NPCEU BOARD

Guest


Author Topic: กฎหมายห้ามประชานิยม! ประกาศแล้ว!!!!!  (Read 98 times)

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3817
           กฎหมายห้ามประชานิยม! ประกาศแล้ว!!!!!
แต่สามารถใช้ย้อนหลังได้ไหมนี่!!
เพราะรัฐ คสช.กำลังใช้กันสนุกมือเลย
เอะลืมไป!!เขาไม่ได้ประชานิยม แต่ของเขาประชารัฐ ต่างหาก หว่านเม็ดเงินลงไปหายต๋อมมมม ไม่รู้หายไปอยู่ในกระเป๋าใคร? ........ กฎหมายห้ามประชานิยม! ประกาศแล้ว9 เม.ย.2561 - ช่วงเย็นเว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาเล่ม 135 ตอนที่ 27 ก ได้เผยแพร่พระราชบัญญัติวินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 โดยจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 20 เมษายนนี้ ซึ่งเนื้อหาของกฎหมายดังกล่าวมีทั้งสิ้น 87 มาตรา ซึ่งเหตุผลในการออกกฎหมายดังกล่าวระบุไว้ว่า โดยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้รัฐต้องรักษาวินัยการเงินการคลังอย่างเคร่งครัดเพื่อให้ฐานะทางการเงินการคลังของรัฐมีเสถียรภาพ และมั่นคงอย่างยั่งยืนตามกฎหมายว่าด้วยวินัยการเงินการคลังของรัฐ ซึ่งกฎหมายดังกล่าวอย่างน้อยต้องมีบทบัญญัติเกี่ยวกับกรอบการดำเนินการทางการคลังและงบประมาณของรัฐ การกำหนดวินัยทางการคลัง ด้านรายได้และรายจ่ายทั้งเงินงบประมาณและเงินนอกงบประมาณ การบริหารทรัพย์สินของรัฐและเงินคงคลังและการบริหารหนี้สาธารณะ จึงจำเป็นต้องตราพระราชบัญญัตินี้ สำหรับเนื้อหาของกฎหมายดังกล่าว นอกจากเรื่องของการรักษาวินัยการเงินการคลังแล้ว ที่น่าสนใจคือในมาตรา 9 ที่ระบุไว้ว่า

“คณะรัฐมนตรีต้องรักษาวินัยในกิจการที่เกี่ยวกับเงินแผ่นดินตามพระราชบัญญัตินี้อย่างเคร่งครัดในการพิจารณาเรื่องที่เกี่ยวกับนโยบายการคลัง การจัดทำงบประมาณ การจัดหารายได้ การใช้จ่าย การบริหารการเงินการคลัง และการก่อหนี้ คณะรัฐมนตรีต้องพิจารณาประโยชน์ที่รัฐหรือประชาชนจะได้รับ ความคุ้มค่า และภาระการเงินการคลังที่เกิดขึ้นแก่รัฐ รวมถึงความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นแก่การเงินการคลังของรัฐอย่างรอบคอบ คณะรัฐมนตรีต้องไม่บริหารราชการแผ่นดินโดยมุ่งสร้างความนิยมทางการเมืองที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศและประชาชนในระยะยาว”

นอกจากนั้นยังมีการกำหนดในการจัดทำงบประมาณที่น่าสนใจอีก คือ มาตรา 20 ที่กำหนดให้การการตั้งงบประมาณรายจ่ายประจำปีต้องมีหลักเกณฑ์ 1.งบประมาณรายจ่ายลงทุน ต้องมีจำนวนไม่น้อยกว่า 20%ของงบประมาณรายจ่ายประจำปี และต้องไม่น้อยกว่าวงเงินส่วนที่ขาดดุลของงบประมาณประจำปีนั้น 2. งบประมาณรายจ่ายเกี่ยวกับบุคลากรของรัฐและสวัสดิการของบุคลากรของรัฐ ต้องตั้งไว้อย่างพอเพียง 3.งบประมาณรายจ่ายเพื่อการชำระหนี้ภาครัฐซึ่งเป็นหนี้สาธารณะที่กระทรวงการคลังกู้หรือค้ำประกัน ต้องตั้งเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ ดอกเบี้ย และค่าใช้จ่ายในการกู้เงินอย่างพอเพียง ฯลฯ

ส่วนการจัดทำงบประมาณเพิ่มเติมนั้น กำหนดไว้ในมาตรา 21 ระบุว่า การจัดทำ งบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม ให้กระทำ ได้เมื่อมีเหตุผลและความจำเป็นที่ต้องใช้จ่ายเงินระหว่างปีงบประมาณ โดยไม่สามารถรองบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณถัดไปได้ และให้ระบุที่มาของเงินที่จะใช้จ่ายตามงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมด้วย ส่วนงบกลางนั้นระบุว่า ให้ตั้งได้เฉพาะในกรณีที่มีเหตุผลและความจำเป็นที่ไม่อาจจัดสรรหรือไม่สมควรจัดสรรงบประมาณรายจ่ายให้แก่หน่วยงานของรัฐที่รับผิดชอบได้โดยตรง

ทั้งนี้ยังในมาตรา 23 ยังให้มีการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายแก่หน่วยงานของรัฐสภา ศาลยุติธรรม ศาลปกครอง ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ และองค์กรอัยการ ให้เพียงพอกับการปฏิบัติหน้าที่โดยอิสระ โดยต้องคำนึงถึงการดำเนินงาน รายได้ เงินนอกงบประมาณ และเงินอื่นใดที่หน่วยงานนั้นมีอยู่ด้วย






http://www.thaipost.net/main/detail/7442                           
[/b]