Register
 


|หน้าหลัก | ช่องยูทูบ | CBOX | กติกาการโพสท์ | รวมข่าวการเมือง | รวมข่าวทั่วไป | รวมบทความการเมือง | รวมบทความทั่วไป | รวมวีดีโอ | รวมรูปภาพ |


Author Topic: เมื่อเกิดสัญญา การให้สัมปทาน ในระหว่างรัฐ กับ เอกชนประเทศไทย กับ บริษัท อัครารีซ  (Read 168 times)

svenska

  • Newbie
  • *
  • Posts: 4
    • View Profile
                                 เมื่อเกิดสัญญา การให้สัมปทาน ในระหว่างรัฐ กับ เอกชน (ยกตัวย่างเช่น กระทรวงอุตสาหกรรมของ ประเทศไทย กับ บริษัท อัครารีซอสท์เซสท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อทำเหมืองทองคำบริสุทธิ์ {อัคราไมน์นิ่งส์ ที่จังหวัดพิจิตร ประเทศไทย ทรัพย์สินของบริษัทแม่: คิงส์เกตุ ในประเทศออสเตรเลีย นั่น คือ สิทธิต่างๆ ในการจัดการ ดำเนินการ และ หาประโยชน์ รวมทั้ง ให้ผลตอบแทน ใน ค่าสัมปทาน เป็น ค่าภาคหลวง แก่ รัฐบาลโดยชอบด้วยกฎหมายของ ประเทศไทย}

เมื่อ เกิดการตีความสัญญา การให้สัมปทาน ฉบับดังกล่าว จะต้องถือว่า สัญญาสัมปทานฉบับ ดังกล่าว ตามความหมาย ในทางกฎหมาย ไม่ว่าในประเทศใดๆ ที่เจริญแล้ว (Civilized Nations) เป็น สัญญาที่ให้ประโยชน์ ต่างตอบแทนกัน ที่แจ้งชัด {Express or Explicit Context} อยู่ในตัว


จะไม่มีโอกาสใช้ **หลักการตีความ โดยปริยาย** นำ เข้ามา ใช้ ได้ เมื่อเกิดปัญหาจาก สัญญาสัมปทาน นี้ ทั้งนี้เพราะ ในระหว่าง การยกร่างสัญญาสัมปทาน ฉบับนี้ จะ ต้อง มี การส่งร่างสัญญาสัมปทาน ให้ คู่สัญญาในสัมปทาน ได้ ตรวจดู หลายเที่ยว

จนกว่า จะ ตกลงกัน ได้ และ ลงนามกัน ทั้งสองฝ่าย ในสัญญาสัมปทาน ฉบับ ดังกล่าว (โดยปราศจาก ข้อสงสัย หรือ ข้อกังขา แล้ว) กรณีทั้งหลายของ สัญญาฉบับดังกล่าว ต้องถือ ได้ ในเบื้องต้นว่า มี ความชัดแจ้ง แดงแจ๋ อยู่ในตัว ในเรื่องสิทธิ และ หน้าที่ ในระหว่าง คู่สัญญาสัมปทาน ตาม สัญญาสัมปทานนี้ {นี่คือ หลักการ การเข้าทำสัญญาในระหว่างกันของ คู่สัญญาโดยทั่วไป}

พี่น้องประชาชนชาวไทย และ ผู้ ที่จะได้รับ ความเดือดร้อน จากสัญญาการให้สัมปทานฉบับนี้ เป็น ส่วนตัว ต้อง ทำใจ เมื่อต้องชดใช้หนี้ ที่เกิดจากการละเมิดสัญญาสัมปทานฉบับนี้ เป็น การส่วนตัว มิใช่ ในฐานะ ที่เป็นรัฐ หรือ เป็น ตัวแทนของรัฐ {Non – State Actors under Color of Laws} ในผลของ การละเมิด คือ **การเวณคืนทรัพย์สินของ ภาคเอกชน** ไม่ว่า จะเป็นเอกชน ในรัฐ หรือ ชาวต่างประเทศ ก็ตาม

หลักการการตีความเช่นนี้ ดำรง ตนอยู่ บนโลกของ การให้เหตุผล ทางกฎหมาย {Reasonableness under the Construction of Laws} ,มาร่วมสองร้อยปี และ ศาล Supreme Court หรือ ศาลรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา

ได้วาง หลักเกณฑ์ในการตีความ ในบทกฎหมายเช่นนี้ จนเป็น ที่ยอมรับกัน ในหมู่นักกฎหมายทั่วโลก {International Jurists} เหตุผลของ การใช้อำนาจ ที่กำกับ ในการตีความ ตามหลักการ นี้ สามารถ นำ มาใช้ เป็น ความเห็น ในทางกฎหมาย ที่จะชี้ หรือ ตัดสิน เป็น เด็ดขาดว่า การนำกฎหมาย ที่มีคุณลักษณะ เช่นเดียว กับ ที่ปรากฏอยู่ ในรัฐธรรมนูญไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา 44 ต้อง ตก เป็น “โมฆะ” โดยสิ้นเชิง

ข้อที่ ๑. หากนักกฎหมาย ท่านใด ที่ได้มีโอกาศเข้าไป ศึกษา เล่าเรียน ในโรงเรียนกฎหมายของ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อเสียง ที่อยู่ในภาคตะวันออกของ สหรัฐอเมริกา ไม่ว่า จะเป็น โรงเรียนกฎหมาย ในส่วนมหาวิทยาลัย ที่เป็น Ivy League (“อ่านว่า ไอวี่ ลีค” ทั้งแปดมหาวิทยาลัยเอกชน) หรือ ที่อยู่นอก Ivy League ก็ตาม


ข้อที่ ๒. หลักการทางกฎหมาย ที่นักกฎหมายเหล่านี้ พึง ต้องจดจำ ใส่ใจ โดยเสมอมา คือ หลักการทางกฎหมาย ที่เกี่ยวกับ การตีความกฎหมายของ “ฯพณฯ Roger B. Taney อ่านว่า โรเจอร์ บี. แทนนี่” ประธานศาล Supreme Court (อ่านว่า ซูบรีม คอดร์) หรือ ศาลรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา คนที่ ๕ (ห้า) ที่ลือลั่น ที่ได้รับการแต่งตั้ง โดยประธานาธิบดี Andrew Jackson (อ่านว่า แอนดรูวว์ แจ็คสัน)


ข้อที่ ๓. ที่สืบทอดอุดมการทางกฎหมาย ต่อจาก John Marshall “ฯพณฯ จอนห์ มาร์แชลร์” ประธานศาลรัฐธรรมนูญ คนที่สี่ของ สหรัฐอเมริกา ฯพณฯ Roger B. Taney ได้ให้ ความเห็น เป็น ปรัชญาทางกฎหมาย และ ในขณะเดียวกัน เป็น หลักการ ในการตีความกฎหมาย ในคดีต่างๆ {The Doctrine of Construction of Laws)

ข้อที่ ๔. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในคดีที่มีชื่อว่า “The Charles River Bridge, 36 U.S. 420” ที่มาสู่การพิจารณา และ วินิจฉัยชี้ขาด โดย ศาลรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา หรือ The Supreme Court ผู้เขียน จึง ขอคัดลอก ในตอนสำคัญ มา แสดง ในที่นี้ว่า:


ข้อที่ ๕. “The Court are fully sensible, that it is their duty in exercising the high powers conferred on them by the constitution of the United States, to deal with these great and extensive interets, (chartered property,) with the utmost caution; guarding, as far as they have power to do so, the rights of property, at the same time carefully abstaining from any encroachment on the rights reserved to the states.”


ข้อที่ ๖. ถอดความออกมาเป็นภาษาไทย ได้ความว่า “ศาลนี้ จะต้องใช้ความระแวดระวัง อย่างเต็มที่, เมื่อศาลนี้ ต้อง ทำหน้าที่ ที่ได้รับมอบ มาจาก บทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญของ สหรัฐฯ ที่บังคับอยู่ เหนือ ศาล, ที่ต้องเข้าไป ใช้อำนาจในการตีความ ที่เกี่ยวกับ ผลประโยชน์ ที่สำคัญ และ เกี่ยวข้อง กับ คนหมู่มาก, (ทรัพย์สิน ที่ได้รับการตรา หรือ รับรองไว้ โดยสัญญา และข้อกฎหมาย,)”


ข้อที่ ๗. “ศาล จะ ต้องใช้ ความระแวด ระวัง อย่างถึง ที่สุด; ข้อพึงสังวรณ์, ตราบเท่าที่มี และ ใช้อำนาจ ที่ทำได้, ในเรื่องที่เกี่ยวกับ ทรัพย์สินนั้น, ในขณะเดียวกัน จะ ต้องใช้ อำนาจ ที่วางเฉย โดยการงดเว้น ที่จะ ไม่ ก้าวล่วง เข้าไป เกี่ยวข้อง(ตีความในทางใดๆ ให้ กระทบ ต่อ) กับ อำนาจใดๆ ที่ได้สงวนไว้ เป็น ของ มลรัฐ (รัฐ).”...................(มีต่อ)   cr ชุมชนแห่งเสรีภาพ (the Land of Liberty   

 


POWERED BY NORPORCHOREUSWEDEN