NPCEU BOARD

Guest


Author Topic: จากสงครามยึดดินแดนสู่องค์กรครอบโลก  (Read 161 times)

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3769
                   จากสงครามยึดดินแดนสู่องค์กรครอบโลก
ในช่วงก่อนสงครามโลกครั ้งที่ 2 ประเทศมหาอ านาจเข้าแสวงหาผลประโยชน์ แย่งชิงทรัพยากรจากเหล่าประเทศเอเชียโดยการท าสงครามยึด
ดินแดน และเข้าตักตวงทรัพยากร เช่น สัมปทานไม้ บังคับให้ปลูกพืชเศรษฐกิจราคาถูกส่งออกไปป้อนประเทศมหาอ านาจ แต่หลังสงครามโลก
พวกเขาไม่สามารถยึดดินแดนใครได้ตามอ าเภอใจแล้ว แต่พวกเขาก็มีวิธีใหม่โดยการ สร้างองค์กรระดับโลกเพื่อปรับเปลี่ยนเศรษฐกิจโลกให้
สามารถตอบสนองผลประโยชน์แก่ตนได้โดยไม่ต้องใช้ก าลัง
เอดีบีเป็นใคร
ธนาคารของนายทุนหรือองค์กรพัฒนา
ธนาคารพัฒนาแห่งเอเชีย หรือ เอดีบี ก่อตั ้งขึ ้นเมื่อปี 2509 เป็นหนึ่งในองค์กรครอบโลกหลายองค์กร เช่น ธนาคารโลก กองทุนการเงินระหว่าง
ประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ข้อตกลงว่าด้วยพิกัดอัตราภาษีศุลกากรและการค้า (แกตต์-ต่อมาตั ้งเป็นองค์กรการค้าโลก)ที่ก่อตั ้งภายหลังสงครามโลกครั ้ง
ที่ 2 โดยประเทศมหาอ านาจ เช่น สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่ น และอื่น ๆ เพื่อท าหน้าที่ให้เงินกู้พร้อมเงื่อนไข แก่รัฐบาลและเอกชนของประเทศในแถบ
เอเชียเพื่อพัฒนาระบบเศรษฐกิจให้เป็นระบบทุนนิยมเสรี อันจะเป็นการสร้างผลประโยชน์ให้แก่ประเทศมหาอ านาจ และการเติบโตของกลุ่มทุนใน
แต่ละประเทศ ดังนั ้นเอดีบีจึงเปรียบเสมือน “เจ้าหนี ้” ที่ปล่อยกู้พร้อมก าหนดเงื่อนไขให้ “ลูกหนี ้” ต้องปฏิบัติผลประโยชน์ของเจ้าหนี ้อย่างเคร่งครัด
เงินทุนของเอดีบีมาจากไหน
ใครจ่ายมาก เสียงดังมาก
เงินทุนของเอดีบีได้มาจากการบริจาคของประเทศสมาชิก ซึ่งปัจจุบันมีทั ้งหมด 57 ประเทศ โดยมีหลักการว่าใครบริจาคมาก ผู้นั ้นมีอ านาจในการ
ก าหนดนโยบาย หรือตัดสินใจมากตามปริมาณเงิน ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดคือ ญี่ปุ่ น และสหรัฐอเมริกา ที่มีหุ้นเท่ากันคือร้อยละ 16 ของวงเงินที่เอดีบีมี
อยู่ ดังนั ้นญี่ปุ่ นและอเมริกาจึงมีอิทธิพลสูงสุดในการก าหนดว่า เอดีบีควรจะปล่อยกู้ให้ใคร จะวางยุทธศาสตร์เอดีบีอย่างไร จะก าหนดเงื่อนไขแก่
ประเทศลูกหนี ้มากน้อยแค่ไหน ส่วนประเทศไทยลงหุ้นน้อยก็ไม่มีสิทธิตัดสินใจเท่าใดนัก ที่เห็นได้ชัดก็คือ ประธานเอดีบีทุกรุ่นเป็นคนญี่ปุ่ นทั ้งหมด
กล่าวโดยสรุป เอดีบีก็เป็นเครื่องมือให้แก่ประเทศมหาอ านาจที่เข้าแสวงประโยชน์จากประเทศเอเชียนี่เอง
ผลกระทบต่อไทยจากเงื่อนไขเอดีบี
ถนน ท่อก๊าซ ความขัดแย้งกับประชาชน
ความจริงเอดีบีได้ให้เงินกู้ประเทศไทยมานาน ตั ้งแต่ปี 2516 โดยมากจะเป็นเรื่องการสร้างโครงสร้างพื ้นฐาน เช่น สร้างถนน และสาธารณูปโภค
พื ้นฐาน
มีโครงการที่เอดีบสนับสนุนและสร้างผลกระทบต่อประชาชนและสิ่งแวดล้อมจ านวนมาก เช่น โครงการท่อก๊าซไทย-พม่า ที่นอกจากจะท าลายป่ า
และสร้างผลกระทบต่อชาวบ้านแล้ว ยังท าให้ประเทศไทยต้องสูญเสียเงินมหาศาลจากการถูกรัฐบาลพม่าปรับเมื่อสร้างท่อเสร็จแล้วแต่โรงไฟฟ้าที่
จะใช้ก๊าซยังท าไม่เสร็จ หรือล่าสุดกรณีโรงบ าบัดน าเสียที่ต.ท่าด่าน จ.สมุทรปราการ ก็สร้างความหวาดหวั่นให้แก่ประชาชนในพื ้นที่ต่อการท าลาย
ระบบนิเวศทางทะเล จนเกิดการต่อต้านอย่างหนัก
วิกฤติเศรษฐกิจไทย คือโอกาสใหม่ของเอดีบี
ภาวะวิกฤติเศรษฐกิจในประเทศไทยระหว่างปี 2540-2541 ที่เป็นผลสืบเนื่องจากการเน้นการค้าเสรีมาตั ้งแต่สมัยรัฐบาลเปรม วิกฤติเศรษฐกิจ
คราวนี ้ได้ซ ้าเติมปัญหาแก่คนยากจนยิ่งขึ ้น รัฐบาลไทยได้ตัสินใจแก้ปัญหาโดยกู้เงินจากไอเอ็มเอฟ ไปแล้วจ านวน 636,400 ล้านบาท ในเวลาไม่
นาน ประเทศไทยก็ต้องกู้เงินจากเอดีบีอีกระลอกหนึ่ง เอดีบีได้อนุมัติวงเงินกู้แก่ประเทศไทยภายใต้แผนเงินกู้ของไอเอ็มเอฟ เป็นจ านวนเงิน
44,400 ล้านบาท
ขณะที่รัฐบาลไทยมองเอดีบีไม่ต่างจากไอเอ็มเอฟ และธนาคารโลก ว่าคืออัศวินขี่ม้าขาว ที่เข้ามาช่วยอุ้มชูประเทศไทยให้รอดพ้นจาก “วิกฤติ
เศรษฐกิจ” แต่ในความเป็นจริงภายใต้เงื่อนไขเงินกู้ ไม่ว่าธนาคารไหน ๆ ในโลกก็ไม่ต่างกัน เมื่อเขาให้ ก็ย่อมหมายถึงว่าเขาก็ต้องได้ “ก าไร” คือท า
อย่างไรก็ได้ที่จะท าให้ประเทศนั ้น ๆ คืนเงินมาพร้อมกับดอกเบี ้ย ที่ส าคัญคือ เงินกู้เอดีบีอัตราดอกเบี ้ยสูงถึงร้อยละ 8 สูงที่สุดในบรรดาเงินกู้ที่
ประเทศไทยเคยกู้มา
การให้เงินกู้ของเอดีบีจึงแถมพกมาด้วย “เงื่อนไข” ที่ประเทศไทยต้องปฏิบัติตาม ภายใต้ชื่อโครงการที่ดูดีว่า “แผนความช่วยเหลือประเทศ” มี
หลักการคือ
รัฐจะต้องมุ่งเน้นการพัฒนาเศรษฐกิจแบบทุนนิยมเสรี โดยพึ่งพาเงินทุนต่างประเทศ และถูกควบคุมโดยกลไกตลาดระดับโลก
รัฐจะต้องลดการสนับสนุนสวัสดิการทางสังคมแก่ประชาชนลง โดยให้เอกชนเข้ามาด าเนินการแสวงหาก าไรมากขึ ้น
รัฐจะต้องเร่งแปรรูปกิจการสาธารณะต่าง ๆ เช่น ระบบการศึกษา สาธารณสุข และให้เอกชน ทุนต่างชาติเข้าครอบครองทรัพยากรธรรมชาติ
เงื่อนไขภายใต้หลักการดังกล่าวมีดังต่อไปนี ้
1. ปรับโครงสร้างภาคการเงิน เร่งจ่ายเงินคืนเจ้าหนี ้
รัฐบาลจะต้องมีแผนการปรับภาคเศรษฐกิจ โดยการปรับโครงสร้างภาคการเงิน ใช้นโยบายการคลังที่เข้มงวด และลดการขาดดุลทางการค้า โดย
การเสนอให้เพิ่มทุนให้กับสถาบันการเงินทั ้งของรัฐและเอกชน
การปฏิรูปสถาบันการเงินนี ้เอดีบีจะท างานร่วมกับไอเอ็มเอฟ และธนาคารโลก ไอเอ็มเอฟมีหน้าที่ปฏิรูปและสร้างความแข็งแกร่งให้กับธนาคาร
แห่งประเทศไทย ธนาคารโลกท าหน้าที่ปฏิรูปกฎระเบียบและปรับปรุงสถาบันการเงินอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ธนาคาร ส่วนเอดีบีท าหน้าที่ในการพัฒนาตลาด
ทุน เพิ่มช่องทางการระดมทุน เช่น ตลาดหุ้น ตลาดพันธบัตร
ความไม่เป็นธรรมได้เกิดจากเงื่อนไของค์กรเหล่านี ้ คือ เป็นการก าหนดเงื่อนไขให้รัฐบาลเข้ามาแบกรับหนี ้ของภาคเอกชนที่ก่อไว้ ซึ่งการที่รัฐบาล
เข้าไปรับหมายถึง เอาภาษีของประชาชนไปชดใช้ให้กับพวกนายทุนที่สร้างหนี ้ไว้ ทั ้งที่ประชาชนไม่ได้เป็นคนก่อหนี ้แต่อย่างใด จึงเหมือนกับเอาคน
จน ประชาชนทั ้งชาติไปอุ้มคนรวยไว้ เพื่อให้มีหลักประกันว่าลูกหนี ้ไทยจะไม่บิดพลิ ้วในการจ่ายหนี ้
ผลกระทบเกิดขึ ้นอย่างรุนแรงก็คือ
แทนที่รัฐจะเอาภาษีประชาชนมาพัฒนาประเทศ แต่ต้องเอามาใช้หนี ้ให้นายทุน
เปิดทางให้ต่างชาติเข้ามาซื ้อธนาคาร สถาบันการเงิน และควบคุมระบบการเงินของประเทศ มีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ
การยุบสถาบันการเงิน ปลดพนักงานเกิดขึ ้นอย่างกว้างขวาง
รัฐบาลต้องด าเนินนโยบายรัดเข็มขัด ท าให้ภาคเศรษฐกิจไทยตกต ่า ค่าครองชีพสูงขึ ้นกว่าร้อยละ 10 บริษัทล้มละลาย คนตกงาน กลับบ้าน คน
ยากจนล าบากไม่มีทางไป
ประเทศไทยมีหนี ้สินมหาศาล เฉลี่ยแล้วคนละ 50,000 บาท                     
[/b]