Register
 


|หน้าหลัก | ช่องยูทูบ | CBOX | กติกาการโพสท์ | รวมข่าวการเมือง | รวมข่าวทั่วไป | รวมบทความการเมือง | รวมบทความทั่วไป | รวมวีดีโอ | รวมรูปภาพ |


Recent Posts

Pages: [1] 2 3
1
     คิงส์เกต' บริษัทสัญชาติออสเตรเลีย เจ้าของเหมืองชาตรี ใน จ.พิจิตร ซึ่ง คสช. อ้าง ม. 44 สั่งปิดไปเมื่อปี 60 เผยว่าบริษัทประกันยอมจ่ายชดเชย 82 ล้านดอลลาร์ เหตุ 'เสี่ยงภัยทางการเมือง' พร้อมรับผิดชอบค่าใช้จ่ายกรณี 'คิงส์เกต' ฟ้องรัฐบาลไทยละเมิดข้อตกลงการค้าเสรีด้วย
บริษัทซูริก อินชัวรันซ์ ออสเตรเลีย และธุรกิจประกันที่เกี่ยวข้อง ยอมรับข้อตกลงการเจรจาไกล่เกลี่ยร่วมกับบริษัทคิงส์เกต คอนโซลิเดเต็ด จำกัด และจะจ่ายเงินชดเชยให้แก่คิงส์เกต รวม 82 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2,542 ล้านบาท) โดยจะแบ่งจ่ายเงิน 55 ล้านดอลลาร์ภายในวันที่ 15 เม.ย.2562 หลังจากกลุ่มบริษัทประกันยอมรับว่า สิ่งที่เกิดขึ้นกับ บ.คิงส์เกต เป็นความเสี่ยงทางการเมือง

เว็บไซต์ Insurance Business Magazine สื่อของออสเตรเลีย รายงานเพิ่มเติมว่า การเจรจาไกล่เกลี่ยครั้งนี้ยุติลงด้วยดีก่อนถึงกำหนดที่ศาลสูงออสเตรเลียจะมีคำตัดสินต่อกรณีดังกล่าวในเดือน มิ.ย. และบริษัทประกันจะต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายราว 3.9 ล้านดอลลาร์ ที่คิงส์เกตต้องใช้ในกระบวนการยื่นฟ้องต่อคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ให้ดำเนินการกับรัฐบาลไทย ฐานละเมิดข้อตกลงเขตการค้าเสรีระหว่างไทย-ออสเตรเลีย หรือ TAFTA

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากกรณีรัฐบาลทหารไทยใช้อำนาจตามมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ ออกคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 72/2559 ปิดเหมืองแร่ทั่วประเทศ ทำให้เหมืองทองคำชาตรี ซึ่งตั้งอยู่ใน ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร และเป็นกิจการของบริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด (มหาชน) ซึ่งคิงส์เกตเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ได้รับผลกระทบต้องปิดทำการไปด้วย นับตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2560

คิงส์เกตระบุว่า คำสั่งระงับกิจการเหมืองแร่ของรัฐบาลไทย เกิดขึ้นก่อนจะสิ้นสุดวาระสัมปทานเหมืองทองคำชาตรีในปี 2563 และ 2571 ทำให้บริษัทสูญเสียรายได้ ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุน ทำให้หุ้นของคิงส์เกตในตลาดหลักทรัพย์ร่วงลงทันที และการกระทำของรัฐบาลทหารไทยเป็นการละเมิดข้อตกลง TAFTA ที่กำหนดเงื่อนไขเอาไว้ว่าทางการไทยและออสเตรเลียต้องให้การคุ้มครองนักลงทุนต่างประเทศ

ทั้งนี้ รัฐบาลไทยออกคำสั่งปิดเหมืองทองคำชาตรีก่อนหน้านี้แล้วครั้งหนึ่ง โดยระบุว่าส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในละแวกใกล้เคียง แต่การจัดทำรายงานประเมินผลกระทบด้านสุขและสิ่งแวดล้อมของหน่วยงานรัฐบาลไทยต่อกรณีเหมืองทองคำชาตรียังไม่ยุติ ทำให้คิงส์เกตระบุว่าสถานการณ์ที่บริษัทต้องเผชิญเป็น 'ความเสี่ยงทางการเมือง' ไม่เกี่ยวกับปัญหาสิ่งแวดล้อม    ม.44 อาจทำให้ไทยเสียเปรียบในกระบวนการอนุญาโตตุลาการ
เว็บไซต์อินชัวรันส์ นิวส์ สื่อออสเตรเลีย รายงานว่า เหมืองทองคำชาตรีอยู่ห่างจากกรุงเทพฯ ไปทางเหนือประมาณ 280 กิโลเมตร เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2544 และผลิตทองคำได้ปีละกว่า 1.8 ล้านออนซ์ และเงินอีกประมาณ 10 ล้านออนซ์ ก่อนที่รัฐบาลทหารไทยจะออกคำสั่งปิดเหมืองทั่วประเทศในเดือน ธ.ค. 2559 ทำให้บริษัทสูญเสียรายได้เป็นจำนวนมาก จึงยื่นเรื่องเบิกค่าชดเชยทีไ่ด้รับจากความเสี่ยงทางการเมืองจากบริษัทประกันต่างๆ รวมเป็นเงินกว่า 200 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 6,200 ล้านบาท) แต่บริษัทประกันปฏิเสธที่จะจ่ายเงิน ตัวแทนฝ่ายกฎหมายของคิงส์เกตจึงนำเรื่องยื่นฟ้องต่อศาลในรัฐนิวเซาท์เวลส์ของออสเตรเลีย

กระบวนการพิจารณาคดียืดเยื้อมานานเกือบ 2 ปี แต่ก่อนจะถึงกำหนดนัดหมายพิพากษาในเดือน มิ.ย.2562 คิงส์เกตกับกลุ่มบริษัทประกันสามารถยอมรับข้อตกลงในการเจรจาไกล่เกลี่ยร่วมกันได้ แต่กรณีของคิงส์เกตกับรัฐบาลไทย 'ยังไม่สิ้นสุด'

ก่อนหน้านี้ในเดือน ส.ค. 2559 นายเชิดศักดิ์ อรรถอารุณ ผู้จัดการฝ่ายประสานงานกิจการภายนอก บริษัท อัครา รีซอร์สเซส ระบุว่า การสั่งระงับดำเนินกิจการเหมืองทองคำชาตรี กิจการของบริษัทอัคราฯ เป็นคำสั่งที่ไม่ชอบธรรม ไม่ได้อยู่บนพื้นฐานข้อมูลทางวิทยาศาสตร์และข้อเท็จจริงที่ดีพอ และระบุว่า ปัญหาความขัดแย้งเรื่องผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในพื้นที่เป็นเพียงข้ออ้างจากคนบางกลุ่ม ที่มีความขัดแย้งเรื่องปัญหาที่ดินกับเหมืองทองคำ โดยเขากล่าวหาว่า มีคนบางกลุ่มพยายามเสนอขายที่ดินให้บริษัทในราคาที่สูงกว่าราคาประเมิน แต่บริษัทไม่สามารถรับซื้อไว้ได้ จึงมีการเคลื่อนไหวต่อต้านเหมืองทองคำ

หลังจากตัวแทนของคิงส์เกตเจรจาไกล่เกลี่ยกับรัฐบาลไทยหลายรอบเมื่อปี 2560 แต่ไม่สามารถหาข้อตกลงร่วมกันได้ภายในกรอบเวลา 3 เดือนตามเงื่อนไขที่กำหนดไว้ในกระบวนการระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐกับเอกชน (ISDS) คิงส์เกตตัดสินใจนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาคดีของคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ

ขณะที่นักกฎหมายไทยบางส่วนเตือนว่า การใช้คำสั่ง คสช. ตามมาตรา 44 ปิดเหมืองแร่ทั่วประเทศ รวมถึงเหมืองทองคำชาตรี เป็นการใช้ 'กฎหมายพิเศษ' ซึ่งไม่มีในประเทศอื่นๆ รวมถึงประเทศออสเตรเลียซึ่งเป็นคู่สัญญาในข้อตกลง TAFTA หากประเด็นนี้เข้าสู่การพิจารณาของอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ไทยมีโอกาสเสียเปรียบและอาจแพ้คดีได้ ใกล้เคียงกับกรณี 'ค่าโง่ทางด่วน' เพราะเป็นการสั่งปิดทั้งที่สัญญาสัมปทานยังไม่หมด และเอกชนได้ลงทุนไปแล้ว ซึ่งจะทำให้เอกชนสูญเสียความเชื่อมั่นในการทำธุรกิจในประเทศไทย  ลำดับเหตุการณ์ กรณีพิพาท 'คิงส์เกต-รัฐบาลไทย'
2544 : บริษัทอัครา รีซอร์สเซส จำกัด ได้รับใบอนุญาตประทานบัตร เพื่อทำเหมืองแร่ทองคำใน จ.พิจิตร พื้นที่รวม 3,900 ไร่ ครอบคลุม 3 จังหวัด พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ (ใบประทานบัตรเหมือง 'ชาตรีเหนือ' หมดอายุปี 2571 ส่วนเหมืองชาตรีใต้ ประทานบัตรหมดอายุปี 2563 )

2551 : บ.อัคราฯ ขอขยายพื้นที่ แต่ไม่ผ่านรายงานผลกระทบวิเคราะห์สิ่งแวดล้อม (EIA)

2553 : บ.อัคราฯ สร้างบ่อเก็บกักแร่แห่งที่ 2 ทั้งที่ยังไม่ได้รับอนุญาต และผิดวัตถุประสงค์การขออนุญาตในการใช้พื้นที่ สร้างผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ ทำให้ชาวบ้านรวมตัวยื่นฟ้องต่อศาลปกครองให้ระงับใบประทานบัตรของเหมืองชาตรี

2557 : ศาลปกครองพิษณุโลกมีคำพิพากษา 6 ข้อ หนึ่งในนั้นคือให้ บ.อัครา ระงับการประกอบโลหกรรมในพื้นที่ และห้ามออกใบอนุญาตขยายโรงงาน เพื่อบรรเทาผลกระทบชั่วคราว

2559 : เครือข่ายชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบเข้ายื่นหนังสือต่อรัฐบาล คสช. นำไปสู่การตั้งคณะกรรมการร่วม เพื่อแก้ไขปัญหา จากนั้น คสช.ใช้มาตรา 44 ให้ผู้ประกอบการที่ได้รับประทานบัตรและใบอนุญาตต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับกิจการเหมืองแร่ทองคํา ระงับประกอบกิจการ ตั้งแต่ 1 มกราคม 2560 เป็นต้นไป

2560 : เดือน ส.ค. คิงส์เกตออกแถลงการณ์ระบุว่าตัวแทนของบริษัทเข้าพบกับตัวแทนของรัฐบาลไทย เพื่อขอให้ยกเลิกคำสั่งระงับกิจการเหมืองทองคำชาตรี และรัฐบาลไทยยืนยันจะไม่จ่ายค่าชดเชย แต่จะพิจารณาผลประโยชน์หรือข้อผ่อนผันอื่นๆ ให้แก่กิจการของบริษัทที่อยู่ในประเทศไทยแทน ทำให้บริษัทยื่นฟ้องรัฐบาลไทยในกระบวนการอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศในเดือน พ.ย.

2562 : บริษัทประกันภัยยอมจ่ายเงินค่าชดเชยความเสี่ยงทางการเมืองรวม 82 ล้านดอลลาร์แก่คิงส์เกต         https://voicetv.co.th/read/_fqnCv0sq               
2
                                 เมื่อเกิดสัญญา การให้สัมปทาน ในระหว่างรัฐ กับ เอกชน (ยกตัวย่างเช่น กระทรวงอุตสาหกรรมของ ประเทศไทย กับ บริษัท อัครารีซอสท์เซสท์ จำกัด (มหาชน) เพื่อทำเหมืองทองคำบริสุทธิ์ {อัคราไมน์นิ่งส์ ที่จังหวัดพิจิตร ประเทศไทย ทรัพย์สินของบริษัทแม่: คิงส์เกตุ ในประเทศออสเตรเลีย นั่น คือ สิทธิต่างๆ ในการจัดการ ดำเนินการ และ หาประโยชน์ รวมทั้ง ให้ผลตอบแทน ใน ค่าสัมปทาน เป็น ค่าภาคหลวง แก่ รัฐบาลโดยชอบด้วยกฎหมายของ ประเทศไทย}

เมื่อ เกิดการตีความสัญญา การให้สัมปทาน ฉบับดังกล่าว จะต้องถือว่า สัญญาสัมปทานฉบับ ดังกล่าว ตามความหมาย ในทางกฎหมาย ไม่ว่าในประเทศใดๆ ที่เจริญแล้ว (Civilized Nations) เป็น สัญญาที่ให้ประโยชน์ ต่างตอบแทนกัน ที่แจ้งชัด {Express or Explicit Context} อยู่ในตัว


จะไม่มีโอกาสใช้ **หลักการตีความ โดยปริยาย** นำ เข้ามา ใช้ ได้ เมื่อเกิดปัญหาจาก สัญญาสัมปทาน นี้ ทั้งนี้เพราะ ในระหว่าง การยกร่างสัญญาสัมปทาน ฉบับนี้ จะ ต้อง มี การส่งร่างสัญญาสัมปทาน ให้ คู่สัญญาในสัมปทาน ได้ ตรวจดู หลายเที่ยว

จนกว่า จะ ตกลงกัน ได้ และ ลงนามกัน ทั้งสองฝ่าย ในสัญญาสัมปทาน ฉบับ ดังกล่าว (โดยปราศจาก ข้อสงสัย หรือ ข้อกังขา แล้ว) กรณีทั้งหลายของ สัญญาฉบับดังกล่าว ต้องถือ ได้ ในเบื้องต้นว่า มี ความชัดแจ้ง แดงแจ๋ อยู่ในตัว ในเรื่องสิทธิ และ หน้าที่ ในระหว่าง คู่สัญญาสัมปทาน ตาม สัญญาสัมปทานนี้ {นี่คือ หลักการ การเข้าทำสัญญาในระหว่างกันของ คู่สัญญาโดยทั่วไป}

พี่น้องประชาชนชาวไทย และ ผู้ ที่จะได้รับ ความเดือดร้อน จากสัญญาการให้สัมปทานฉบับนี้ เป็น ส่วนตัว ต้อง ทำใจ เมื่อต้องชดใช้หนี้ ที่เกิดจากการละเมิดสัญญาสัมปทานฉบับนี้ เป็น การส่วนตัว มิใช่ ในฐานะ ที่เป็นรัฐ หรือ เป็น ตัวแทนของรัฐ {Non – State Actors under Color of Laws} ในผลของ การละเมิด คือ **การเวณคืนทรัพย์สินของ ภาคเอกชน** ไม่ว่า จะเป็นเอกชน ในรัฐ หรือ ชาวต่างประเทศ ก็ตาม

หลักการการตีความเช่นนี้ ดำรง ตนอยู่ บนโลกของ การให้เหตุผล ทางกฎหมาย {Reasonableness under the Construction of Laws} ,มาร่วมสองร้อยปี และ ศาล Supreme Court หรือ ศาลรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา

ได้วาง หลักเกณฑ์ในการตีความ ในบทกฎหมายเช่นนี้ จนเป็น ที่ยอมรับกัน ในหมู่นักกฎหมายทั่วโลก {International Jurists} เหตุผลของ การใช้อำนาจ ที่กำกับ ในการตีความ ตามหลักการ นี้ สามารถ นำ มาใช้ เป็น ความเห็น ในทางกฎหมาย ที่จะชี้ หรือ ตัดสิน เป็น เด็ดขาดว่า การนำกฎหมาย ที่มีคุณลักษณะ เช่นเดียว กับ ที่ปรากฏอยู่ ในรัฐธรรมนูญไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา 44 ต้อง ตก เป็น “โมฆะ” โดยสิ้นเชิง

ข้อที่ ๑. หากนักกฎหมาย ท่านใด ที่ได้มีโอกาศเข้าไป ศึกษา เล่าเรียน ในโรงเรียนกฎหมายของ ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีชื่อเสียง ที่อยู่ในภาคตะวันออกของ สหรัฐอเมริกา ไม่ว่า จะเป็น โรงเรียนกฎหมาย ในส่วนมหาวิทยาลัย ที่เป็น Ivy League (“อ่านว่า ไอวี่ ลีค” ทั้งแปดมหาวิทยาลัยเอกชน) หรือ ที่อยู่นอก Ivy League ก็ตาม


ข้อที่ ๒. หลักการทางกฎหมาย ที่นักกฎหมายเหล่านี้ พึง ต้องจดจำ ใส่ใจ โดยเสมอมา คือ หลักการทางกฎหมาย ที่เกี่ยวกับ การตีความกฎหมายของ “ฯพณฯ Roger B. Taney อ่านว่า โรเจอร์ บี. แทนนี่” ประธานศาล Supreme Court (อ่านว่า ซูบรีม คอดร์) หรือ ศาลรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา คนที่ ๕ (ห้า) ที่ลือลั่น ที่ได้รับการแต่งตั้ง โดยประธานาธิบดี Andrew Jackson (อ่านว่า แอนดรูวว์ แจ็คสัน)


ข้อที่ ๓. ที่สืบทอดอุดมการทางกฎหมาย ต่อจาก John Marshall “ฯพณฯ จอนห์ มาร์แชลร์” ประธานศาลรัฐธรรมนูญ คนที่สี่ของ สหรัฐอเมริกา ฯพณฯ Roger B. Taney ได้ให้ ความเห็น เป็น ปรัชญาทางกฎหมาย และ ในขณะเดียวกัน เป็น หลักการ ในการตีความกฎหมาย ในคดีต่างๆ {The Doctrine of Construction of Laws)

ข้อที่ ๔. โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในคดีที่มีชื่อว่า “The Charles River Bridge, 36 U.S. 420” ที่มาสู่การพิจารณา และ วินิจฉัยชี้ขาด โดย ศาลรัฐธรรมนูญสหรัฐอเมริกา หรือ The Supreme Court ผู้เขียน จึง ขอคัดลอก ในตอนสำคัญ มา แสดง ในที่นี้ว่า:


ข้อที่ ๕. “The Court are fully sensible, that it is their duty in exercising the high powers conferred on them by the constitution of the United States, to deal with these great and extensive interets, (chartered property,) with the utmost caution; guarding, as far as they have power to do so, the rights of property, at the same time carefully abstaining from any encroachment on the rights reserved to the states.”


ข้อที่ ๖. ถอดความออกมาเป็นภาษาไทย ได้ความว่า “ศาลนี้ จะต้องใช้ความระแวดระวัง อย่างเต็มที่, เมื่อศาลนี้ ต้อง ทำหน้าที่ ที่ได้รับมอบ มาจาก บทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญของ สหรัฐฯ ที่บังคับอยู่ เหนือ ศาล, ที่ต้องเข้าไป ใช้อำนาจในการตีความ ที่เกี่ยวกับ ผลประโยชน์ ที่สำคัญ และ เกี่ยวข้อง กับ คนหมู่มาก, (ทรัพย์สิน ที่ได้รับการตรา หรือ รับรองไว้ โดยสัญญา และข้อกฎหมาย,)”


ข้อที่ ๗. “ศาล จะ ต้องใช้ ความระแวด ระวัง อย่างถึง ที่สุด; ข้อพึงสังวรณ์, ตราบเท่าที่มี และ ใช้อำนาจ ที่ทำได้, ในเรื่องที่เกี่ยวกับ ทรัพย์สินนั้น, ในขณะเดียวกัน จะ ต้องใช้ อำนาจ ที่วางเฉย โดยการงดเว้น ที่จะ ไม่ ก้าวล่วง เข้าไป เกี่ยวข้อง(ตีความในทางใดๆ ให้ กระทบ ต่อ) กับ อำนาจใดๆ ที่ได้สงวนไว้ เป็น ของ มลรัฐ (รัฐ).”...................(มีต่อ)   cr ชุมชนแห่งเสรีภาพ (the Land of Liberty   
3

FILE - People walk past an electronic stock board showing Japan's Nikkei 225 index at a securities firm in Tokyo, Nov. 7, 2018.

ตลาดหุ้นจีนและญี่ปุ่น ร่วงหนักในการซื้อขายเมื่อวันอังคาร ตามหลังตลาดหุ้นสหรัฐฯที่ดิ่งหนักก่อนวันคริสต์มาส พร้อมปัจจัยลบต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯหลายประเด็น

ดัชนี Nikkei ลดลงร้อยละ 5 ที่ 19,155 จุด นับเป็นการปิดตลาดต่ำกว่า 20,000 จุดเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกันยายนปีก่อน ดัชนีเซี่ยงไฮ้ คอมโพสิต ปิดร่วงร้อยล 1 ในวันอังคารเช่นกัน ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกง, ออสเตรเลีย, เกาหลีใต้, ยุโรป และสหรัฐฯ ปิดทำการเนื่องในวันคริสต์มาส

ตลาดหุ้นจีนและญี่ปุ่นได้รับแรงสั่นสะเทือนจากตลาดหุ้นสหรัฐฯ ที่ร่วงหนักสุดในเดือนธันวาคม นับตั้งแต่ปี ค.ศ. 1931 ผลจากการเทขายหลังทวีตของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ที่ออกมาโจมตีประธานระบบธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด เจอโรม พาวเวลล์ การปิดทำการหน่วยงานรัฐบาลสหรัฐฯ บางส่วน

ตามมาด้วยรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯ สตีเวน มนูชิน (Steven Mnuchin) ที่ต่อสายตรงถึงธนาคารรายใหญ่ของสหรัฐฯ 6 แห่งเมื่อวันอาทิตย์ เพื่อสอบถามเรื่องสภาพคล่องของระบบธนาคาร

ล่าสุด ในวันอังคาร ประธานาธิบดีทรัมป์ ทวีตโจมตีประธานเฟดอีกครั้งว่าเป็นผู้ไม่มีความเข้าใจตลาดและทำลายเศรษฐกิจสหรัฐฯ ด้วยการปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วเกินไป แต่ได้ทิ้งท้ายว่านี่เป็นจังหวะลงทุนที่ดีมากสำหรับการเข้าซื้อหุ้นในช่วงนี้
4

สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ หรือ ITU แห่งสหประชาชาติ เปิดเผยว่า ประชากรโลก 3,900 ล้านคนทั่วโลกจะเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ นับเป็นความก้าวหน้าสำคัญครั้งประวัติศาสตร์ของโลกอินเตอร์เน็ต


รายงานล่าสุดของ ITU ระบุว่า ประชากรร้อยละ 80 ในประเทศพัฒนาแล้วสามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้ แต่การเติบโตสำคัญจะอยู่ในประเทศกำลังพัฒนา ที่มีการเข้าถึงอินเตอร์เน็ตเพิ่มขึ้นจากร้อยละ 7.7 ในปี พ.ศ. 2548 เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 45.3 ในปีนี้ ขณะที่อัตราการขยายตัวของการใช้อินเตอร์เน็ตมากที่สุดคือในทวีปแอฟริกา และปริมาณการใช้อินเตอร์เน็ตน้อยที่สุดอยู่ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก


ทั้งนี้ ประเทศที่พึ่งพาเศรษฐกิจดิจิทัลจะได้รับประโยชน์อย่างมากในแง่การสร้างการแข่งขันและพัฒนาความเป็นอยู่ที่ดีผ่านการเข้าถึงอินเตอร์เน็ต อย่างไรก็ตาม ITU มองว่าต้นทุนการเข้าถึงเครือข่ายโทรคมนาคมที่สูงยังคงเป็นปัญหาสำคัญ[/size]
5

ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่าสงครามการค้าจีน-สหรัฐฯ จะทำให้นักลงทุนต่างชาติย้ายโรงงานจากจีนไปเวียดนาม

ขณะที่ความขัดแย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ดำเนินมาเกือบหนึ่งปี หลายบริษัทผลิตสินค้าเพื่อการส่งกำลังหาลู่ทางหลีกเลี่ยงผลกระทบด้วยการย้ายฐานการผลิตไปประเทศที่สามนอกเหนือจากจีนเเละคาดว่าเวียดนามจะเป็นประเทศที่ผู้ผลิตสินค้านานาชาติจะแห่เข้าไปตั้งฐานการผลิตกันจำนวนมากที่สุดในช่วงปีที่จะมาถึงนี้

หลายคนที่คุ้นเคยกับเวียดนามบอกว่าเวียดนามได้เปรียบเพราะจุดที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ ค่าลงทุนต่ำ นโยบายสนับสนุนการลงทุนของรัฐบาลเเละไม่มีข้อขัดแย้งทางการค้ากับสหรัฐฯ นอกจากนี้ เวียดนามก็มีความคืบหน้าเรื่องการลงนามข้อตกลงการค้าเสรีกับสหภาพยุโรปเเละประเทศริมมหาสมุทรเเปซิฟิกอีก 10 ชาติ

Maxfield Brown ผู้เชี่ยวชาญคำปรึกษาทางธุรกิจที่บริษัท Dezan Shira & Associates ในเมืองโฮจิมินห์ กล่าวว่า เขาคิดว่าเวียดนามเป็นผู้ได้ประโยชน์อย่างชัดเจนเพราะตั้งติดกับจีนและนอกจากนี้ยังติดต่อเชื่อมโยงไปยังตลาดที่เป็นเป้าหมายของผู้ผลิตสินค้าได้อย่างสะดวก

Brown กล่าวว่า สหรัฐฯ จัดเก็บภาษีนำเข้าปีนี้จากสินค้านำเข้าที่ผลิตในจีน 250,000 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯ บริษัทนานาชาติที่มีโรงงานในจีนแต่กำลังมองหาการขยายการผลิตในที่อื่นอยู่เเล้ว อาจจะย้ายการผลิตไปเวียดนามเร็วกว่าที่คาดกันไว้ก่อนหน้านี้เพราะค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นจากภาษีนำเข้าที่สูงขึ้น

จุดที่ตั้งของเวียดนามทำให้ง่ายต่อการขนส่งสินค้าทางทะเลไปทางตะวันออก เช่นเดียวกับการนำเข้าวัตถุดิบทางบกจากจีนแผ่นดินใหญ่ และบรรดาบริษัทนานาชาติต่างเร่งหาข้อมูลเกี่ยวกับการลงทุนในเวียดนามตั้งเเต่สหรัฐฯประกาศปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนรอบใหญ่ในเดือนกันยายน

Fiachra MacCana หัวหน้าการวิจัยที่บริษัทหลักทรัพย์ Ho Chi Minh City Securities กล่าวว่า เวียดนามเป็นเพียงทางเลือกเดียวสำหรับผู้ผลิตสินค้าในจีนที่ต้องการขยายกำลังการผลิตนอกประเทศและศูนย์กลางการผลิตอื่นๆ ในเอเชียก็ตั้งอยู่ไกลออกไปจากจีน เสียค่าลงทุนสูงกว่าหรือไม่ก็ขาด supply chain สำหรับการผลิตและขายสินค้าอิเลคทรอนิคส์

Vietnam Investment Review เปิดเผยเมื่อต้นเดือนธันวาคมที่ผ่านมาว่า บริษัท Foxconn ซึ่งเป็นผู้รับเหมารายหลักในการประกอบโทรศัพท์มือถือ iPhones ที่มีโรงงานขนาดยักษ์ในจีนหลายแห่ง กำลังเจรจากับทางการท้องถิ่นในกรุงฮานอย Hanoi People's Committee เพื่อตั้งโรงงานประกอบโทรศัทพ์ iPhone ขึ้นที่นั่นเพื่อลดผลกระทบจากความขัดเเย้งทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ

บรรดาสื่อมวลชนต่างชาติได้รายงานว่าด้านบริษัทผู้ผลิตหูฟังไร้สาย GoerTek ของจีนก็วางแผนที่จะย้ายโรงงานจากจีนไปเวียดนามเพื่อหลีกเลี่ยงความข้ดแย้งทางการค้านี้

บรรดาผู้เชี่ยวชาญในเมืองโฮจิมินห์เชื่อว่าการเสาะหาที่ดินเเละการสั่งเครื่องมือโรงงาน ตลอดจนการขอใบอนุญาต เป็นอุปสรรคต่อผู้ผลิตสินค้าเพื่อส่งออกจำนวนมากและบริษัทนานาชาติบางเเห่งอาจยังลังเลใจที่จะถอนตัวจากจีนเพราะขายสินค้าโดยตรงเเก่ผู้บริโภคจีน ซึ่งเป็นตลาดที่ใหญ่มาก

บริษัทต่างๆ ที่ต้องการหลบหลีกภาษีนำเข้าที่สูงขึ้นของสหรัฐฯ น่าจะเริ่มเข้าไปลงทุนในเวียดนามปลายปีหน้า หากได้รับใบอนุญาตเเละมีที่ตั้งของโรงงาน

เศรษฐกิจเวียดนามที่เติบโตเร็วในช่วง 30 ปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะตลอด 6 เดือนที่ผ่านมาทำให้เกิดการขยายตัวของโรงงานที่ต่างชาติลงทุน เงินลงทุนส่วนมากมาจากญี่ปุ่น สิงคโปร์ เกาหลีใต้เเละไต้หวัน

กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ได้คำนวณว่าการลงทุนโดยตรงจากต่างชาติโดยเฉลี่ยต่อปีเพิ่มขึ้นจาก 2,500 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯระหว่างในปี ค.ศ. 2000-2005 ไปเป็น 8,400 ล้านดอลล่าร์สหรัฐฯระหว่างปี ค.ศ. 2008 ถึง 2014

Kevin Snowball ซีอีโอแห่งบริษัท PXP Vietnam Asset Management ในเมืองโฮจิมินห์กล่าวว่าในเเง่ของเศรษฐกิจมหภาคและจากมุมมองของการส่งออก เวียดนามกำลังบูมอยู่เเล้ว ไม่ว่าจะมีสงครามการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ หรือไม่ การประเมินว่าสงครามการค้านี้มีผลโดยตรงเเค่ไหนกับเวียดนาม คงต้องใช้เวลา
6

Jan Schulz-Hofen ผู้ก่อตั้งบริษัทซอฟเเวร์การจัดการโครงการ Planio ที่ตั้งอยู่ในกรุงเบอร์ลิน ซึ่งนำแนวคิดการทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ไปใช้กับพนักงาน 10 คนของบริษัทเมื่อต้นปี กล่าวว่า การทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ดีกว่าเพราะพนักงานทำงานได้ดีกว่าหากไม่ต้องทำงานนานเกินไป

ในประเทศนิวซีเเลนด์ บริษัทกองทุน Perpetual Guardian รายงานว่าความเครียดของพนักงานลดลงเเละพนักงานมีไฟในการทำงานมากขึ้น หลังจากที่ทางบริษัทได้ทดลองให้พนักงานทำงานสัปดาห์ละ 32 ชั่วโมงในช่วงต้นปีที่ผ่านมาและเเม้เเต่ในญี่ปุ่น ทางการได้กระตุ้นให้บริษัทต่างๆอนุญาตให้พนักงานหยุดงานในช่วงเช้าของวันจันทร์

ทางด้านสหภาพเเรงงานแห่งชาติอังกฤษ (TUC) กำลังพยายามผลักดันให้อังกฤษทั้งประเทศเปลี่ยนไปทำงาน 4 วันต่อสัปดาห์ให้สำเร็จก่อนปลายคริสต์ศตวรรษนี้ โดยพรรคเลเบอร์ ฝ่ายค้านก็สนับสนุนเรื่องนี้

สหภาพเเรงงานแห่งอังกฤษชี้เเจงว่าสัปดาห์การทำงานที่สั้นลง เป็นวิธีหนึ่งสำหรับเเรงงานใช้ประโยชน์จากความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี อาทิ หุ่นยนต์ อย่างเดียวกับที่เเรงงานได้รับสิทธิ์หยุดงานในช่วงสุดสัปดาห์ในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม

Kate Bell หัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจที่สหภาพเเรงงานเเห่งชาติอังกฤษกล่าวว่าการลดจำนวนวันทำงานต่อสัปดาห์ลงจะช่วยลดความเครียด เพิ่มคุณภาพชีวิตครอบครัวเเละปรับปรุงความเสมอภาคทางเพศ เธอกล่าวว่าบริษัทหลายแห่งที่ได้ทดลองเรื่องนี้บอกว่าผลิตภาพกับสุขภาพกายเเละใจของพนักงานดีขึ้น

Lucie Greene ผู้เชี่ยวชาญด้านเทรนด์ที่บริษัทที่ปรึกษา J. Walter Thompson กล่าวว่า มีเเรงต่อต้านมากขึ้นต่อการทำงานที่หนัก เห็นได้จากกระเเสการวิจารณ์หลังจากที่นาย อีลอน มัสค์ เจ้าของบริษัทเทสล่าโพสต์ข้อความทางทวีตเตอร์ว่า "ไม่มีใครเปลี่ยนโลกได้ หากทำงานเเค่สัปดาห์ละ 40 ชั่วโมง"

Greene กล่าวว่าคนเริ่มตระหนักว่าจำเป็นต้องลดชีวิตการทำงานหนักลง โดยไม่จำเป็นต้องทำงานตลอดเวลาเพราะสุขภาพจิตเป็นเรื่องสำคัญ

ผลการสำรวจพนักงาน 3,000 คนใน 8 ประเทศเมื่อเร็วๆนี้ รวมทั้งในสหรัฐฯ อังกฤษเเละ เยอรมนี พบว่าเกือบครึ่งหนึ่งของพนักงานในการสำรวจบอกว่าพวกเขาสามารถทำงานให้เสร็จลุล่วงได้อย่างง่ายดายภายใน 5 ชั่วโมงต่อวันหากไม่มีสิ่งรบกวน แต่หลายคนทำงานมากกว่า 40 ชั่วโมงต่อสัปดาห์โดยเฉพาะในสหรัฐฯที่นำหน้าในเรื่องนี้ โดยร้อยละ 49 บอกว่าพวกเขาทำงานล่วงเวลา

Dan Schawbel ผู้อำนวยการบริษัทพัฒนาผู้บริหาร Future Workplace ซึ่งเป็นผู้ทำการสำรวจนี้กับบริษัท Kronos กล่าวว่าจะมีคนที่ทำงานไม่หยุดเสมอเพราะเรามีเทคโนโลยี ทำให้คนทำงานกันตลอดเวลาและเกิดความเครียด

Schulz-Hofen วิศวกรโปรแกรมคอมพิวเตอร์วัย 36 ปีทดลองลดเวลาการทำงานลงเหลือสัปดาห์ละ 4 วันเพราะรู้สึกว่าต้องทำงานให้น้อยลงหลังจากใช้เวลานับ 10 ปีทำงานหนักเพื่อตั้งบริษัท Planio ที่อุปกรณ์ที่บริษัทคิดค้นขึ้นช่วยให้เขาติดตามนับชั่วโมงการทำงานของเขาได้ในรายละเอียด

เขากล่าวว่าภายในเวลา 4 วัน เขาสามารถทำงานเสร็จหมดเท่ากับทำงาน 5 วันเพราะเมื่อมีเวลาทำงาน 5 วัน เรามักใช้เวลาอย่างไม่เป็นประโยชน์ ปล่อยให้มีสิ่งรบกวนมากขึ้น เช่น ใช้เวลาดื่มกาแฟนานเกินไปหรือมัวเเต่คุยกับเพื่อนร่วมงาน Schulz-Hofen บอกว่าเมื่อมีเวลาทำงานเเค่ 4 วัน เขาจะต้องทำงานอย่างรวดเร็วเเละจดจ่อกับงานหากต้องการมีเวลาว่างในวันศุกร์

Dan Schawbel แห่ง Future Workplace คาดว่าจะมีบริษัทจำนวนมากในประเทศอื่นๆที่จะนิยมนำแนวคิดนี้ไปใช้ เเต่เขาคิดว่าอาจไม่ประสบความสำเร็จในสหรัฐฯ โดยเฉพาะในบริษัทของเขาเอง เขากล่าวว่าอเมริกาจะเป็นประเทศสุดท้ายที่จะหยุดงานในเช้าวันจันทร์เพราะคุ้นเคยกับการทำงานหนักมานานจนชินชา

(เรียบเรียงโดยทักษิณา ข่ายแก้ว วีโอเอภาคภาษาไทยกรุงวอชิงตัน)
7

คลื่นยักษ์สึนามิถล่มเมืองชายหาดบริเวณช่องแคบซุนดาระหว่างเกาะชวาและสุมาตราเป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 429 และบาดเจ็บ 843 และคาดว่าตัวเลขผู้ประสบเหตุอันตรายจะเพิ่มสูงขึ้น

โฆษกหน่วยงานภัยธรรมชาติแห่งชาติของอินโดนีเซีย ซูโตโป พูร์โว นูโกรโฮ กล่าวว่า จำนวนผู้สูญหายอยู่ที่ 28 รายในขณะนี้ และยังมีคนรอการช่วยเหลือจากบริเวณที่ถูกคลื่นสึนามีพัดถล่ม

ทางการอินโดนีเซีย ระบุว่า พื้นที่ประสบภัยสึนามิครั้งนี้ ได้แก่ เขตลัมปังใต้บนเกาะสุมาตรา เขตเสรังและเขตปันเดกลังบนเกาะชวา มีบ้านเรือนหลายร้อยหลังเสียหาย รวมทั้ง โรงแรม 9 แห่ง และเรืออย่างน้อย 10 ลำ


Tsunami Strikes Indonesia's Sunda Strait
ก่อนหน้านี้ สำนักงานอุตุนิยมวิทยา ภูมิอากาศ และธรณีฟิสิกส์ (The Meteorology, Climatology and Geophysics Agency - BMKG) รายงานการระเบิดของภูเขาไฟกรากาตัว เมื่อเวลา 21.00 น. วันเสาร์ หลังจากนั้นเกิดคลื่นยักษ์สึนามิเมื่อเวลาประมาณ 21.30 น. ซึ่งเป็นผลมาจากดินถล่มใต้ทะเลหลังภูเขาไฟระเบิด

หน่วยงานกาชาดกล่าวว่าเกิดคลื่นสูงประมาณ 30 เซนติเมตร ถึง 90 เซนติเมตร ในเวลาต่อมา


Indonesia's Sunda Strait, between the islands of Java and Sumatra.

เมื่อวันที่ 28 กันยายน ปีนี้ เกิดแผ่นดินไหวและคลื่นสึนามิถล่มเมืองปาลู บนเกาะสุลาเวสี ทำให้มีผู้เสียชีวิต 2,500 คน

และเมื่อวันที่ 26 ธันวาคม ปี ค.ศ. 2004 เกิดคลื่นสึนามิครั้งใหญ่ในมหาสมุทรอินเดีย ทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 226,000 คน ใน 13 ประเทศ

8

An aeroplane lands at Gatwick Airport, after the airport reopened to flights following its forced closure because of drone activity, in Gatwick, Britain, December 21, 2018.

ตำรวจอังกฤษปล่อยตัวผู้ต้องหาสองราย ซึ่งเป็นชายหนึ่งคนและหญิงหนึ่งคน ที่เชื่อว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งอากาศยานไร้คนขับ หรือ โดรน บินเข้าไปในเขตสนามบินแก็ตวิค (Gatwick)เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ต้องมีการระงับเครื่องบินเข้า-ออกถึงสามวัน

ทางตำรวจในเวสต์ ซัสเซกส์ (West Sussex) ยืนยันการปล่อยตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนในวันอาทิตย์ โดยมิได้ดำเนินคดีแต่อย่างใด และว่าการสอบสวนจะยังคงดำเนินต่อไป พร้อมกับการเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้มีโดรนเล็ดลอดเข้ามาในเขตสนามบินได้อีกในอนาคต

ผู้โดยสารกว่าหนึ่งแสนคนได้รับผลกระทบจากการสั่งปิดสนามบินแก็ตวิค ซึ่งเป็นสนามบินที่คับคั่งที่สุดเป็นอันดับ 2 ของอังกฤษ รองจากสนามบินฮีทโธรว์ ในกรุงลอนดอน รองรับผู้โดยสารกว่า 43 ล้านคนต่อปี
9

23 ธ.ค.2562 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 9.48 น.ที่ผ่านมา ผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊ค ‘จูเนียร์ผู้ที่เป็นชาวไซยา ถล่มดาวเบจิต้า และไปดาวนาเม็ก’ โพสต์วิดีโอขณะเข้าไปต่อว่าจุดเก็บตกรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยระบุว่า มี พิกิฏ ศรีชนะ ผู้แทนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.) มาด้วยแถมยังมีการโฆษณาชวนให้มา ลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ พร้อมสนับสนุนพรรค ถ้าใครไม่ลงทะเบียนพรรค จะไม่ได้ใบ สวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนคนที่ลงสนับสนุนพรรคจะได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนที่ลงทะเบียนพรรคต้องมีการแปะโป้ง ใส่รูป+สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านอีกด้วย

“แบบนี้คือการโกงเลือกตั้งแบบอ้อมๆ หรือไม่” ผู้ใช้เฟสบุ๊กดังกล่าว โพสต์

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังเจ้าของเฟสบุ๊คดังกล่าว เปิดเผยว่าตนเองชื่อ ‘เกียรติบุรุษ’ (สงวนนามสกุล) สำหรับเหตุการณ์ในคลิปนั้นเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 9.00 น. ที่ผ่านมา ที่บ้านหวาย ต.สามัคคี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร

สำหรับเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะมีคลิปปรากฏนั้น เกียรติบุรุษ เล่าว่า มียายที่รู้จักกับตน เดินทางไปเอาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีการเก็บตกอีกรอบ เมื่อไปเอาแล้วไม่ได้จึงเดินมาหาแม่ของตน พร้อมสอบถามว่าเหตุใดถึงไม่ได้ อย่างไรก็ตามมันมีเอกสารอะไรบางอย่างที่เขาให้จึงขอมาตรวจดู พบว่ามีการบอกกล่าวว่าหากต้องการจะได้รับบัตรดังกล่าวนั้นจะต้องไปลงเป็นสมาชิกพรรคและสนับสนุนพรรค ลงลายนิ้วมือและรับรองว่าจะสนับสนุนพรรค ส่งใบทะเบียนบ้านพร้อมทั้งสำเนาบัตรประชาชน ติดรูปในเขาอยู่ในใบนั้น เมื่อยื่นเสร็จจะได้บัตรประชารัฐมา แต่ยายคนดังกล่าวแจ้งว่าไม่ชอบพรรคพลังประชารัฐ เขาจึงไม่ทำให้ แม่ตนก็สงสัยว่า 2 ประเด็นนี้มันเกี่ยวข้องอย่างไร พร้อมกับตนได้ชี้แจงกับยายคนดังกล่าวว่ามันไม่เกี่ยวกัน เนื่องจากบัตรประชารัฐเป็นนโยบายของรัฐบาล จะเกี่ยวกับพรรคได้อย่างไร

จากนั้นผู้ใหญ่บ้านขับรถจักรยานยนต์มา พร้อมยืนยันว่าไม่เกี่ยวกัน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้นอย่างไรก็ได้อยู่แล้ว และแนะนำให้ยายเดินไปขอใหม่ ตนจึงขออาสาไปส่งยายที่วัดดังกล่าว เมื่อถึงจุดดังกล่าว ผู้ใหญ่บ้านเรียกยายไปคุยตัวต่อตัว ซึ่งขณะนั้นตนอยู่ด้วย ตนยืนยันว่าได้ยินว่าผู้ใหญ่คนดังกล่าวพูดกับยายว่า ทางรัฐบาลขอ 1 เสียง ขอแค่คะแนนเดียว ให้ยายมาลงลายนิ้วมือ แล้วส่งข้อมูลให้ ขอแค่คะแนนเดียว ยายก็จะได้บัตรสวัสดิการ ขอยายช่วยๆ กันหน่อย แต่ยายคนดังกล่าวกลับโวยวายว่านี่เป็นการหาเสียง พร้อมปฏิเสธว่าไม่เอา เพราะไม่ชอบพรรคนี้ แค่จะมาเอาบัตรสวัสดิการเท่านั้น จากนั้นยายคนดังกล่าวก็เดินกลับไป

เกียรติบุรุษ กล่าวว่า ต่อมาตนก็เข้าไปโวยวายหนึ่งรอบ และอีกรอบดังปรากฏในคลิป และกลุ่มคนที่ตั้งโต๊ะคลิปคือผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและ อสม. รวมทั้งลูกทีมของ พิกิฏ ด้วย

ผู้สื่อข่าวติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังสำนักงานของ พิกิฏ พบว่ามีเพียงผู้ดูแลสำนักงานรับโทรศัพท์ และได้เบอร์ติดต่อ คุณใจ ซึ่งเป็นทีมงานของพิกิฏ เพื่อขอเบอร์โทรของพิกิฏและสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว แต่ได้รับคำชี้แจงว่า พิกิฏ ขณะนี้กำลังลงพื้นที่ ยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ขณะนี้ และจะติดต่อกลับมาอีกครั้ง

สำหรับ พิกิฏ ศรีชนะ สมาชิกพรรคพลังประชารัฐนั้น อดีตเขาเคยเป็น ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน

สำหรับเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน กับการลงพื้นที่ของผู้สมัครพรรคพลังประชารัฐนั้น 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา มติชนออนไลน์ รายงานไว้ด้วยว่า แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) รายงานว่า รุจ รังษี นายอำเภอบ้านไผ่ นำ เจริญ แซ่เต็ง ผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน พร้อมแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จังหวัดขอนแก่น โดยในงานมีการพูดคุยกับชาวบ้านในลักษณะชักจูงใจซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และ รุจ ซึ่งเป็นนายอำเภอ ถือเป็นข้าราชการ การกระทำแบบนี้ถือว่าผิดหรือไม่

ขณะที่ตรวจสอบไปยังเฟสบุ๊ค ‘นายอำเภอรุจน์ รังษี’ พบว่ามีการโพสต์ภาพลักษณะเดียวกันกับที่ปรากฏเป็นข่าวในมติชนออนไลน์ เพียงแต่ไม่มี เจริญ ในภาพ
10

ฮือฮา“ยโสฯ”แจกบัตรสวัสดิการ
คลิปแฉ!! พปชร.พ่วงหาเสียง ลต.


หนุ่มอัดคลิปแฉ ตั้งโต๊ะเก็บตกรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ จ.ยโสธร พร้อมให้ลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ ถาม “แบบนี้คือการโกงเลือกตั้งแบบอ้อมๆ หรือไม่”

เมื่อ 23 ธ.ค.2562 สำนักข่าวประชาไท รายงานว่า เมื่อเวลา 9.48 น.ที่ผ่านมา ผู้ใช้ชื่อเฟสบุ๊ค “จูเนียร์ผู้ที่เป็นชาวไซยา ถล่มดาวเบจิต้า และไปดาวนาเม็ก” โพสต์วิดีโอขณะเข้าไปต่อว่า จุดเก็บตกรับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยระบุว่า มีนายพิกิฏ ศรีชนะ ผู้แทนสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) มาด้วย แถมยังมีการโฆษณาชวนให้มาลงทะเบียนสมัครเป็นสมาชิกพรรค พปชร. พร้อมสนับสนุนพรรค ถ้าใครไม่ลงทะเบียนพรรค จะไม่ได้ใบสวัสดิการแห่งรัฐ ส่วนคนที่ลงสนับสนุนพรรคจะได้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ คนที่ลงทะเบียนพรรคต้องมีการแปะโป้ง ใส่รูป สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้านอีกด้วย

“แบบนี้คือการโกงเลือกตั้งแบบอ้อมๆ หรือไม่” ผู้ใช้เฟสบุ๊กดังกล่าว โพสต์

ผู้สื่อข่าวสอบถามไปยังเจ้าของเฟสบุ๊คดังกล่าว เปิดเผยว่าตนเองชื่อ “เกียรติบุรุษ” (สงวนนามสกุล) สำหรับเหตุการณ์ในคลิปนั้นเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 9.00 น. ที่ผ่านมา ที่บ้านหวาย ต.สามัคคี อ.เลิงนกทา จ.ยโสธร

สำหรับเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จะมีคลิปปรากฏนั้น เกียรติบุรุษ เล่าว่า มียายที่รู้จักกับตน เดินทางไปเอาบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่มีการเก็บตกอีกรอบ เมื่อไปเอาแล้วไม่ได้จึงเดินมาหาแม่ของตน พร้อมสอบถามว่า เหตุใดถึงไม่ได้

อย่างไรก็ตาม มันมีเอกสารอะไรบางอย่างที่เขาให้จึงขอมาตรวจดู พบว่ามีการบอกกล่าวว่า หากต้องการจะได้รับบัตรดังกล่าวนั้นจะต้องไปลงเป็นสมาชิกพรรคและสนับสนุนพรรค ลงลายนิ้วมือและรับรองว่าจะสนับสนุนพรรค ส่งใบทะเบียนบ้านพร้อมทั้งสำเนาบัตรประชาชน ติดรูปในเขาอยู่ในใบนั้น เมื่อยื่นเสร็จจะได้บัตรประชารัฐมา แต่ยายคนดังกล่าวแจ้งว่าไม่ชอบพรรคพลังประชารัฐ เขาจึงไม่ทำให้ แม่ตนก็สงสัยว่า 2 ประเด็นนี้มันเกี่ยวข้องอย่างไร พร้อมกับตนได้ชี้แจงกับยายคนดังกล่าวว่ามันไม่เกี่ยวกัน เนื่องจากบัตรประชารัฐเป็นนโยบายของรัฐบาล จะเกี่ยวกับพรรคได้อย่างไร

จากนั้นผู้ใหญ่บ้านขับรถจักรยานยนต์มา พร้อมยืนยันว่า ไม่เกี่ยวกัน บัตรสวัสดิการแห่งรัฐนั้นอย่างไรก็ได้อยู่แล้ว และแนะนำให้ยายเดินไปขอใหม่ ตนจึงขออาสาไปส่งยายที่วัดดังกล่าว เมื่อถึงจุดดังกล่าว ผู้ใหญ่บ้านเรียกยายไปคุยตัวต่อตัว ซึ่งขณะนั้นตนอยู่ด้วย ตนยืนยันว่า ได้ยินว่าผู้ใหญ่คนดังกล่าวพูดกับยายว่า ทางรัฐบาลขอ 1 เสียง ขอแค่คะแนนเดียว ให้ยายมาลงลายนิ้วมือ แล้วส่งข้อมูลให้ ขอแค่คะแนนเดียว ยายก็จะได้บัตรสวัสดิการ ขอยายช่วยๆกันหน่อย แต่ยายคนดังกล่าวกลับโวยวายว่านี่เป็นการหาเสียง พร้อมปฏิเสธว่าไม่เอา เพราะไม่ชอบพรรคนี้ แค่จะมาเอาบัตรสวัสดิการเท่านั้น จากนั้นยายคนดังกล่าวก็เดินกลับไป

เกียรติบุรุษ กล่าวว่า ต่อมาตนก็เข้าไปโวยวายหนึ่งรอบ และอีกรอบดังปรากฏในคลิป และกลุ่มคนที่ตั้งโต๊ะคลิปคือผู้ใหญ่บ้าน ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านและ อสม. รวมทั้งลูกทีมของ พิกิฏ ด้วย

ผู้สื่อข่าวติดต่อทางโทรศัพท์ไปยังสำนักงานของ พิกิฏ พบว่ามีเพียงผู้ดูแลสำนักงานรับโทรศัพท์ และได้เบอร์ติดต่อ คุณใจ ซึ่งเป็นทีมงานของพิกิฏ เพื่อขอเบอร์โทรของพิกิฏและสอบถามถึงประเด็นดังกล่าว แต่ได้รับคำชี้แจงว่า พิกิฏ ขณะนี้กำลังลงพื้นที่ ยังไม่สะดวกให้สัมภาษณ์ขณะนี้ และจะติดต่อกลับมาอีกครั้ง

สำหรับ พิกิฏ ศรีชนะ สมาชิกพรรค พปชร.นั้น อดีตเขาเคยเป็น ส.ส.ยโสธร พรรคเพื่อแผ่นดิน

สำหรับเรื่องบัตรสวัสดิการแห่งรัฐหรือบัตรคนจน กับการลงพื้นที่ของผู้สมัครพรรค พปชร. นั้น 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา มติชนออนไลน์ รายงานไว้ด้วยว่า แหล่งข่าวจากพรรคเพื่อไทย (พท.) รายงานว่า รุจ รังษี นายอำเภอบ้านไผ่ นำ เจริญ แซ่เต็ง ผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่พบปะชาวบ้าน พร้อมแจกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐที่จังหวัดขอนแก่น โดยในงานมีการพูดคุยกับชาวบ้านในลักษณะชักจูงใจซึ่งไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง และ รุจ ซึ่งเป็นนายอำเภอ ถือเป็นข้าราชการ การกระทำแบบนี้ถือว่าผิดหรือไม่

ขณะที่ตรวจสอบไปยังเฟสบุ๊ค “นายอำเภอรุจน์ รังสี” พบว่ามีการโพสต์ภาพลักษณะเดียวกันกับที่ปรากฏเป็นข่าวในมติชนออนไลน์ เพียงแต่ไม่มี เจริญ ในภาพ
Pages: [1] 2 3

POWERED BY NORPORCHOREUSWEDEN