เป็น กรณีศึกษา ที่ไม่อยากขัดคอใคร? ต่อใคร? แต่ เป็น กรณีของการควร ต้องนำ ความจริง มาสู่ ประชาชน โปรด อย่าอาศัยสื่อรัฐ และ สื่อชั่วๆ ออก มาให้ ความเท็จ แก่ ประชาชน คนส่วนใหญ่ ในประเทศ และ ปั่นหัว ชาวบ้าน ให้เกิดความสับสน!!!!!!!!!!!!! (บทแทรกพิเศษ เพื่อ ให้ ความรู้ แก่ ประชาชน)

๑. เมื่อประมาณ สองสามวัน ที่ผ่านมา ได้มี การแถลงการณ์ ออกมา จากฝ่ายกระทรวงการต่างประเทศของ ประเทศนี้ว่า ทางอียู (EU) หรือ สหภาพยุโรป จะยกเลิกมาตรา การต่างๆ ที่เกี่ยวกับ การแซงชั่นทางการเมือง (the Political Sanctions) ต่อประเทศไทย แล้ว

๒. ให้สังเกตดูคำประกาศนี้ให้ดีๆ เรา สามารถ ที่จะวิเคราะห์ได้ว่า ความมุ่งหวัง ในผลสุดท้าย ของ คำประกาศนี้ ก็เพื่อ ที่จะแสดงให้ ประชาชนคนไทย ในประเทศนี้ว่า “เหมือน หรือ ประหนึ่ง ที่จะแสดงให้เห็นว่า [ฝ่ายบริหาร เถื่อน] ของ ประเทศไทย ได้กระทำการ อย่างใด อย่างหนึ่ง จนกระทั่ง EU หรือ สหภาพยุโรป เกิด ความเข้าใจ ในปัญหาของ ประเทศไทย ดีขึ้น”

๓. จน EU หรือ สหภาพยุโรป ยอม ที่จะดำเนิน การผ่อนคลาย ในมาตราการบีบคั้น ตามกฎหมายต่อ ประเทศไทย แล้ว และ EU หรือ สหภาพยุโรป เตรียมที่จะรื้อฟื้นสัมพันธ์ทางการฑูต กับ ประเทศไทย และ เตรียม จะเปิด การเจรจา เพื่อสร้างสัมพันธ์ทางการค้า กับ ประเทศไทย หรือ EU is going to negotiate a new round of FTA between EU and Thailand.

๔. ซึ่งในเรื่องนี้ ถ้าหากท่านผู้ใด เป็น นักการค้า หรือ นักการฑูต หรือ นักกฎหมายที่เชี่ยวกรากในทางต่างประเทศ ก็สามารถวิเคราะห์เอา ได้ แทบจะในทันทีทันใดว่า เป็นเรื่อง “เด็กเลี้ยงแกะ” จึงอาจมี ผู้ถามว่า “ทำไมผู้เขียน จึงมีความเห็นเช่นนั้น?”  ที่ผู้เขียน มีความเห็น เป็น อย่างนี้ ก็ด้วยเหตุผลง่ายๆ ๓ ประการ ดังต่อไปนี้:

๕. ในประการแรก เวลาที่เกิดเหตุ ที่กล่าวอ้างนี้ขึ้น  เป็นเวลาใกล้สิ้นปี จะมีการขึ้นศักราขใหม่ คณะ คสช. และ บริวาร หรือ บรรดาลิ่วล้อทั้งหมด ที่ได้ปกครอง ประเทศนี้[แบบเถื่อนๆ มาแล้ว อย่างต่อเนื่อง มากว่า ๓ ปี] ความสัมพันธ์ในทางการฑูต และ ในทางการค้าในระหว่าง ไทย กับ EU หรือ สหภาพยุโรป นับวัน มีแต่เสื่อมทรามลง เรื่อยๆ ไม่มี อะไร? ดีขึ้น ทางคสช.ประสงค์ ที่จะก่อ ให้เกิด มิติใหม่ ในทางการปกครอง กับ ชนชาวไทย จึงต้องสร้างเรื่อง อย่างนี้ขึ้น ซึ่งเปรียบไปแล้ว ก็เหมือนกับ การ“เคาะกะลา ให้ บรรดาสุนัข ดีใจ”

๖. เหตุผล ในประการ ต่อไป ก็คือ มาตรการ หรือ มาตรการง่ายๆ ที่ EU หรือ สหภาพยุโรป สามารถ ทำได้ง่ายๆ ยิ่งไปกว่า การเปิด การเจรจา ทางการฑูต รอบใหม่ และ โดยยกเว้น ประเทศไทย ออก ไป จาก มาตรการ บีบรัด ทางเศรษฐกิจ ที่เป็นอยู่ ในปัจจุบัน ก็คือ การประกาศ ยกเลิก มาตรการ ไม่ให้บรรดาผู้นำ ของ คสช. และบริวาร เดินทางเข้ากลุ่มประเทศ EU หรือ สหภาพยุโรป

๗. ที่ประกาศได้ง่ายๆ มากกว่า การประกาศ มาตรการทางการฑูต และ การค้า รอบใหม่ ดังกล่าวมา ข้างต้น หาก EU หรือ สหภาพยุโรป ต้องการ ที่จะสร้าง สัมพันธ์ทางการฑูต และ การค้าจริง ดังที่กล่าวอ้างมา EU หรือสหภาพยุโรป คงประกาศ ยกเลิก มาตรการดังกล่าว ให้แล้ว แก่บรรดาผู้นำ และ คณะ คสช. รวมทั้งลิ่วล้อ และ บริวารทั้งหมด ที่ปะกาศ มิให้เหยียบแผ่นดิน EU หรือ สหภาพยุโรป

๘. EU หรือ สหภาพยุโรป มาว่า กัน ในลักษณะ ที่เป็นสถาบัน ภายใต้บังคับของ กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ International Law มี จุดเด่น ในลักษณะทางการปกครอง และ ทางยุติธรรม อยู่ที่ EU หรือ สหภาพยุโรป มี The European Court of Justice ทำหน้าที่ คล้ายๆ กับ The Supreme Court ในระบบ Federal หรือ ระบบ Federal System ในแบบอย่างสหรัฐอเมริกา

๙. และ มีศาลสิทธิมนุษยชน (The European Human Rights Court, EHRC) เพื่อบังคับใช้ บทบัญญัติของ สนธิสัญญา ที่ว่าด้วย การปกป้องคุ้มครองสิทธิมนุษยชน และ สิทธิในขั้นพื้นฐาน อันเป็น อิสระ เสรีของ มนุษย์ ปี ค.ศ. 1953 {Convention for the Protection of Human Rights and Fundamental Freedoms, September 1953}

๑๐. ที่เป็นกฎหมายพื้นฐาน ที่สำคัญของ EU หรือ สหภาพยุโรป ที่ EU หรือ สหภาพยุโรป ได้จำหลัก หลักกการ ตามกฎหมายนี้มาจาก คำประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิมนุษยชน ปี ค.ศ. 1948ของ องค์การสหประชาชาติ และ บัดนี้ เป็น กฎหมายชูโรงของ EU หรือ สหภาพยุโรป อยู่ในโลกปัจจุบัน ในบางครั้ง บางคราว EU หรือ สหภาพยุโรป ได้ใช้ มาตรการทางกฎหมาย นี้ เป็น เครื่องตอบโต้ กับ สหรัฐอเมริกา (ประเทศผู้นำโลกเสรี) ที่ได้ชื่อว่า เป็น “ประเทศชั้นนำในเรื่องสิทธิมนุษยชน”

๑๑. เมื่อมาตรการทางกฎหมาย และ ทางการปกครอง ที่ประเทศไทย โดย[คณะผู้บริหารประเทศ แบบ เถื่อนๆ] หรือ คณะ คสช. กับบรรดาลิ่วล้อ และ บริวาร ใช้ในการปกครองแบบเถื่อนๆในประเทศไทย ยังขัด หรือ แย้ง กับ “มาตรการสิทธิมนุษยชน” ที่ EU หรือ สหภาพยุโรป ใช้อยู่ และ เป็น หลักการ สำคัญของ มาตรการกฎหมาย และ กระบวนการยุติธรรมของ ฝ่าย EU หรือ สหภาพยุโรป ซึ่งสำคัญยิ่งไปกว่า

๑๒. “การเลือกตั้ง” หรือ มาตรการ ที่ราษฎร ในประเทศนี้ จะ ได้เดิน ไปใช้ สิทธิของ ตน ในคูหา “การเลือกตั้ง” เพราะฉะนั้น เรา จึง สามารถ ที่จะสรุปได้ว่า “ที่กล่าวอ้างกันว่า EU หรือ สหภาพยุโรป จะเจรจา เพื่อสร้างสรรค์ ทางการฑูต และ การค้า รอบใหม่ กับ ประเทศไทย” จึงเสมอด้วย “มาตรการของ เด็กเลี้ยงแกะ” ไม่มีอะไร เป็นจุดเด่นมากไปกว่านี้.  (จบบริบูรณ์)      cr    Thanaboon Chiranuvat     
[/b]