NPCEU BOARD

Guest


Author Topic: คำวินิจฉัยในคดี “Costa v. E.N.E.L.” คดีหมายเลขที่ ๖/๖๔ ของศาลสถิตย์  (Read 599 times)

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3781
     คำวินิจฉัยในคดี  “Costa  v.   E.N.E.L.”    คดีหมายเลขที่  ๖/๖๔ ของศาลสถิตย์ยุติธรรมสังคมประชาคมเศรษฐกิจยุโรป หรือ  The  European  Court  of  Justice  จะนำมาใช้  ให้เป็นที่ยอมรับได้อย่างไร?  กับ  นานาชาติ

     
คำวิจฉัย  เช่นที่ว่านี้  ขัด  หรือ  แย้ง  กับ  หลักการตามบัญญัติไว้  ในกฎบัตรของ  องค์การสหประชาชาติ  ที่เป็น  ธรรมนูญสูงสุดของ  องค์การนี้หรือไม่?  และ อย่างไร?

๑.  ในการตอบปัญหาในข้อนี้  ต้องขอแสดง  ให้  ท่านผู้อ่านทั้งหลาย  ทราบคำตอบ  ในเบื้องต้นว่า  “คำวินิจฉัยในคดี  “Costa  v.  E.N.E.L.”   คดีหมายเลขที่  ๖/๖๔ ของศาลสถิตย์ยุติธรรมสังคมประชาคมเศรษฐกิจยุโรป  หรือ  The  European  Court  of  Justice  จะนำมาใช้   ให้เป็นที่ยอมรับได้อย่างไร? กับนานาชาตินั้น”

 

๒.  ต้องขอให้ตอบในเบื้องต้นว่า  ใช้ได้ กับ  นานาชาติทุกชาติแน่นอน  ดังมีเหตุผลดังต่อไปนี้:

      ๑. ๑   ถ้าท่านผู้อ่านทั้งหลาย  มีกฎบัตรของ  องค์การสหประชาชาติ  อยู่ในมือท่าน  ผมขอให้ท่านพลิกไปอ่านตั้งแต่  คำปรารภ  หรือ  Preamble  ของกฎบัตรฯ  ที่ถือว่า  เป็นเจตนารมณ์ของ  กฎบัตรฯ

 
    ๑. ๒   ซึ่งตัวบทบัญญัติทั้งหลายของ  กฎบัตรฯ  (มีสถานะ  เป็น  สนธิสัญญาหลายฝ่าย  หรือ  Multilateral  Treaty  อยู่ในตัวเองด้วย  **  ที่ต้องเตือนความจำของ  ท่านทั้งหลาย  เพราะในเรื่องของ  การจะบังคับใช้สนธิสัญญาทั้งหลายนั้น  ต้องยึดถือหลักกฎหมาย  ในการตีความ  ในเจตนารมณ์  หรือ  the  Spirit  of  Law  of  the  Treaty  เป็นหลักใหญ่ของ  การตีความ  และ  การบังคับใช้บทบัญญัติของ  ตัวสนธิสัญญานั้นๆ  เป็น  สำคัญ**)

๑. ๓  คำปรารภของกฎบัตรฯ  ในข้อที่  ๒  และ  ที่๓  ย่อมแจ้งชัดอยู่ในตัว  ดังมีความในภาษาอังกฤษดังนี้ว่า:

         “(2)   to reaffirm faith in fundamental human rights, in the dignity and worth of the human person, in the equal rights of men and women and of nations large and small, and
         (3)   to establish conditions under which justice and respect for the obligations arising from treaties and other sources of international law can be maintained, and”

              ซึ่งถอดความออกมาเป็นภาษาไทย  ได้ดังนี้:

        “(2)  เพื่อเป็น  การยืนยัน  อย่างหนักแน่นต่อ  ศรัทธา  ที่มีอยู่ในสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน, ในศักดิ์ศรี  และคุณค่าของมนุษย์  ที่เป็นตัวตน,  ในสิทธิที่เท่าเทียมกันของ  มนุษย์ชาย  และ  หญิง และ ของชาติ  ไม่ว่าจะเป็นชาติใหญ่  และ  ชาติเล็ก,  และ

       (3)  เพื่อก่อตั้งเงื่อนไข  ภายใต้หลักความยุติธรรม  และ  การเคารพต่อพันธกรณี  อันมีที่มาจากสนธิสัญญา  และ จากแหล่งอื่นๆของกฎหมายระหว่างประเทศ  เพื่อให้สามารถ  เกิดการเคารพ  รักษาไว้,  และ”

         ๑. ๔  เมื่อท่านผู้อ่านทั้งหลาย  ได้พิจารณา  คำปรารภ  หรือ  Preamble  ของกฎบัตรองค์การสหประชาชาติ  ที่เป็นเจตนารมณ์  อันเป็น  หลักการใหญ่  ที่สำคัญของสนธิสัญญาหลายฝ่าย  (Multilateral  Treaty)  หรือ  กฎบัตรขององค์การสหประชาชาติ  แล้ว

          ๑. ๕  ย่อมเป็น  การชี้ให้เห็นได้  อย่างเด่นชัดว่า  คำวินิจฉัยในข้อกฎหมายเบื้องต้นตามสนธิสัญญา  EEC  ของ  ศาลสังคมประชาคมเศรษฐกิจยุโรป  หรือ  The  European  Court  of  Justice  ในคดีที่มีชื่อว่า  “Costa  v.  E.N. E.L.  คดีหมายเลข  6/64  `ย่อมมีผลบังคับใช้แก่  ทุกๆชาติ  ในระดับนานาชาติ  โดยแน่นอน  อย่างปราศจาก  ข้อโต้เถียงใดๆ เป็นเบื้องต้น

***  และเรา  ซึ่งเป็นทั้งผู้ศึกษา  และ  ผู้ปฏิบัติ  ตามความของ  กฎหมายระหว่างประเทศ  หรือ  International  Law  ซึ่งเป็น  หลักกฎหมายของสากล  มีหน้าที่ที่จะต้อง  ธำรง  รักษา  ความศักดิ์สิทธิของ  บทบัญญัติกฏหมาย  เช่นที่ว่านี้เอาไว้

 เพื่อป้องกัน  (ภัย  ที่จะได้รับจาก  การปฏิบัติ  ที่ฝ่าฝืนต่อ  กฏเกณฑ์ของโลก  ที่จะต้องตกใส่  บ่าลูกหลานไทย  ในอนาคต)  สืบไป  ในภายภาคหน้า  บทความบทนี้ จึงเป็น  ข้อพิสูจน์เบื้องต้นของ  ความศักดิ์สิทธิของ  บทบัญญัติกฏหมายระหว่างประเทศ  ที่กำลังดำเนินอยู่บน  ที่ราบแห่งนานาชาติ  (International  Plane)  อันมีที่มาจากคำปรารภ  (Preamble)  ของ  กฏบัตรองค์การสหประชาชาติ  หรือ  The  Charter  of  United  Nations  เท่านั้น................(มีต่อ)           
[/b]

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3781
Thanaboon Chiranuvat คำวินิจฉัยในคดี “Costa v. E.N.E.L.” คดีหมายเลขที่ ๖/๖๔ ของศาลสถิตย์