NPCEU BOARD

Guest


Author Topic: อดีต จนท.แปรพักตร์ติงแผนสหรัฐฯ สกัดเกาหลีเหนือ  (Read 41 times)

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3684
          อดีตเจ้าหน้าที่รัฐบาลเกาหลีเหนือแปรพักตร์ วิจารณ์มาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือของสหรัฐฯ ว่าอาจจะไม่ได้ผล โดยระบุว่าเกาหลีเหนือประกอบธุรกิจหลายประเภท ทั้งถูกกฎหมายและผิดกฎหมาย ซึ่งมากเกินกว่าจะตามไปจัดการได้ทั้งหมด

นางนิกกี เฮลีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำสหประชาชาติ เปิดเผยว่ารัฐบาลสหรัฐฯ จะเจรจาต่อรองกับประเทศสมาชิกคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เพื่อผลักดันให้ลงมติรับรองมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือเพิ่มเติม ซึ่งเป็นการตอบโต้ที่เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธข้ามทวีป หรือไอซีบีเอ็ม เมื่อวันที่ 4 และ 28 กรกฏาคมที่ผ่านมา โดยร่างข้อเสนอคว่ำบาตรครั้งล่าสุด จะรวมถึงการสั่งอายัดบัญชีธนาคารในต่างประเทศที่เกี่ยวข้องกับนายคิมจองอึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ รวมถึงบัญชีของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเกาหลีเหนือด้วย

​อย่างไรก็ตาม สำนักข่าวซีเอ็นเอ็น รายงานอ้างอิงคำให้สัมภาษณ์ของนายรีจองโฮ ผู้แปรพักตร์ชาวเกาหลีเหนือที่เคยทำงานให้กับหน่วย 39 ซึ่งรับผิดชอบด้านการหารายได้ให้กับรัฐบาลเกาหลีเหนือ โดยนายรีระบุว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐฯ อาจไม่ได้ผลเท่าที่ควร เพราะทรัพย์สินของรัฐบาลเกาหลีเหนือไม่ได้อยู่ในบัญชีธนาคารต่างแดน และธุรกิจของเกาหลีเหนือที่ถูกสั่งปิดในต่างประเทศก็สามารถเปลี่ยนชื่อและเปิดดำเนินการใหม่ได้ในเวลาไม่นาน โดยที่รัฐบาลแต่ละประเทศไม่อาจตามไปจัดการได้ทั้งหมด

นายรีระบุด้วยว่ารายได้ของเกาหลีเหนือส่วนใหญ่มาจากการส่งออกแรงงานและทรัพยากรธรรมชาติ เช่น ถ่านหิน แต่สำนักวิจัยแห่งสภาคองเกรสของสหรัฐฯ ระบุว่า หน่วยงานรัฐบาลเกาหลีเหนือหารายได้ด้วยวิธีทุจริตผิดกฎหมายต่างๆ ด้วยเช่นกัน ทั้งการแฮ็กข้อมูลบัญชีธนาคารระหว่างประเทศ การปลอมเงินตราต่างประเทศ ตลอดจนการค้ายาเสพติด และลักลอบค้าสัตว์หายาก โดยผลรวบรวมข้อมูลล่าสุดเมื่อปี 2008 พบว่าเกาหลีเหนือมีรายได้จากกิจกรรมผิดกฎหมายเหล่านี้เป็นเงินกว่า 500 ล้าน-1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม นายรีปฏิเสธว่าเขาไม่ได้เกี่ยวข้องกับการหารายได้อย่างผิดกฎหมาย และเขาตัดสินใจหลบหนีเมื่อปี 2014 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาปฏิบัติงานในประเทศจีน ทำให้เขาและครอบครัวหลบหนีไปยังประเทศที่สามได้อย่างปลอดภัย โดยปัจจุบันเขาอาศัยอยู่ในสหรัฐอเมริกา และเป็นผู้ที่ให้ข้อมูลกับสื่อสหรัฐฯ ว่าช่วงปี 2013 นายคิมจองอึนได้สั่งกวาดล้างและประหารชีวิตเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลและสมาชิกพรรคแรงงานที่มีอิทธิพลทางการเมืองหลายคน รวมถึงครอบครัวของเจ้าหน้าที่เหล่านั้น เพื่อป้องกันการก่อเหตุกระด้างกระเดื่อง

นายรียอมรับว่าเขาปฏิบัติหน้าที่ในหน่วย 39 มานาน และในระหว่างนั้นก็ได้รับอภิสิทธิ์หลายอย่าง ในฐานะที่เป็นผู้หารายได้เข้าประเทศ เขาจึงสามารถใช้ชีวิตอย่างหรูหราและมีเครื่องอำนวยความสะดวกสบายในชีวีตประจำวัน แตกต่างจากประชาชนเกาหลีเหนือโดยทั่วไป แต่ฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้เขาตัดสินใจแปรพักตร์จากเกาหลีเหนือ คือ การสั่งประหารชีวิตนายจางซองแต๊ก ผู้มีศักดิ์เป็นอาเขยของนายคิมจองอึนเอง ทั้งยังเป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคแรงงานเกาหลีเหนือ โดยนายรียืนยันว่านายจางถูกยิงเสียชีวิตด้วยปืนต่อต้านอากาศยาน                   
[/b]