NPCEU BOARD

Guest


Author Topic: ตำนาน 5 เสือส่งออกข้าว วงจรอุบาทว์ที่กดเกษตรกรชาวนาไทย  (Read 5157 times)

svenskaeu

  • Hero Member
  • *****
  • Posts: 3807
          ตำนาน 5 เสือส่งออกข้าว วงจรอุบาทว์ที่กดเกษตรกรชาวนาไทย

วงจรอุบาทว์ที่กดเกษตรกรชาวนาไทย คือ

5 เสือกำหนดราคากดโรงสี >>> โรงสีกดราคารับซื้อจากชาวนาอีกทอดนึง >>> ชาวนาทำนาแทบตายสุดท้ายมีแต่หนี้สิน

สมัยก่อนกลไกตลาดข้าวโดยเฉพาะส่งออก จะถูกกำหนดโดย 5 บริษัทใหญ่ที่ครองตลาดส่งออกข้าวไทยกว่าครึ่ง ประกอบด้วย

1. บริษัท นครหลวงค้าข้าว จำกัด
2. บริษัท เอเชียโกลเด้นไรซ์ จำกัด
3. บริษัท ไชยพรค้าข้าว จำกัด
4. บริษัท พงษ์ลาภ จำกัด
5. และบริษัท ไทยฟ้า(2511) จำกัด ครองส่วนแบ่งตลาด

5 เสือไม่เฉพาะเป็นกลุ่มที่มีการส่งออกอันดับต้นๆของประเทศ แต่ยังเป็นกลุ่มที่มีอิทธิพลต่อการชี้นำราคาข้าวของตลาดภายในประเทศและส่งออก เป็นกลุ่มที่กว้างขวางและใกล้ชิดกับภาครัฐและนักการเมืองในทุกยุคทุกสมัย และในรัฐบาลสมัครปี 2551 ได้สิทธิพิเศษในการส่งออกข้าวแบบรัฐบาลต่อรัฐบาล (จีทูจี)

เมื่อมีโครงการจำนำข้าวที่รัฐตั้งราคาจำนำสูงกว่าราคาเดิมมาก "5เสือส่งออกข้าว" จึงหมดสิทธิ์กำหนดราคากดหัวชาวนา เพราะชาวนาจะไม่ขายให้โรงสีที่ให้ราคาต่ำกว่ารัฐ ช่วงแรกๆ ของโครงการจำนำข้าวนั้นส่งผลดีทำให้ราคาข้าวไทยสูงขึ้นในตลาดโลก ชาวนาได้ประโยชน์ แต่ 5 เสือเสียประโยชน์ ทั้งนี้ ราคาที่สูงขึ้นไม่ใช่การปั่นขึ้นมาเอง แต่เป็นราคาที่สะท้อนต้นทุนการผลิต และเป็นราคาที่ตอบแทนชาวนาอย่างเป็นธรรมมากขึ้น

ไม่ต้องกลัวหากไทยจะเสียแชมป์ส่งออกข้าว การเป็น "แชมป์" ส่งออกข้าวย่อมหมายถึงผลประโยชน์ของ 5 เสือที่ยิ่งครองตลาดมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสามารถกดราคาชาวนาได้มากขึ้นเท่านั้น ดังนั้น การที่ประเทศไทยจะส่งออกข้าวน้อยลง แต่มีราคาที่เป็นธรรมมากขึ้น ก็ถือเป็นเรื่องดี

ปัจจุบันรัฐเป็นเสมือนพ่อค้าข้าวรายใหญ่สุด สร้างเครือข่ายส่งออกข้าวใหม่ "5เสือส่งออกข้าว" ก็ดูจะหงอยๆ เพราะประมูลข้าวจากรัฐไม่ค่อยได้ หรือนี่จะเป็นอวสานของวงจรอุบาทว์ของ "5เสือส่งออกข้าว"?

โลกผลิตข้าวได้ทั่วโลกปีละ 470 ล้านตัน แต่มีข้าวส่งออกไปขาย 30 ล้านตัน ไทยผลิต 20 ล้านตัน/ปี บริโภคภายในประเทศ 10 ล้าน ส่งออก 10 ล้าน เป็นเจ้าตลาดอยู่ 1 ใน 3 ของข้าวส่งออกโลก

เมืองไทยมี 5 เสือส่งออกข้าว(ทุนธนาคารใหญ่) คนกลุ่มนี้คือคนกำหนดราคาตลาดโลกตัวจริง 5 เสือจะเป็นคนส่งสัญญาณถึงโรงสีว่าจะรับซื้อข้าวที่ราคาเท่าไหร่โดยกำหนดกำไรที่แน่นอนไว้ จากนั้นโรงสีก็จะประกาศให้ชาวนาทราบว่ารับซื้อที่เท่าไหร่(หักกำไรไว้)

ชาวนาในฐานะผู้ผลิตข้าว ต้องแบกรับความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติและราคาข้าวที่ถูกกำหนดมา 2 ชั้นจากผู้ส่งออกข้าวรายใหญ่และโรงสี ทั้งสองกลุ่มได้ตัดเอากำไรก่อนใคร ไม่มีทางขาดทุน

ราคาข้าวจะราคาต่ำสุดตอนฤดูกาลเก็บเกี่ยว ชาวนาจะรีบเอาข้าวเปลือกไปขายโรงสี เพื่อเอาเงินไปจ่ายหนี้ที่ค้างไว้ เมื่อข้าวหลุดจากมือชาวนาเมื่อไหร่ ราคาข้าวในตลาดก็จะถีบตัวขึ้นทันที คำถามคือทำไมชาวนาไม่เก็บข้าวไว้ก่อน คำตอบคือ การเก็บข้าวมีต้นทุน

แนวคิดการรับจำนำข้าวของรัฐบาลยิ่งลักษณ์คือ

1. กดดันราคาข้าวในตลาดโลกให้สูงขึ้นโดยการดึงข้าวออกจากตลาด

2. ตัดวงจรพ่อค้าและโรงสีที่เป็นผู้กำหนดราคาและนำส่วนต่างนี้อัดฉีดลงไปในมือชาวนา

3. กระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก ปลดหนี้ชาวนา กระจายรายได้สู่ชนบท และให้เศรษฐกิจหมุนขึ้นจากล่างสู่บนทั้งระบบ

ต้องล้มจำนำข้าว..
5 เสือส่งออกข้าวสู้ตาย ธุรกิจหลายแสนล้านที่ตนเคยกำหนดราคาชี้นำตลาดโลกได้ หลุดออกจากมือ ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ตั้งแต่เริ่มโครงการนี้ จึงมีการเคลื่อนไหวอย่างหนักหน่วง ผ่านทุกช่องทาง ทั้งสื่อ นักวิชาการ นักการเมือง โดยเฉพาะฝ่ายค้าน ถ้านโยบายนี้ประสบความสำเร็จ ชาวบ้านในชนบทจะไม่มีทางเปลี่ยนใจมาเลือกพรรคฝ่ายค้าแน่นอน นั่นแปลว่าปิดประตูชนะ
             http://two-gen.com/board/index.php?topic=4939.0       
[/b]