NPCEU BOARD

Guest


Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
           การระบุข้อหาในทางอาญา ที่กล่าวอ้างว่า บุคคลที่ถูกระบุว่า เป็น คนร้าย ผู้ที่รัฐหนึ่ง ซึ่งเป็น รัฐคู่ภาคีสนธิสัญญา การส่งผู้ร้ายข้ามแดน“ ต้องการ ให้ทำการส่งตัว “เป็นคนร้ายข้ามแดน” แต่ปรากฏว่า ในหนังสือ ที่ขอตัว “คนร้ายข้ามแดน” ที่ส่งแก่รัฐคู่ภาคีสนธิสัญญา อีกฝ่ายหนึ่งนั้น

ข้อหาในทางอาญา ที่ร้ายแรง ดังระบุไว้ ในหนังสือดังกล่าว เป็น ข้อหาในทางอาญาร้ายแรง ที่ไม่มีการระบุ และ บัญญัติไว้ใน “สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน” หรือ ที่มีบัญญัติระบุไว้ แต่ ไม่ตรงกับ ที่มีมัญญัติไว้ใน “สนธิสญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน” ที่เป็นพันธกรณี ผูกพันกัน ในระหว่างคู่สนธิสัญญา


เมื่อมีเหตุดั่งนี้แล้ว เกิดขึ้น การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ในระหว่างรัฐทั้งสอง ที่เป็นคู่ภาคีสนธิสัญญา ที่กล่าวถึงนี้ ย่อมตกไป การส่งคนร้ายข้ามแดน ย่อม เกิด มีขึ้นไม่ได้ ตามทฤษฎี ในทางกฎหมาย ที่เรียกตัวเองว่า “The Specialty Doctrine”

นอกจากนี้ การทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก็ดี การส่งคนร้ายข้ามแดน ที่มีการขอตัวคนร้ายกัน ในระหว่างคู่สนธิสัญญา ในเวลาหลังจากปี ค.ศ. 1984 เป็นต้นมา จวบจนเวลาในปัจจุบัน ที่เป็นผลมาจาก “การทำสงคราม กับ ผู้ก่อการร้าย หรือ ในเหตุการณ์ 911”

ของสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดเหตุ ในทางกฎหมายของ “การส่งตัวคนร้ายข้ามแดน” ที่เรียกว่า “Extraordinary or Extra – Territorial Execution event in the Extradition or in the Rendition” คืออะไร? วันนี้ เรา จะ มาว่ากัน ต่อ ให้จบ ในเรื่อง การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ข้อที่ ๑. สื่อในประเทศไทย หรือ ประชาชนคนไทย ต้อง ทำตัว ตามสบาย อย่าไปเดือดเนื้อร้อนใจ เมื่อท่าน ได้ยิน ได้ฟังข่าวมา เกี่ยวกับ เรื่องคนดัง ที่จะถูก รัฐไทย ขอตัว เป็น “คนร้ายข้ามแดน” มา เพื่อพิจารณาโทษ ในประเทศไทย และ ให้รับโทษฑัณฑ์ทางอาญาตามคำพิพากษาของ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของ นักการเมือง ที่มีอยู่เพียง ศาลเดียวในโลกนี้

ข้อที่ ๒. เรื่องที่รัฐ หรือ ประเทศไทย ไปขอตัว คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือ แม้แต่ (พ.ต.ท.) คุณทักษิณ ชินวัตร จากประเทศสหราชอาณาจักร หรือ ประเทศอังกฤษ หรือ United Kingdom, UK ให้เป็นคนร้าย เพื่อการส่งตัว ตามสนธิสัญญาผู้ร้ายข้ามแดน ในระหว่าง ประเทศไทย กับ ประเทศสหราชอาณาจักร ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่มีต่อกัน เป็น เรื่อง ที่เป็นไปไม่ได้ หรือ ไกลเกินกว่า ที่จะฝัน ให้เป็น จริงได้

ข้อที่ ๓. ทั้งนี้ ก็เพราะหัวข้อ ที่ผม เขียนจ่อ เป็น หัวเรื่องของ บทความในวันนี้ และเกริ่น นำมา ตั้งแต่ ในวันวานนี้ เอาไว้ ก็เป็น ที่แจ้งชัดอยู่ในตัวว่า เป็น เรื่อง ที่เป็นไป ไม่ได้เลย ที่ต้องเขียนให้ความกระจ่าง ในข้อกฎหมายระหว่างประเทศ แก่ พ่อแม่ พี่น้องคนไทยมา โดยตลอด อาจ ไม่ถูกใจ ผู้อ่านทุกคน หรือ บางคน

ข้อที่ ๔. ไม่ได้หมายความว่า ผมมี “อคติ” กับ “ท่านผู้นำ” จนต้องหา เรื่อง มาตำหนิกัน ในทุกๆเรื่อง ก็หาไม่ ขอ โปรด อย่าได้คิด เช่นนั้น เพราะ ความเห็นในทางกฎหมาย ที่เป็น เชิงวิชาการ จริงๆ ย่อม ต้องมี หลายมุมมอง ที่ต้องเป็นไปตามกาลเวลา ที่ถูกต้อง ทันสมัย และ ที่ไม่ถูกต้อง ตามกาล และ สมัย เพราะ “เวลา” ได้แปรเปลี่ยนไปหมดแล้ว ประเทศไทย และ คนไทย ในประเทศนี้ ไม่ ควรสร้าง ระบบกฎหมาย “บ้องตื้น” ขึ้นมาใช้ เพื่อให้โลก หัวเราะ เยาะเย้ย ถากถาง ตัวเรา นี่เป็น สิทธิของ คนไทยถึง 100% ที่จะพึงมี พึงได้รับ

ข้อที่ ๕. ในเรื่องของ การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก็เช่นกัน นอกจาก จะต้องมี ทฤษฎีกฎหมายในเรื่อง The Specialty Doctrines เป็น ข้อห้ามปฏิบัติ โดยไม่มีข้อยกเว้นในทุกๆกรณีแล้ว หลักคิดของ ข้อกฎหมาย ในทฤษฎีนี้ ได้ขยายความ ออกมา อย่างกว้างขวางกลายเป็น ก้างขวางคอ


ข้อที่ ๖. กระทรวงการต่างประเทศ และ นักวิชาการ “บ้องตื้น” ฝ่ายขวาตกขอบ อย่างจังของ ไทย ขออภัย ที่ต้องกล่าวถึง ในเรื่องนี้ เพราะ คนไทย จะหนึ่งคน หรือ หลายร้อยหลายหมื่น หลายล้านคน ที่มีความคิดแผลงๆ ในข้อกฎหมาย ในเรื่อง ที่กำลังกล่าวขวัญอยู่นี้ ควรพึงต้อง เป็น ผู้ถูกตำหนิ เพราะ นำกฎหมาย มาใช้ แบบสุ่มสี่ สุ่มห้า ไม่ดูตาม้าตาเรือ และ คิดว่า คนไทย “มันโง่ ไปทุกๆคน”

ข้อที่ ๗. ในหลักทางทฤษฎีกฎหมาย ที่เรียกว่า “The Specialty Doctrine” ที่มีที่ใช้อยู่ในหมวด กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ International Law ได้ อุบัติ ขึ้นมา เพื่อใช้กำกับอย่างเคร่งครัด ในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ชนิด ที่มีการตีความ และ ขยายความ ออกไป อย่างกว้าง เหมือนน้ำในมหาสมุทร

ข้อที่ ๘. ประเทศอังกฤษก็ดี ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เป็นประเทศชั้นนำ ในการใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ในหมวดนี้ ก็ยังถูก ทฤษฎีกฎหมาย The Specialty Doctrines บดขยี้ ในข้อกฎหมายของ การส่งผู้ร้ายข้ามแดนจนส่งตัวคนร้าย ในข้อหาอุกฉกรรจ์ไม่ได้ มาแล้ว ในคดีที่มีชื่อว่า Soering v. UK, 161 ECt.HR. (Series A.),
1989………….(มีต่อ)                   Thanaboon Chiranuvat   
[/b]การระบุข้อหาในทางอาญา ที่กล่าวอ้างว่า บุคคลที่ถูกระบุว่า เป็น คนร้าย ผู้ที่รัฐหนึ่ง ซึ่งเป็น รัฐคู่ภาคีสนธิสัญญา การส่งผู้ร้ายข้ามแดน“ ต้องการ ให้ทำการส่งตัว “เป็นคนร้ายข้ามแดน” แต่ปรากฏว่า ในหนังสือ ที่ขอตัว “คนร้ายข้ามแดน” ที่ส่งแก่รัฐคู่ภาคีสนธิสัญญา อีกฝ่ายหนึ่งนั้น

ข้อหาในทางอาญา ที่ร้ายแรง ดังระบุไว้ ในหนังสือดังกล่าว เป็น ข้อหาในทางอาญาร้ายแรง ที่ไม่มีการระบุ และ บัญญัติไว้ใน “สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน” หรือ ที่มีบัญญัติระบุไว้ แต่ ไม่ตรงกับ ที่มีมัญญัติไว้ใน “สนธิสญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน” ที่เป็นพันธกรณี ผูกพันกัน ในระหว่างคู่สนธิสัญญา


เมื่อมีเหตุดั่งนี้แล้ว เกิดขึ้น การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ในระหว่างรัฐทั้งสอง ที่เป็นคู่ภาคีสนธิสัญญา ที่กล่าวถึงนี้ ย่อมตกไป การส่งคนร้ายข้ามแดน ย่อม เกิด มีขึ้นไม่ได้ ตามทฤษฎี ในทางกฎหมาย ที่เรียกตัวเองว่า “The Specialty Doctrine”

นอกจากนี้ การทำสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก็ดี การส่งคนร้ายข้ามแดน ที่มีการขอตัวคนร้ายกัน ในระหว่างคู่สนธิสัญญา ในเวลาหลังจากปี ค.ศ. 1984 เป็นต้นมา จวบจนเวลาในปัจจุบัน ที่เป็นผลมาจาก “การทำสงคราม กับ ผู้ก่อการร้าย หรือ ในเหตุการณ์ 911”

ของสหรัฐอเมริกา ทำให้เกิดเหตุ ในทางกฎหมายของ “การส่งตัวคนร้ายข้ามแดน” ที่เรียกว่า “Extraordinary or Extra – Territorial Execution event in the Extradition or in the Rendition” คืออะไร? วันนี้ เรา จะ มาว่ากัน ต่อ ให้จบ ในเรื่อง การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน

ข้อที่ ๑. สื่อในประเทศไทย หรือ ประชาชนคนไทย ต้อง ทำตัว ตามสบาย อย่าไปเดือดเนื้อร้อนใจ เมื่อท่าน ได้ยิน ได้ฟังข่าวมา เกี่ยวกับ เรื่องคนดัง ที่จะถูก รัฐไทย ขอตัว เป็น “คนร้ายข้ามแดน” มา เพื่อพิจารณาโทษ ในประเทศไทย และ ให้รับโทษฑัณฑ์ทางอาญาตามคำพิพากษาของ ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของ นักการเมือง ที่มีอยู่เพียง ศาลเดียวในโลกนี้

ข้อที่ ๒. เรื่องที่รัฐ หรือ ประเทศไทย ไปขอตัว คุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร หรือ แม้แต่ (พ.ต.ท.) คุณทักษิณ ชินวัตร จากประเทศสหราชอาณาจักร หรือ ประเทศอังกฤษ หรือ United Kingdom, UK ให้เป็นคนร้าย เพื่อการส่งตัว ตามสนธิสัญญาผู้ร้ายข้ามแดน ในระหว่าง ประเทศไทย กับ ประเทศสหราชอาณาจักร ตามสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่มีต่อกัน เป็น เรื่อง ที่เป็นไปไม่ได้ หรือ ไกลเกินกว่า ที่จะฝัน ให้เป็น จริงได้

ข้อที่ ๓. ทั้งนี้ ก็เพราะหัวข้อ ที่ผม เขียนจ่อ เป็น หัวเรื่องของ บทความในวันนี้ และเกริ่น นำมา ตั้งแต่ ในวันวานนี้ เอาไว้ ก็เป็น ที่แจ้งชัดอยู่ในตัวว่า เป็น เรื่อง ที่เป็นไป ไม่ได้เลย ที่ต้องเขียนให้ความกระจ่าง ในข้อกฎหมายระหว่างประเทศ แก่ พ่อแม่ พี่น้องคนไทยมา โดยตลอด อาจ ไม่ถูกใจ ผู้อ่านทุกคน หรือ บางคน

ข้อที่ ๔. ไม่ได้หมายความว่า ผมมี “อคติ” กับ “ท่านผู้นำ” จนต้องหา เรื่อง มาตำหนิกัน ในทุกๆเรื่อง ก็หาไม่ ขอ โปรด อย่าได้คิด เช่นนั้น เพราะ ความเห็นในทางกฎหมาย ที่เป็น เชิงวิชาการ จริงๆ ย่อม ต้องมี หลายมุมมอง ที่ต้องเป็นไปตามกาลเวลา ที่ถูกต้อง ทันสมัย และ ที่ไม่ถูกต้อง ตามกาล และ สมัย เพราะ “เวลา” ได้แปรเปลี่ยนไปหมดแล้ว ประเทศไทย และ คนไทย ในประเทศนี้ ไม่ ควรสร้าง ระบบกฎหมาย “บ้องตื้น” ขึ้นมาใช้ เพื่อให้โลก หัวเราะ เยาะเย้ย ถากถาง ตัวเรา นี่เป็น สิทธิของ คนไทยถึง 100% ที่จะพึงมี พึงได้รับ

ข้อที่ ๕. ในเรื่องของ การส่งผู้ร้ายข้ามแดน ก็เช่นกัน นอกจาก จะต้องมี ทฤษฎีกฎหมายในเรื่อง The Specialty Doctrines เป็น ข้อห้ามปฏิบัติ โดยไม่มีข้อยกเว้นในทุกๆกรณีแล้ว หลักคิดของ ข้อกฎหมาย ในทฤษฎีนี้ ได้ขยายความ ออกมา อย่างกว้างขวางกลายเป็น ก้างขวางคอ


ข้อที่ ๖. กระทรวงการต่างประเทศ และ นักวิชาการ “บ้องตื้น” ฝ่ายขวาตกขอบ อย่างจังของ ไทย ขออภัย ที่ต้องกล่าวถึง ในเรื่องนี้ เพราะ คนไทย จะหนึ่งคน หรือ หลายร้อยหลายหมื่น หลายล้านคน ที่มีความคิดแผลงๆ ในข้อกฎหมาย ในเรื่อง ที่กำลังกล่าวขวัญอยู่นี้ ควรพึงต้อง เป็น ผู้ถูกตำหนิ เพราะ นำกฎหมาย มาใช้ แบบสุ่มสี่ สุ่มห้า ไม่ดูตาม้าตาเรือ และ คิดว่า คนไทย “มันโง่ ไปทุกๆคน”

ข้อที่ ๗. ในหลักทางทฤษฎีกฎหมาย ที่เรียกว่า “The Specialty Doctrine” ที่มีที่ใช้อยู่ในหมวด กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ International Law ได้ อุบัติ ขึ้นมา เพื่อใช้กำกับอย่างเคร่งครัด ในเรื่องการส่งผู้ร้ายข้ามแดน ชนิด ที่มีการตีความ และ ขยายความ ออกไป อย่างกว้าง เหมือนน้ำในมหาสมุทร

ข้อที่ ๘. ประเทศอังกฤษก็ดี ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่เป็นประเทศชั้นนำ ในการใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ในหมวดนี้ ก็ยังถูก ทฤษฎีกฎหมาย The Specialty Doctrines บดขยี้ ในข้อกฎหมายของ การส่งผู้ร้ายข้ามแดนจนส่งตัวคนร้าย ในข้อหาอุกฉกรรจ์ไม่ได้ มาแล้ว ในคดีที่มีชื่อว่า Soering v. UK, 161 ECt.HR. (Series A.),
1989………….(มีต่อ)
2
   การไปเฝ้างอนง้อ วอนขอ ตัวคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร {นายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของ ประเทศไทย และ ยัง คงเป็น นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบันของ ไทยอยู่}

ตามหนังสือ ขอส่งตัว คนร้ายข้ามแดน ภายใต้ ข้อตกลงให้ส่งตัว (คนร้ายข้ามแดน) หรือ {Extraditable Treaty อ่านว่า เอกซ์ตราได้ท์เตเบิล ทรีตี้} กับ ประเทศสหราชอาณาจักร หรือ ประเทศอังกฤษ

โดยไม่เคย หารือ ข้อกฎหมายใดๆ เลยของ กระทรวงต่างประเทศของ ไทย รังแต่จะทำให้“ท่านผู้นำ” ต้อง เสีย รังวัด (หน้าแหก เป็นวาๆ หมอไม่รับเย็บ เพราะ บาดแผลฉกรรจ์ เกินไป) คือ อะไร?

ข้อที่ ๑. ในวันนี้เรา จะมาวิเคราะห์ในปัญหา การส่งตัวคุณยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะ “ผู้ร้ายข้ามแดน” (The Extraditable any person as the Criminal per se under the Extradition Treaty, is it applicable or not?) ว่าทำได้ หรือ ไม่ได้อย่างไร?

ข้อที่ ๒. ภายใต้สนธิสัญญา “ส่งผู้ร้ายข้ามแดน” ในระหว่าง ประเทศไทย กับ ประเทศ- สหราชอาณาจักร หรือ United Kingdom, UK. เมื่อปรากฏข้อเท็จจริงว่า มี สนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนในกรณีนี้ คือ สัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ปี ค.ศ. 1911 และ เท่าที่ เรา ท่าน ได้รับทราบ โดยทั่วกันแล้วว่า ข้อหาในทางอาญา ที่ปรากฏอยู่ ในสนธิสัญญาฉบับ ดังกล่าว ยาวเหยียด

ข้อที่ ๓. จะมีข้อหา ในทางอาญา ที่ไม่ตรงกับ หนังสือแสดงเหตุ ที่ขอร้องให้ส่งตัวคนร้าย ข้ามแดน กลับไปยัง ประเทศไทย ที่ทางราชการประเทศไทย ส่งให้ กับ ประเทศสหราชอาณาจักร หรือ ประเทศอังกฤษ ในกรณีนี้ เรา อาจไม่จำต้อง วิเคราะห์ว่า “คุณยิ่งลักษฯ อยู่ในสถานะ เป็น คนร้าย” แล้ว หรือไม่?”

ข้อที่ ๔. เพื่อประโยชน์แก่ การวิเคราะห์ เพื่อ ศึกษาเกี่ยว กับ กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ the International Law ผม มี ความจำเป็น ที่ต้องแจ้งให้ ท่านผู้อ่านทั้งหลาย ได้ทราบ ในข้อกฎหมายเช่นนี้ โดยรู้ว่า ท่านผู้อ่าน มี ความประสงค์ใคร่รู้

ข้อที่ ๕. ในกฎหมายระหว่างประเทศ หรือ the International Law ที่เกี่ยวกับ “การส่งผู้ร้ายข้ามแดน” มีหลักการทางกฎหมาย หลักการหนึ่ง ที่ใช้บังคับกันอย่างแพร่หลาย ก็คือ ทฤษฎีกฎหมาย ที่เรียกตัวเองในศัพท์แสง ทางกฎหมายว่า “The Specialty Doctrine”

ข้อที่ ๖. ซึ่งมีความหมายว่า ความผิด ที่จะส่งตัว คนร้ายข้ามแดนกัน ได้ ข้อหาในทางอาญา ที่ร้ายแรง ดังกล่าว ดังที่ปรากฏอยู่ ในสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน จะเป็น สนธิสัญญาสองฝ่าย (Bilateral Treaty) ก็ดี หรือ สนธิสัญญาหลายฝ่าย (Multilateral Treaty) ก็ดี

ข้อที่ ๗. ดังปรากฏอยู่ใน กฎหมายภายในของ ประเทศคู่พันธกรณีของ สนธิสัญญา แต่ละฝ่าย จะต้อง เป็นข้อหาทางอาญา ที่มีอยู่ในกฎหมายภายในของ แต่ละรัฐ และ ปรากฏข้อหา ที่ว่านั้น ชัดเจนอยู่ ในสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดน ที่มีพันธกรณีต่อกัน

ข้อที่ ๘. ซ้ำร้ายข้อหา ในทางอาญา ที่ร้ายแรง เช่นนั้น ต้องเป็น ความผิดอาญา ที่ปรากฏ อยู่ในเวลาที่สนธิสัญญา มีผลบังคับใช้ (มีการเจรจา เพื่อทำสนธิสัญญา ในระหว่างรัฐคู่ภาคี ก่อนเวลา ที่จะลงนาม เป็น สนธิสัญญาบังคับ ในระหว่างกัน) ความผิดที่เกิดก่อนเวลาของ สนธิสัญญาประเภทนี้ จะนำ สนธิสัญญานี้ ไปบังคับใช้ไม่ได้ และ

ข้อที่ ๙. ความผิดใดๆ ที่เกิดภายหลังจาก ที่สนธิสัญญาประเภทนี้ มีผลบังคับใช้แล้ว แต่ไม่ปรากฏข้อหา หรือ ความผิด เป็น ลายลักษณ์อักษร อยู่ในสนธิสัญญา จะใช้สนธิสัญญาประเภทนี้ ไปบังคับใช้ได้หรือไม่? (เรา จะ ได้ยกมา ว่ากล่าว กันวันถัดไปในรายละเอียด)

ข้อที่ ๑๐. และในสนธิสัญญาประเภทนี้ ไม่เปิดโอกาส ให้ระบุ ความผิดในทางอาญาชนิดร้ายแรง เพื่อเปิดโอกาส ให้รัฐคู่พันธกรณีสนธิสัญญา ใช้กฎหมาย ในรูปแบบนี้ กล่าวหา ลงโทษแก่ จำเลยคนเดียวกัน ซ้ำในความผิด ที่ทำลงครั้งเดียวกัน เป็น จำนวนที่ลงโทษแก่ จำเลย สองครั้ง สองครา นี่คือ หลักทฤษฎีกฎหมาย อันเป็น พิเศษนี้ (the Specialty Doctrine) มีข้อห้ามเด็ดขาด ดังที่บรรยายมาให้ทราบ………(มีต่อ)  Thanaboon Chiranuvat 
[/b]
3
  การส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือ ที่ตรง กับ คำศัพท์ ทางกฎหมาย หรือ จะเรียกว่า เป็น “Technical Term (อ่านว่า เทคนิคเคิล เทอม) ตรงกับคำว่า “Rendition” อ่านว่า “เรนดิชั่น” นั้น


บทความในวันนี้ ผมไม่ต้องการแซว หรือ เยาะเย้ย ถากถาง ผู้ใด? แต่ อยากเรียนให้ พ่อแม่ พี่น้อง ชาวไทย ได้รับทราบว่า

การที่กต. หรือ กระทรวงต่างประเทศของ ไทย มีหนังสือ ขอให้ ทางการอังกฤษ (กระทรวงการต่างประเทศของ ประเทศสหราชอาณาจักร หรือ อังกฤษ ทำ การส่งตัว นางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีต นายกหญิงคนแรกของ ประเทศไทย หรือ

จะเรียกว่า “ เป็น นายกรัฐมนตรีหญิง คนปัจจุบันของ ประเทศไทย ก็ได้” ให้ ทางการอังกฤษ ทำการส่งตัว กลับมา ประเทศไทย ในฐานะ “เป็น ผู้ร้ายข้ามแดน นั้น”)โดยกระทรวงการต่างประเทศของ ไทย อ้างถึงสนธิสัญญาส่งผู้ร้ายข้ามแดนในระหว่างประเทศไทย กับ สหราชอาณาจักร ปี ค.ศ. 1911


ที่ได้มีการลงนามกันไว้ ที่กรุงเทพมหานคร ตรงนี้ ต้องขอถามว่า เป็น เพราะเหตุใด ต้องอ้าง สนธิสัญญา ในระหว่าง อังกฤษ กับ ประเทศไทย ถอยหลังไปไกล ถึงเพียงนั้น (ถามจริงๆเถอะ ก่อนอ้าง สนธิสัญญา ฉบับนี้ ได้ไปตรวจดู ความสมบูรณ์ของสนธิสัญญา ที่จะใช้บังคับกัน หรือ ยัง? ขอกรุณา อย่าให้แป็ค ที่หัวคิว นะครับ นั่นก็คือ


*ยังไม่มี การแลกเปลี่ยน ตราสาร เพื่อใช้บังคับ หรือ เพื่อให้เกิด ความสมบูรณ์ผูกพันกัน ในระหว่าง รัฐคู่ภาคีสนธิสัญญา* ซึ่งเรื่องอย่างนี้ เป็น เหตุ ที่เกิดได้ บ่อยๆ เสมอๆ กับ ประเทศไทย ในยุคเก่าๆ เสมอมา)

การส่งผู้ร้ายข้ามแดน เป็น เรื่องของ กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ the International Law ที่ฝ่ายประเทศไทย ไม่สันทัด และ กลัว กฎหมาย ในหมวดหมู่นี้ มากๆ จนลนราน แพ้ คดีเขาพระวิหารบ่อยๆ ถึง สองสามครั้ง ก็เพราะ

กฎหมายในหมวดหมู่นี้ เรียกว่า “ใช้กฎหมายระหว่างประเทศ หรือ the International Law ไม่เป็น หรือ หาก จะใช้เป็น ก็แบบเด็กๆ ที่เริ่มเรียน อนุบาล ในขณะที่ โลกทั้งใบ รวมทั้ง ประเทศ เกิดใหม่ ในทวีปแอฟริกา บางประเทศ ก้าวไปได้ ไกลกว่า เราคนไทยมากโขอยู่ เทียบแล้ว ของเขา


ก้าวไปสู่รั้วมหาวิทยาลัย และ เรียน จน เกือบจบแล้ว” แต่เรา ยังคงอยู่ ที่ชั้นอนุบาล และ ย่ำเท้า ซอยเท้าถี่ๆ อยู่อย่างนั้น มากว่าร่วมร้อยปีแล้ว” วันนี้ จึงต้องขอ สอนเรื่อง “การส่งผู้ร้ายข้ามแดน หรือ RENDITION กันสักหน่อย ถ้าไม่สอนกัน ก็จะนึกว่า “ผู้เขียน” เป็น คนโง่ เชลา เบาปัญญา (ตอนที่ ๑)

ข้อที่ ๑. การ จะเกิด การส่งผู้ร้ายข้ามแดน กันได้ ตามที่บัญญัติไว้ ในข้อกฎหมาย อันเป็น ธรรมเนียมปฏิบัติของโลก (Customary Rules of International Law or Law of Nations) (ถ้อยคำในภาษาต่างประเทศ อ่านว่า คัสตอมมารี่รู ออฟ อินเตอร์เนชั่แนลลอวว์
ออ ลอวว์ออฟเนชั่น)


ข้อที่ ๒. จะต้องมี สนธิสัญญาในระหว่างกัน อาจเป็น สนธิสัญญาสองฝ่าย (Bilateral Treaty) หรือ หลายฝ่าย (Multilateral Treaty) เช่น สนธิสัญญาที่ให้ความร่วมมือทางอาญา หรือ สนธิสัญญา เพื่อ บังคับตามคำพิพากษาของ ศาลในทางอาญาในระหว่างประเทศ ที่เป็นคู่สนธิสัญญา ฯลฯ เป็นต้น

ข้อที่ ๓. จะต้องมีโทษในทางอาญา ที่ตราไว้ในกฎหมายของ รัฐทั้งคู่สนธิสัญญา ที่มีพันธกรณี ต่อกัน เป็น โทษ ที่ลงได้ตามกฎหมายภายในของ รัฐคู่ภาคีสนธิสัญญา ขั้นต่ำไม่น้อยกว่า -๑- (หนึ่ง) ปี

ข้อที่ ๓. คนร้าย ที่ถูกกล่าวหาว่า ได้กระทำ ความผิดในทางอาญา ได้กระทำความผิดในข้อหาทางอาญาชนิด ร้ายแรง ที่มีฐานความผิด ที่ร้ายแรง เป็น อย่างเดียวกัน ตามกฎหมายในทางอาญา มี กฎหมายบัญญัติอยู่ตาม กฎหมาย ในระหว่างรัฐ คู่พันธกรณี และ

ข้อที่ ๔. คนร้ายคน ที่กระทำความผิด ในทางอาญาที่ว่านั้น หลบหนีจากรัฐ คู่พันธกรณี ในรัฐหนึ่ง (รัฐ ที่เกิดความผิด ในทางอาญา และ เป็นรัฐ ที่ขอให้ส่ง ตัวคนร้าย คนร้ายหลบหนี ไปอยู่ ในอีกรัฐหนึ่ง หรือ รัฐ ผู้รับคำขอ และ มีพยานหลักฐาน ในทางอาญา เพื่อส่งตัว คนร้าย ในทางอาญากลับคืนสู่ รัฐ ที่ร้องขอ ที่เรา เรียก วิธีการนี้ว่า “Extradition หรือ Extradite อ่านว่า เอ็กซ์ตราดิชชั่น หรือ เอกซ์ตราไดท์”

ข้อที่ ๕. เมื่อ รัฐ ที่ได้รับคำร้องขอ ในข้อที่ ๔. ดังกล่าวข้างต้น พร้อมด้วย พยานหลักฐาน ในการกระทำ ความผิดในเบื้องต้น เกี่ยวกับ การกระทำ ความผิดของ คนร้าย คนนั้นแล้ว ก็ จะให้ เจ้าพนักงานปกครอง ซึ่งอาจเป็น Sheriff (อ่านว่า เชอร์ริฟ แปลว่า นายอำเภอ หรือ หัวหน้า เจ้าพนักงานตำรวจ ผู้มีอำนาจ จับกุมตัว คนร้าย)

ข้อที่ ๖. ไปทำการจับกุม ตัวคนร้าย คน ที่ถูกกล่าวหา คนนั้น นำ ตัวมาขึ้น ศาล เพื่อทำการไต่สวน เพื่อ ให้เกิดวงจร ครบถ้วน สมบูรณ์ ในการส่งตัว คนร้ายข้ามชาติ ได้ โดยชอบ ด้วยกฎหมาย เมื่อศาล (ซึ่ง อาจเป็น ผู้พิพากษานายเดียว พร้อม ผู้พิพากษาสมทบ หรือ จะเรียกว่า “Justice of Peace” อ่านว่า “จัสติสออฟพีช” ออกนั่ง ทำการไต่สวนในห้องพิจารณาของ ศาลนั้นๆแล้ว

ข้อที่ ๗. ได้ความครบถ้วน ตามทางการไต่สวน เช่นที่ว่านั้น แล้ว ศาล ก็ จะมี คำสั่งให้ส่งตัว คนร้าย คน นั้นๆ กลับสู่ รัฐ ที่ร้องขอ ให้ส่งตัว คนร้าย โดยให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หรือ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงยุติธรรม (ฝ่ายบริหาร) ของ รัฐผู้รับการร้องขอ เป็น ผู้ลงนามส่งตัว คนร้าย ในหนังสือทางราชการ เพื่อส่งตัวคนร้าย แก่ ผู้แทน หรือ ตัวแทน รัฐ ผู้ร้องขอ ให้ส่งตัว คนร้ายข้ามแดน กลับไป ทำการพิจารณาคดีอาญานั้นๆ

ข้อที่ ๘. ในระหว่าง การเริ่มทำการไต่สวน ตามข้อที่ ๖. และ ข้อที่ ๗. ดังกล่าวข้างต้น ทนายของ คนร้าย (จำเลยในการไต่สวน) อาจ มายื่น คำร้องขอให้ปล่อย ตัวคนร้าย คนนั้น, ที่ถูกจับกุมตัว มาไต่สวนในศาล โดยอ้างว่า บุคคลคนนั้นไม่ใช่ คนร้าย, ไม่ใช่ผู้กระทำผิด, การจับกุมตัว คนร้าย คนนั้นมาไต่สวนในศาล ไม่ชอบด้วย บทบัญญัติรัฐธรรมนูญ, หรือ ไม่เป็นไป ตามครรลองของ กฎหมาย หรือ (ไม่ Due Process of Law)

ข้อที่ ๙. เรา เรียก วิธีการอย่างนี้ของ ฝ่ายทนายจำเลย หรือ คนร้าย ที่ถูกจับกุมตัว มาไต่สวนในศาล เพื่อส่งตัว เป็น คนร้าย (ข้ามแดน) กลับไปสู่รัฐ ผู้ร้องขอ ให้ส่งตัวกลับว่า วิธีการขอให้ ศาล ที่ไต่สวน ตัวจำเลยอยู่นั้น เพื่อ จะให้เป็นคนร้าย เพื่อการส่งตัว ทำการออกหมาย เพื่อ“Habeas Corpus” (อ่านว่า ฮาบิอัส คอร์ปุส) หรือ

ข้อที่ ๑๐. ขอให้ศาล ที่ทำการไต่สวน จำเลย อยู่นั้น ไต่สวน เพื่อประโยชน์ของ จำเลย ผู้ถูกจับกุมตัวมา ไต่สวนบ้าง หากได้ความ ตามที่จำเลยนั้น ร้องขอ ศาล ก็ต้องมี หมายปล่อย ตัว จำเลย ผู้นั้น พ้นข้อหาของ รัฐ ที่ร้องขอ ให้จับกุมตัว ส่งกลับไป ดำเนินคดี วิธีการเช่นนี้ มีบัญญัติไว้ ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาของ ไทยใน มาตรา ๙๐ แต่ คนไทน ที่เรียน ที่ศึกษา วิชานิติศาสตร์ ใช้ ไม่เป็น เพราะ เรา ไม่สั่งสอนกัน

ข้อที่ ๑๑. เป็นวิธีการ ที่มีอยู่ ในภาคฏิบัติของ กฎหมายในชาติ ที่เจริญแล้ว และ ไม่ได้ใช้เฉพาะ ในคดีของ การส่งผู้ร้ายข้ามแดน แต่ เพียงอย่างเดียว (The Extradition) แต่ใช้ กับ กรณี ที่จำเลย หรือ ผู้ถูกกล่าวหา ได้รับ ความไม่เป็นธรรม ในการถูกตั้ง ข้อกล่าวหา เพื่อ การจับกุม, หรือ ในการที่บุคคล ถูกจับกุมตัวมา ในข้อหา ที่ไม่ชอบธรรม ในกรณีต่างๆ ทั้งหลาย ด้วย และ รวมทั้ง การ อันไม่ชอบธรรม ตามบทบัญญัติของ รัฐธรรมนูญด้วย

ข้อที่ ๑๒. ถ้าหาก มี การนำหลักการ ตามกฎหมาย เช่นนี้ มาผนวก กับ คำประกาศ Procedure ลงวันที่ ๑๕ มกราคม ปี ค.ศ. ๒๐๑๔ ของ EEC หรือ EU หรือ สหภาพยุโรป ที่คำประกาศควบรวมสอง ประชาคมเศรษฐกิจ เป็น ตัวเหนี่ยวนำ ให้เกิด การใช้หลักกฎหมาย “Aquis Communautaire” ด้วยแล้ว ศาลสิทธิมนุษยชนของ ยุโรป ย่อม ก้าว เข้ามา มี บทบาท เป็น อย่างสูงใน อาเซี่ยน (ASEAN) หรือ ในอุษาอาคเณย์ ในทันที ตามผลในทางกฎหมายของ คำประกาศ เช่นนั้น (มีต่อ)   
[/b]
4
         ทรราช คสช คงลืมว่าตัวเอง มาปล้นจากนายก ผู้หญิง ทีมาจากการเลือกตั้งทึีถูกต้อง ถุยส ยังหน้าด้านไป หาว่าเขาเป็นผู่การร้าย ทำไหมเป็นชายชาติทหารกันอย่างไรไม่อายชาวโลกกันเลย............................................................................................

หัวข้อข่าว “ไทย ขอให้ อังกฤษ ส่งตัว ยิ่งลักษณ์ กลับ ไทย ในฐานะ “ผู้ร้ายข้ามแดน” มีข้อกฎหมาย ให้ทำนทำได้ โดยชอบ แน่หรือ?

*** โปรดระวัง สตรีไทย อาวุธศอกประจำตัว คมจังเลย***

ข้อที่ ๑. คณะ Junta ควรกลับไปทบทวนมติ ที่รัฐสภายุโรป หรือ The Parliament of Europe ลงมติใน Resolutions ลงวันพฤหัสบดีที่ 8 ตุลาคม ปี ค.ศ. 2015 เสียใหม่หลายๆเที่ยว ให้จำใส่ ผนังเซลล์สมองของ แต่ละคน โดยทั่วกัน

ข้อที่ ๒. แม้มตินี้จะเป็น มติ Non – Binding แต่ ก็ เป็น มติ ที่ลงมติเอกฉันท์ ให้ประณาม คณะ คสช. หรือ Military Junta และ รูปแบบการปกครองที่ Military Junta ใช้ปกครอง ประเทศไทย และ พลเมืองไทย

ข้อที่ ๓. ซึ่งขาดไร้มาตรฐานสิทธิมนุษยชน อย่างร้ายแรง ต่างไปจากประเทศ ที่ปกครองโดยระบอบประชาธิปไตย์ โดยเสรี ในประเทศอื่นๆ ในโลก ด้วยเหตุนี้:

ข้อที่ ๔. คำขอของ ฝ่ายไทย ที่ได้ยื่นไป จะ มีอัน ต้อง ตกไป ตามผลของ คำพิพากษาของ ศาล ควีนส์เบ็นซ์ (Queen Bench ทำหน้าที่ เป็น ศาลอุทธรณ์ อันเป็น ศาลสูงในระบบ Common Law (อ่านว่า คอมมอน ลอวว์)

ข้อที่ ๕. ที่ต้องใช้อำนาจ Judicial Review ( อ่านว่า จูดิเชี่ยล รีวิว หรือ ตรวจสอบ ความชอบธรรม ตามกฎหมาย ในระบบกฎหมายของ ประเทศ ที่ใช้กฎหมาย รัฐธรรมนูญ ในการปกครองประเทศ)

ข้อที่ ๖. ในกรณี ที่มีปัญหาเกี่ยวกับ การมีข้อพิพาทกัน ในปัญหา ที่เกี่ยวพัน กับ ต่างประเทศ และ เรื่อง การต้องส่งตัว "ผู้ร้าย" ในคดี "ผู้ร้ายข้ามแดน") ประเทศอังกฤษ เป็น ประเทศ ที่ใช้รัฐธรรมนูญ ไม่เป็น ลายลักษณ์อักษร

ข้อที่ ๗. มี Common Law (อ่านว่า คอมมอน ลอวว์) บังคับใช้ อยู่ ในระบบกฎหมาย รวมทั้ง ประเพณีปฏิบัติ ทางกฎหมาย ที่ต้องใช้ แบบเคร่งครัด จึงปรากฏผลของ คดี ในทางประเพณีปฏิบัติ ที่เคร่งครัด เช่นที่ว่า นั้น

ข้อที่ ๘. มีผลบังคับ ตาม คดี ที่ได้ชี้ขาด ไว้ เป็น บรรทัดฐาน ในคดี ที่มีชื่อว่า "In re Castioni" 1 Q.B. 149 ที่ยังไม่มี คดีใดๆ ที่ชี้ขาดทับมา และ ยกเลิกผลบังคับของ คดีนี้ไปได้

ข้อที่ ๙. นี่ จึงเป็นเรื่อง "ที่ต้องหน้าแตก หมอไม่รับเย็บ" อีกแล้ว สวัสดีความเศร้า สำหรับ ประเทศไทย เป็น ประเทศ ที่ชอบทำผิด ซ้ำซาก อย่างนี้ ก็มีให้เห็นด้วย นี่แหละ จึงต้องเรียกว่า "Amazing Thailand"

ข้อที่ ๑๐. ถ้ารัฐบาลอังกฤษ โดยเทเรซาร์ เมย์ เล่นเกมส์นี้ เป็น บัวไม่ช้ำ น้ำ ไม่ขุ่น ก็ ต้องตอบ ฝ่ายไทยว่า "ทางอังกฤษ ขอเรียนว่า ประเทศอังกฤษ ยังเป็น ประเทศ ที่อยู่ภายใต้การบังคับ และ อยู่ในกฏเกณฑ์ของ สหภาพยุโรป หรือ EU

ข้อที่ ๑๑. ประเทศอังกฤษ หรือ สหราชอาณาจักร ยังลาออกจากประเทศสมาชิกภาพของ สหภาพยุโรป หรือ EU ไม่ได้ ในปัจจุบัน อังกฤษ จึงต้องเคารพใน Resolutions ลงวันที่ ๘ ตุลาคม ปี ค.ศ. 2015 ของ รัฐสภายุโรป หรือ EU's Parliament

ข้อที่ ๑๒. ที่ลงมติประณาม "การปกครองโดย Military Junta" ในประเทศไทย ว่า "ไม่ใช่รัฐบาล โดยชอบด้วยกฎหมาย" ประเทศอังกฤษ จึงไม่สามารถ ดำเนินการใดๆให้ได้ ภายใต้ มติประณาม ดังกล่าวของ รัฐสภายุโรป หรือ EU's Parliament รวมทั้งคำร้องขอฉบับนี้ จากประเทศไทย เพื่อนน้ำมิตร ประเทศอังกฤษ หรือ สหราชอาณาจักร จึงมี ความจำเป็น ต้องเรียนมา ให้ทราบ ณ โอกาสนี้".

หมอผ่าตัด ฝีมือดี อยู่หนใด ช่วย รีบมา เย็บแผลแตก บนหน้าผาก นี้ จากร่องรอย การฟันศอกของ สตรีไทย ให้หน่อย.!!!!!!!!!!!!!!!cr Thanaboon Chiranuvat                           
[/b]
5
     กรณี ที่พิพาทกันอยู่ ในระหว่าง บริษัทคิงส์เกตุ จำกัด (The King Gate Company Limited) พิพาทอยู่ กับ ฝ่ยบริหาร [เถื่อน] ของ ประเทศไทย จะมี ผล ลงเอย เป็นบทอวสานต์ อย่างไร? ก็ขอให้ คนไทย เป็น ผู้ชม และ ผู้ศึกษา ที่ดี กลั้นหายใจ และ ไม่กระพริบตา เท่านั้น (ตอนจบ)

ข้อที่ ๗. ที่บริษัท คิงส์เกตุ จำกัด ไปขอเอา ประกันภัย เอาไว้ และ จ่ายค่า Premium เอาไว้แล้ว ย่อม มีโอกาส สูงมากๆ ที่บริษัท ซูริช จำกัด บริษัทผู้รับประกันภัย ที่ได้ยื่นฟ้อง พลเอกประยุทธฯ กับ พวกทั้งหมด {คณะ คสช. และ บรรดาบริวาร ทั้งหลาย ที่เข้าไปเกี่ยวข้อง} โดยฟ้องคณะ คสช. ทั้งหมด พร้อม บริวาร ในฐานะส่วนตัว ในฐานที่เป็น ผู้ร่วมขบวนการ (Accompli) ในการกระทำ ความผิดฐานฝ่าฝืน ต่อ สัญญาสัมปทาน ในการทำเหมืองทองคำ (Breach the Concessionary in the undertaking of Gold mine) และ ละเมิดข้ามชาติ (The Transitory Torts)

ข้อที่ ๘. บริษัท ซูริช จำกัด ในฐานะผู้รับประกันภัย โจทก์ และ บริษัท คิงส์เกทส์ จำกัด ผู้เอาประกันภัย ในฐานะโจทก์ร่วม บริษัทฯ ทั้งสอง จะได้รับชัยชนะ ในคดี มี อัตราค่อนข้างสูงมากๆ ผม ก็ไม่ทราบว่า จำเลยในคดี จะรู้ เรื่องจริง และ วิเคราะห์ ปัญหาได้ ถูกต้อง หรือไม่? ผม จึง ขอออก ความเห็น ในทางกฎหมาย และ ขอให้คำชี้แนะ

ข้อที่ ๙. ทั้งนี้ เพราะ จุดมุ่งหมาย สุดท้าย ไม่ใช่เฉพาะ เขา จะ เอาเงิน ค่าปรับไหม และ ค่าเสียหาย แต่อย่างเดียว ก็หาเป็นเช่นนั้นไม่ ถ้าบุคคลเหล่านี้ ไม่อาจ ใช้หนี้ เป็น แบบส่วนตัว ให้ได้ ในวาระต่อไป หลังจากคดีแพ่ง สิ้นสุดลง คดี ที่สอง ที่จะเกิดต่อไป

ข้อที่ ๑๐. ก็คือ คดีอาญาระหว่างประเทศ ที่ปรากฏคุณลักษณะ ๔ คุณลักษณะ ที่เกี่ยวเนื่อง ใกล้ชิด กัน และ ที่ประเทศไทย โดยประมุข แห่ง รัฐ ได้ ไปตกลง กับ เขา (องค์การสหประชาชาติ และ นานาชาติ แล้ว) ตามกฏบัตรของ องค์การสหประชาชาติ (In accordance with the Charter of United Nations)

ข้อที่ ๑๑. ในการประชุม เพื่อ วางนโยบาย ในการบริหารของ โลก ในเรื่อง Rules of Law ตั้งแต่ปีค.ศ 2005 จนถึง ปี ค.ศ. 2030 ปรากฏอยู่ ในเอกสาร รายงานการประชุม The World Summit Outcome, 2005 ขอให้ทุกๆ คน ได้ ไปศึกษา ดู ได้ โดยไปดาวน์โหลดเอกสาร ที่อ้างถึง มาศึกษา

ข้อที่ ๑๒. ทั้งนี้ มี ปรากฏ อยู่ตาม ข้อ 132 - ข้อ 134 นี่ จึง เป็น ที่มาของ เหตุผลว่า "ทำไม ผม จึงลุกขึ้น มา เขียน บทความนี้" ไม่ใช่ว่า ผม ต้องการ ขัดคอ ผู้หนึ่งผู้ใด? ก็หาไม่ แต่ อยากเตือน ผู้ ที่เข้ามา บริหาร บ้านเมือง แบบมิชอบ มา แต่ต้นว่า โปรด อย่าดื้อรั้น ต่อไปเลย เวลาของ คุณหมด แล้ว จะจากไป แต่โดยดี หรือไม่? สุดท้าย พวกคุณ ก็หนี ตะราง ในต่างประเทศ ไม่พ้น แน่นอน !!!!!!!!!!!!!!!

สวัสดี ขอให้โชคดี.
Thanaboon Chiranuvat             
[/b]
6
           ข่าววันที่ 9 ก.ค.61
-สมาชิกพรรค
นายจาตุรนต์ ฉายแสง
'อ๋อย'ร้องศาลเพิกถอนคำสั่งคสช.ระงับบัญชีกว่า4ปี
https://www.dailynews.co.th/politics/653920 
“อ๋อย”ยื่นฟ้องศาลปกครองถอนคำสั่งคสช. ระงับธุรกรรมทางการเงิน โอดโดนเเกล้งจากวิจารณ์การเมือง 
https://www.matichon.co.th/local/crime/news_1035319 
'จาตุรนต์'ร้องศาลปกครอง เพิกถอนคำสั่งหัวหน้า'คสช.'สั่งระงับธุรกรรมการเงิน
http://www.naewna.com/politic/350481 
'จาตุรนต์' ร้องศาลปกครองถอนคำสั่ง คสช. 'ระงับธุรกรรมทางการเงิน' นานกว่า 4 ปี
https://voicetv.co.th/read/rkJQvDxQ7 
'อ๋อย'ดิ้นยื่นศาลปค.ถอนคำสั่งคสช.ระงับการเงิน 
https://www.thaipost.net/main/detail/13040 
"จาตุรนต์"ร้องศาลปกครองเพิกถอนคำสั่งคสช.ระงับธุรกรรมการเงินชี้เจตนากลั่นแกล้ง-ปิดปาก
https://mgronline.com/politics/detail/9610000068102 
---------------------------------------------------------- 
นายสมคิด เชื้อคง
พท. เย้ย ‘3 มิตร’ อีสานมีส.ส.เป็นร้อยเขต ดูดได้แค่ 7-8 คน ประกาศเปิดตัวสุดอลังการ
https://www.matichon.co.th/politics/news_1035753 
---------------------------------------------------------- 
นายพิชัย เกียรติวินัยสกุล
‘เพื่อไทย’ เผยอดีต ส.ส.ลพบุรี ย้ายไปพลังประชารัฐ1คน ยันแค่ตัวสำรอง 
https://www.matichon.co.th/region/news_1035574 
---------------------------------------------------------- 
นายพชร นริพทะพันธุ์
'เด็กเพื่อไทย' ติง 'รัฐบาล' อย่าโบ้ย 'เรือล่มภูเก็ต' หันกลับมาดูระบบช่วยเหลือตัวเองก่อน
https://www.thaitabloid.com/archives/15602                             
[/b]สมาชิกพรรค
7
ในกรณี ที่มีการยึดเหมืองทองคำ ที่จังหวัดพิจิตร จาก เอกชนชาวต่างประเทศ ผู้ได้รับสัมปทาน ในการทำทองคำจาก (รัฐ) ประเทศไทย โดยชอบ แล้ว คือ บริษัท คิงส์เกตุ คอนโซลลิเดดเต็ด จำกัด (the King Gate Consolidated Company Limited ในประเทศออสเตรเลีย เกิด การฟ้องร้องกัน ใน คณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ และ / หรือ ศาลนานาชาติ หรือ ศาลระหว่างประเทศ ในที่สุด ฝ่ายเรา เป็น ฝ่าย ที่แพ้คดี เกิด คำถาม ในเวลาต่อมาว่า คณะ คสช. จะ เอา เงิน ในคลังหลวงของ ชาติ ไป ชดใช้ ตามคำพิพากษาของ ศาล หรือ คำวินิจ- ฉัยชี้ขาด โดยคณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ได้ หรือ ไม่?

คำตอบ ที่นี่ ที่ให้ได้ โดยชอบ จะ ให้ ผลได้ ดังต่อไปนี้:

๑. การเอาภาษีของ ประเทศมาจ่าย มิได้ ศาล หรือ คณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ผู้รู้ข้อกฎหมายระหว่างประเทศ ดี จะ ไม่ ยอมรับ ให้ ไป ปฏิบัติ ในสิ่ง ที่ผิดกฎหมาย มิได้

๒. เพราะคณะ คสช. มิใช่รัฐบาลโดยชอบ ด้วยกฎหมายของ ประเทศไทย แต่ คณะ คสช. มีสถานะ เป็น "Junta อ่านว่า ฮุนต้า เพราะถ้อยคำ มาจากภาษาเสปญ" เมื่อเป็น "คณะ ฮุนต้า ตามศัพท์ทางกฎหมาย จึง หมายถึง คณะบุคคล ที่จับยึด เอา อำนาจรัฐ ไปใช้ โดยมิชอบ."

๓. เมื่อ มีการจับยึดเอา อำนาจรัฐ ไปใช้ โดยมิชอบ "การกระทำ ที่ว่านี้ จึงเป็น การ คอร์รัปชั่น หรือ Corruption อย่างหนึ่ง ตามสนธิสัญญา ขจัด หรือ ปราบปราม การคอร์รัปชั่น ปี ค.ศ. 2003 หรือ Convention against Corruption, 2003

๔. ที่ประเทศไทย มี พันธกรณี (Obligation) ตามสนธิสัญญาฉบับนี้ ในวันที่ 1 มีนาคม ปี ค.ศ. 2011 ศาล ก็ดี หรือ คณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ก็ดี ไม่อาจ มี คำพิพากษา หรือ ไม่อาจ มี คำวินิจฉัย

๕. ให้ประเทศไทย ต้อง ชดใช้ ค่าเสียหาย (Compensation) และ ค่าปรับไหม (Forfeiture) แก่โจทก์ หรือ ผู้เสียหายในคดี รวมทั้ง ผู้รับประกันภัย ที่ได้ชดใช้ ค่าเสียหาย ที่แท้จริง ให้แก่ โจทก์ หรือ ผู้เสียหาย ไป

๖. ย่อม รับช่วงสิทธิจาก โจทก์ ในคดี มา เรียกร้อง เอา แก่ จำเลย ผู้กระทำละเมิด คือ คณะ คสช. ที่ต้องรับผิด เป็นส่วนตัว ทุกๆรายตัว รวมทั้ง ข้าราชการประจำ ที่เข้าร่วม- มือด้วย ต้องร่วม รับผิด ในฐาน ผู้ร่วมขบวนการ ในการกระทำความผิด (Accompli) ด้วย

เอวัง ในเรื่องนี้ ก็ มี ผล ในทางความเข้าใจ อยู่เพียง แค่นี้ เอง.Thanaboon Chiranuvat 
[/b]
8
          บทแทรกพิเศษ

ประเทศไทย ของเรา สิ้นหวัง แน่หรือ? ในเรื่องของ การปกครองประเทศ ในระบอบประชาธิปไตย (ตอนที่เจ็ด)

๑. เมื่อได้อ่านบทบัญญัติรัฐธรรมนูญไทย ฉบับ ปี พ.ศ. ๒๕๖๐ แล้ว จะเห็นได้ว่า ในชั้นที่รัฐธรรมนูญฉบับนี้ เป็น เพียง “ร่างรัฐธรรมนูญ” มีสาระสำคัญ ในทางด้านวิชาการ ในภาคปฏิบัติ ที่ผิดแผก แตกต่าง ไปจาก “ธรรมเนียม ประเพณี ปฏิบัติ ในทางสากล” ซึ่งนั่น ก็คือ

๒. นับแต่มีการประกาศ และ บังคับใช้ “คำประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิมนุษยชน, วันที่ ๑๐ ธันวาคม ปี ค.ศ. 1948 เป็นเวลาประมาณ –๖๙-(หกสิบเก้า)ปี นับจากวันประกาศบังคับใช้ คำประกาศปฏิญญาสากลฯ จนถึงวันประกาศบังคับใช้ รัฐธรรมนูญในฉบับปัจจุบัน[วันที่ ๖ เมษายน พ.ศ. ๒๕๖๐]”

๓. สิ่งใดก็ตาม ที่เกี่ยวกับ กฎหมาย และ มีการประกาศ บังคับใช้ เป็นเวลา เกินกว่า -๕๐(ห้าสิบ)ปี ถ้าถือกฏเกณฑ์ตามหลักการบังคับใช้ “กฎหมายธรรมเนียม ประเพณี ปฏิบัติของ โลก หรือ the Customary Rules of International Law” ต้องถือว่า “คำประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วย สิทธิมนุษยชน ปี ค.ศ. 1948” ซึ่งเป็นแกนหลักสำคัญของ “ธรรมนูญสิทธิมนุษยชนของ โลก หรือ the Universal Bill of Rights”

๔. ที่ต้องประกอบไปด้วย สนธิสัญญาอีกสองฉบับ คือ กติการะหว่างประเทศว่าด้วย สิทธิพลเมือง และ สิทธิในทางการเมือง ปี ค.ศ. 1966 {the International Covenant on Civil and Political Rights, 1966 และ กติการะหว่างประเทศว่าด้วย สิทธิในทางเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม ปี ค.ศ. 1966 หรือ the International Covenant on Economic Social and Cultural Rights, 1966} จึง สามารถ รวม เรียกได้ว่า เป็น “ธรรมนูญสิทธิมนุษยชนของ โลก หรือ the Universal Bill of Rights”

๕. เมื่อ สิ่งที่บรรยายไว้ในข้อ ๒ จนถึง ข้อ ๔ เป็น “ธรรมนูญสิทธิมนุษยชนของโลก หรือ the Universal Bill of Rights” แล้ว ย่อมให้ผลบังคับแก่ “กฏเกณฑ์ นี้ ทำให้เกิด สภาพบังคับ ทางกฎหมายแก่ กฏเกณฑ์ เช่นที่ว่า นี้ คือ “การละเมิดมิได้ และ การแบ่งแยกมิได้ หรือ the inviolable and the in - divisional effect แก่ กฏเกณฑ์นี้”

๖. ตามเกณฑ์บังคับของ “ กฎหมาย ธรรมเนียม ประเพณีปฏิบัติของ โลก หรือ the Customary Rules of International Law” จึงทำให้บทบัญญัติที่ 1 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วย สิทธิพลเมือง และ สิทธิในทางการเมือง ปี ค.ศ. 1966 {the International Covenant on Civil and Political Rights, 1966 และบทบัญญัติที่ 1 ของกติการะหว่างประเทศว่าด้วย สิทธิในทางเศรษฐกิจ สังคม และ วัฒนธรรม ปี ค.ศ. 1966 หรือ the International Covenant on Economic Social and Cultural Rights, 1966}

๗. ที่ต้องพ่วงเอา “คำประกาศปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ปี ค.ศ. 1948 เข้ามาร่วมบังคับด้วยตามหลักการของกฎหมายที่เกี่ยวกับ สนธิสัญญา รวมทั้งต้องยึดโยงเอา กฎบัตรของ องค์การสหประชาชาติ หรือ the Charter of United Nations ซึ่งเป็นสนธิสัญญาในประเภทพหุภาคี หรือ the Multilateral Treaty อีกหนึ่งฉบับ ที่มีคุณ- สมบัติ อันศักดิ์สิทธิ์ คือ:

๗.๑ แก้ไข ได้ยาก และ ต้องได้รับ ความเห็นชอบจาก รัฐคู่ภาคีสนธิสัญญา ทุกๆฝ่าย

๗.๒ หาก รัฐคู่ภาคีสนธิสัญญา ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ต้องการ แก้ไข เพิ่มเติม หรือ

๗.๓ มีกฎหมายภายในของ รัฐคู่ภาคีฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง [ รัฐธรรมนูญ เป็นกฎหมายภายในของ รัฐคู่ภาคีสนธิสัญญา โดยแน่นอน] ไปบัญญัติขัด หรือ แย้ง กับ บทบัญญัติของ สนธิสัญญาหลายฝ่าย ในฉบับเหล่านี้

๗.๔ มิฉะนั้นต้องถือว่า การกระทำของ รัฐคู่ภาคีสนธิสัญญาฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง ตามที่ปรากฏ ในข้อ ๗.๑, ข้อ ๗.๒ และ ในข้อ ๗.๓ เป็น “การกระทำฝ่ายเดียว หรือ the Unilateral Action ที่ได้กระทำลงไป โดยรัฐ คู่ภาคีสนธิสัญญา ฝ่ายใด ฝ่ายหนึ่ง [ปราศจาก สภาพบังคับได้ ตามกฎหมาย หรือ ตก เป็น โมฆะ] นั่นเอง..............(มีต่อ)            Thanaboon Chiranuvat       
[/b]
9
นายก "บิ๊กตู่" ถูกนิตยสาร ไทม์สื่อดังระดับโลก จวกเละ เปรียบฉายา "สฤษดิ์น้อย" สะท้อนไทยถอยหลัง 60 ปี กลายเป็นตัวตลกโลกไปแล้ว

ไทม์ถึงขนาดขึ้นรูปหน้าปกและยังถามชัดว่าพลเอกประยุทธ์จะเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ โดยไทม์พาดหัวชัดเจนว่าผู้นำไทยสัญญาว่าจะฟื้นฟูประชาธิปไตยแต่กลับกระชับอำนาจ

ทั้งนี้ไทม์ได้ระบุชัดเจนถึงการละเมิดสิทธิมนุษยชนอย่างรุนแรง การจับกุมและดำเนินคดี ผู้ชุมนุมประท้วง และ การข่มขู่ผู้สื่อข่าว อีกทั้งให้สื่อถามคำถามกับสแตนดี้รูปของตัวเอง

และไทม์ยังกล่าวว่า การคืนอำนาจให้ประชาชนของพลเอกประยุทธ์ หมายถึงการคงอำนาจของกองทัพไว้ ถึงขนาดเปรียบเทียบพลเอกประยุทธ์ว่าเป็นเหมือน "สฤษดิ์น้อย" ซึ่งทำให้ภาพพจน์ประเทศไทยเสื่อมถอยย้อนหลัง 60 ปี
กลับไปสมัยยุคเผด็จการจอมพลสฤษดิ์

และเชื่อว่าไทยยังห่างไกลกับการเลือกตั้งที่เป็นประชาธิปไตย โดยไทม์ยังลงรายละเอียดเรื่อง พล.อ ประยุทธ์ไม่ได้สนใจความเดือดร้อนของประชาชน และสอนประชาชนแบบงงๆ
เช่น สอนวิธีแก้จนว่าให้ทำงานหนัก และแก้หนี้ด้วยการหยุดช็อปปิ้ง

#นิตยสารไทม์ #ประยุทธ์จะเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ     
[/b]
10
    บทความพิเศษ

ปัญหาของ ประเทศไทย ในเรื่อง การปิดเหมืองทองคำ ที่จังหวัดพิจิตร ที่เป็นของ บริษัท Kinsgate Consolidated Limited Company(บริษัท ที่เสนอขายหุ้นในตลาดหลักทรัพย์ ในประเทศออสเตรเลีย แก่ ผู้ประสงค์ ซื้อหุ้น หรือ ผู้ถือหุ้นในบริษัทมหาชน หรือ the Public Company)

โดยใช้รัฐธรรมนูญของ ประเทศ พุทธศักราช ๒๕๕๗ ในมาตรา ๔๔ เป็น เครื่องคุ้มกัน และ ปกป้อง ตนเอง ยังจะคงใช้ บทบัญญัติ ที่ว่านี้ รักษาเงาหัว ให้กับ

คนสั่งการ (ท่านผู้นำ) และ บรรดาลิ่วล้อ(ผู้ปฏิบัติการทั้งหมด ที่เป็นข้าราชการ ในระดับปลัดกระทรวง และ ข้าราชการ ที่ดำรงตำแหน่ง ในระดับ ที่ลดหลั่นกันลงมา) ได้แน่ หรือ?
๑. หาก ท่านผู้อ่านท่านใด ได้ติดตามในเรื่อง ปัญหาของ การใช้อำนาจ (the exercising of Power under Rulings, Section 44 of the Interim – Constitutional Law of Thailand, 2018) ตาม รัฐธรรรมนูญฉบับชั่วคราว พ.ศ. ๒๕๕๗ ในมาตรา 44

๒. เราจะพบว่า กฎหมาย บัญญัติ ให้ อำนาจ ในการใช้อำนาจเช่นนี้ ไว้ อย่างกว้างขวาง เพื่อขจัดอุปสรรค หรือ ปัญหา ที่จะพึงเกิด หรือ เรื่องต่างๆ ที่ดำรงอยู่ ในวงงานการบริหาร ราชการแผ่นดินของ ประเทศ

๓. ทำให้ ผู้ใช้อำนาจ สั่งการ[สวมหัวด้วย ตำแหน่ง ผู้ ใช้อำนาจ บริหาร] ดำรงสถานะ ในทางกฎหมาย (ในมุมมองของ การใช้อำนาจจ่ากรัฐธรรมนูญ กติกาสำคัญ ที่เป็น แม่แบบ หรือ พิมพ์เขียว ในการบริหารราชการแผ่นดิน) สูงกว่า ผู้ใช้อำนาจในฝ่ายอื่นๆ [ฝ่ายนิติบัญญัติ, the Legislature และ ฝ่ายตุลาการ, the Judiciary]

๔. ผิดหลักเกณฑ์สำคัญ ในการปกครองประเทศด้วย ระบอบ ประชาธิปไตย ที่ต้องอยู่ภายใต้กฏเกณฑ์สำคัญของ “การแบ่งแยกอำนาจ หรือ the Separation of Powers หลักคิดทางประชาธิปไตย ที่ถูกวาง เป็น กฏเกณฑ์ สำคัญ ในทางการปกครองด้วย ระบอบประชาธิปไตย์ ไว้ด้วยความคิดสำคัญของ ปราชญ์นักคิด มองส์เตสกิเออร์ (Montesquieu) ที่โลกทั้งใบยอมรับโดยดุษฎี”
๕. ในที่สุด ในปัญหาข้อพิพาทในการใช้อำนาจรัฐ (the exercising of Police Power or Eminent Domain as the Sovereign Power) ที่ก่อให้เกิด ปัญหาข้อพิพาท ในระหว่าง ประเทศไทย กับ ประเทศออสเตรเลีย

๖. ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ (สองฝ่าย) ในเรื่อง เขตการค้าเสรี หรือ Free Trade Area) ปี ค.ศ. 2004 ตามบทบัญญัติของ ข้อตกลงระหว่างประเทศ ฉบับนี้ ในบทบัญญัติที่ 912 การเวณคืนทรัพย์สิน ที่ใช้ในการลงทุนของ (เอกชน ต่างชาติ)โดยปริยาย หรือ โดยทางอ้อม หรือ Indirect Foreign Investment

๗. เมื่อเกิดการต่อรอง เพื่อ ให้เลื่อนการพิจารณาคดีของ คณะอนุญาโตตุลาการของ องค์การการค้าโลก หรือ World Trade Organization, WTO ออกไป เป็น ปีหน้า ประเทศไทย พร้อมด้วย คณะ คสช. จึงต้องมาเผชิญ กับ คำฟ้องของ บริษัทผู้รับประกันภัย (บริษัท Zurich อ่านว่า ซูริช) ซึ่งตรงนี้ พี่น้อง ประชาชน คนไทย ต้อง เข้าใจ ให้ ถูกต้องเสีย ก่อนว่า

๘. ก่อนที่ บริษัท Kingsgate Consolidated Limited Company ที่เป็นบริษัทฯ ที่ตั้งอยู่ ในประเทศออสเตรเลีย จะมาลงทุน ในประเทศไทย เขา ย่อม จะ ต้องเอา ความเสี่ยงทั้งหลาย (Risks) ทั้งหมด ที่อาจ จะ ต้องเกิด ในระหว่างที่การลงทุนของ เขา ยังอยู่ในประเทศไทย ไปประกัน ความเสี่ยง เอาไว้ กับ บริษัทผู้รับประกันภัยต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทลอยย์ ของ ประเทศอังกฤษ, บริษัท เอ.ไอ.เอ จำกัด หรือ บริษัท พลูเด็นเชี่ยล ประกันภัย จำกัด ของประเทศสหรัฐอเมริกา

๙. ความเสี่ยงในทางการเมือง หรือ การเวณคืนทรัพย์สินของ เอกชน ที่เกี่ยวพันในทางการค้าของ นักลงทุน จึง เป็น ความเสี่ยงประเภทหนึ่ง ที่กฎหมายระหว่างประเทศ อนุญาต ให้ ผู้ลงทุน สามารถ นำ ความเสี่ยงนั้น ไปประกันภัย ไว้ได้

๑๐. ขอให้ท่านผู้อ่านทั้งหลาย ไปตรวจดู หนังสือของ บริษัท Kingsgate Consolidated Limited Company (ออสเตรเลีย) ลงวันที่ ๑ มิถุนายน ปี ค.ศ. 2018 หรือ ปี พ.ศ. ๒๕๖๑ ที่กรรมการผู้จัดการใหญ่ของ บริษัทดังกล่าวออกมา แถลงว่า

๑๑. “บริษัท ผู้รับประกันภัย จะ ออกมา แถลง อย่างเป็นทางการ ในวันที่ ๖ กรกฎาคม ปี ค.ศ. 2018 ถึง ตารางเวลาในการดำเนินคดี ในศาลของ รัฐนิวเซ้าเวลล์ ในประเทศออสเตรเลีย ตามที่ปรากฏอยู่ตามคำฟ้องของ บริษัทผู้รับประกันภัย (บริษัท Zurich) ในเรื่อง ที่บริษัท Kingsgate ได้ ไปเอา ประกันภัยไว้ ในความเสี่ยง ”
(ให้ ดูหนังสือของ บริษัทคิงเกตต์ คอนโซลลิเดดเต็ด จำกัด ลงวันที่ 1 มิถุนายน
ปี ค.ศ. 2018 ที่ได้ ประกาศ ต่อ สาธารณชนทางเว็ปไซดด์)

๑๒. ต้องถามต่อไปว่า “บริษัท Kingsgate Consolidated Company Limited ( อ่านว่า บริษัท คิงส์เกต คอนโซลลิเดดเต็ด คอมปานี ลิมิเต็ด ทำได้หรือไม่? และ บริษัท Zurich (อ่านว่า ซูริช) สามารถ รับ ทำประกันภัย ไว้ก่อน มี การเปิดการลงทุน ของ บริษัท คิงส์เกตในประเทศไทย ทำได้หรือไม่? คำตอบ คือ ทำได้โดยชอบ ด้วยกฎหมาย และ

๑๓. เมื่อบริษัท คิงส์เกต มีอุปสรรค ทางการเมือง เกิดขึ้น ในประเทศไทย (ถูกยึด สัมปทาน ทำเหมืองทอง) บริษัท คิงส์เกต สามารถ ไป เรียกร้อง ค่าเสียหายได้ จากบริษัทซูริช บริษัทผู้รับประกันภัย ได้โดยชอบด้วยกฎหมาย

๑๔. เมื่อ บริษัท ซูริช ผู้รับประกันภัย ต้องจ่าย ค่าเสียหาย ชดใช้ ให้ แก่ บริษัท คิงส์เกต จำกัด แล้ว ย่อม หันมาฟ้อง ประเทศไทย และ คณะ คสช.{ซึ่งต้องรับผิดชอบในฐานะส่วนตัว เพราะ ไม่ใช่รัฐบาล โดยชอบด้วยกฎหมาย แต่เป็น Junta (อ่านว่า ฮุนต้า)} ทั้งหมด ให้ ต้องรับ ผิดชอบ ต่อ บริษัท ผู้รับประกันภัย (ซูริช) ในฐานะ ผู้กระทำละเมิด ต่อ บริษัท ในศาลของ มลรัฐนิวเซ้าเวลล์ ในประเทศออสเตรเลียได้เสมอ.

นิทานเรื่องนี้ สอนให้รู้ว่า “ช้างตายทั้งตัว อย่าเอาใบบัว มาปิด.”     Thanaboon Chiranuvat     
[/b]
Pages: [1] 2 3 ... 10