Register
 


|หน้าหลัก | ช่องยูทูบ | CBOX | กติกาการโพสท์ | รวมข่าวการเมือง | รวมข่าวทั่วไป | รวมบทความการเมือง | รวมบทความทั่วไป | รวมวีดีโอ | รวมรูปภาพ |


Author Topic: บริษัทต่างชาติจะย้ายโรงงานจากจีนไปเวียดนามเพื่อเลี่ยงภาษีนำเข้าสินค้าของสหรัฐฯ  (Read 261 times)

admin

  • Administrator
  • Newbie
  • *****
  • Posts: 25
    • View Profile

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ จะทำให้นักลงทุนต่างชาติย้ายโรงงานจากจีนไปเวียดนาม

ขณะที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ดำเนินมาเกือบหนึ่งปี หลายบริษัทผลิตสินค้าเพื่อการส่งกำลังหาลู่ทางหลีกเลี่ยงผลกระทบด้วยการย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่สามนอกเหนือจากจีนเเละคาดว่าเวียดนามจะเป็นประเทศที่ผู้ผลิตสินค้านานาชาติจะแห่เข้าไปตั้งฐานการผลิตกันจำนวนมากที่สุดในช่วงปีที่จะมาถึงนี้

หลายคนที่คุ้นเคยกับเวียดนามบอกว่าเวียดนามได้เปรียบเพราะจุดที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ค่าลงทุนต่ำ นโยบายสนับสนุนการลงทุนของรัฐบาลเเละไม่มีข้อขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐฯ นอกจากนี้ เวียดนามก็มีความคืบหน้าเรื่องการลงนามข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปเเละประเทศริมมหาสมุทรเเปซิฟิกอีก 10 ชาติ

Maxfield Brown ผู้เชี่ยวชาญคำปรึกษาทางธุรกิจที่บริษัท Dezan Shira & Associates ในเมืองโฮจิมินห์ กล่าวว่า เขาคิดว่าเวียดนามเป็นผู้ได้ประโยชน์อย่างชัดเจนเพราะตั้งติดกับจีนและนอกจากนี้ยังติดต่อเชื่อมโยงไปยังตลาดที่เป็นเป้าหมายของผู้ผลิตสินค้าได้อย่างสะดวก

Brown กล่าวว่า สหรัฐฯ จัดเก็บภาษีนำเข้าปีนี้จากสินค้านำเข้าที่ผลิตในจีน 250,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ บริษัทนานาชาติที่มีโรงงานในจีนแต่กำลังมองหาการขยายการผลิตในที่อื่นอยู่เเล้ว อาจจะย้ายการผลิตไปเวียดนามเร็วกว่าที่คาดกันไว้ก่อนหน้านี้เพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น

จุดที่ตั้งของเวียดนามทำให้ง่ายต่อการขนส่งสินค้าทางทะเลไปทางตะวันออก เช่นเดียวกับการนำเข้าวัตถุดิบทางบกจากจีนแผ่นดินใหญ่ และบรรดาบริษัทนานาชาติต่างเร่งหาข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนในเวียดนามตั้งเเต่สหรัฐฯประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนรอบใหญ่ในเดือนกันยายน

Fiachra MacCana หัวหน้าการวิจัยที่บริษัทหลักทรัพย์ Ho Chi Minh City Securities กล่าวว่า เวียดนามเป็นเพียงทางเลือกเดียวสำหรับผู้ผลิตสินค้าในจีนที่ต้องการขยายกำลังการผลิตนอกประเทศและศูนย์กลางการผลิตอื่นๆ ในเอเชียก็ตั้งอยู่ไกลออกไปจากจีน เสียค่าลงทุนสูงกว่าหรือไม่ก็ขาด supply chain สำหรับการผลิตและขายสินค้าอิเลคทรอนิคส์

Vietnam Investment Review เปิดเผยเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า บริษัท Foxconn ซึ่งเป็นผู้รับเหมารายหลักในการประกอบโทรศัพท์มือถือ iPhones ที่มีโรงงานขนาดยักษ์ในจีนหลายแห่ง กำลังเจรจากับทางการท้องถิ่นในกรุงฮานอย Hanoi People's Committee เพื่อตั้งโรงงานประกอบโทรศัทพ์ iPhone ขึ้นที่นั่นเพื่อลดผลกระทบจากความขัดเเย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

บรรดาสื่อมวลชนต่างชาติได้รายงานว่าด้านบริษัทผู้ผลิตหูฟังไร้สาย GoerTek ของจีนก็วางแผนที่จะย้ายโรงงานจากจีนไปเวียดนามเพื่อหลีกเลี่ยงความข้ดแย้งทางการค้านี้

บรรดาผู้เชี่ยวชาญในเมืองโฮจิมินห์เชื่อว่าการเสาะหาที่ดินเเละการสั่งเครื่องมือโรงงาน ตลอดจนการขอใบอนุญาต เป็นอุปสรรคต่อผู้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกจำนวนมากและบริษัทนานาชาติบางเเห่งอาจยังลังเลใจที่จะถอนตัวจากจีนเพราะขายสินค้าโดยตรงเเก่ผู้บริโภคจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มาก

บริษัทต่างๆ ที่ต้องการหลบหลีกภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นของสหรัฐฯ น่าจะเริ่มเข้าไปลงทุนในเวียดนามปลายปีหน้า หากได้รับใบอนุญาตเเละมีที่ตั้งของโรงงาน

เศรษฐกิจเวียดนามที่เติบโตเร็วในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาทำให้เกิดการขยายตัวของโรงงานที่ต่างชาติลงทุน เงินลงทุนส่วนมากมาจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้เเละไต้หวัน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ได้คำนวณว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติโดยเฉลี่ยต่อปีเพิ่มขึ้นจาก 2,500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯระหว่างในปี ค.ศ. 2000-2005 ไปเป็น 8,400 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯระหว่างปี ค.ศ. 2008 ถึง 2014

Kevin Snowball ซีอีโอแห่งบริษัท PXP Vietnam Asset Management ในเมืองโฮจิมินห์กล่าวว่าในเเง่ของเศรษฐกิจมหภาคและจากมุมมองของการส่งออก เวียดนามกำลังบูมอยู่เเล้ว ไม่ว่าจะมีสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ หรือไม่ การประเมินว่าสงครามการค้านี้มีผลโดยตรงเเค่ไหนกับเวียดนาม คงต้องใช้เวลา

 


POWERED BY NORPORCHOREUSWEDEN