NPCEU BOARD

Guest


Recent Posts

Pages: [1] 2 3 ... 10
1
         ขอเเถลงจากเวป นปช. อียูสวีเดน

ด้วยมีการใส่ร้ายต่างๆนานากับแอดมินเวป นปช.อียูสวีเดน ด้วยความพยายามของพวกหมิ่นสถาบัน ทีพยายามเอาเราเข้าเป็นพวก แต่เราไม่เล่นด้วย ก็ออกมาสุ่มหัวใส่ร้าย เราต่างๆๆนานาเราออกมาอธิบายก็ยังสุมหัวใล่ร้ายเรา ทั้งยูทูป และเฟสบุค แม้แต่คนเสื้อแดงกันเองยังมาว่าเราอีกแม้เราจะออกมาช่วยปกป้อง เมือวันที14มค มีสถานีหมิ่นสถาบัน ได้ออกมา จัดรายการพร้อมกัน และชวนคนเสื้อแดงในไทย ออกมาพร้อมกัน ในอเมริกา แต่สถานีหมินสถาบัน ตั้งชื่อรายการว่า "แดงทั้งแผ่นดิน" เราก็ออกมาปกป้องว่าทำไหมพวกนี้ถึงเอาคนเสื้อแดงไปแอบอ้าง ทำอะไรไปทำไหมไม่นึกถึงผู้บริสุทธิ์ในประเทศไทย
แค่นี้พวกเขาก็ลำบากพอแล้ว
และทีสำคัญเราเองก็พยายามออกมาปกป้องพี่น้องเสื้อแดงตลอดเวลาทีทำไปเพื่อทีจะไม่ให้ไปหลงประเด็นในทางทีผิดและได้รับข้อมูลไม่ถูกต้องไม่เป็นความจริง แถมต้องโดนจับเข้าคุกต้องคดีโดยไม่จำเป็นเราไม่อยากให้คนเสื้อแดง และ องค์กรต้องมาเสียหาย เราได้ปกป้องทำดีทีสุดแล้ว

เราต่อสู้ทำเวปมาตั้งแต่57ถึงปัจจุบันนี้ เราต่อสู้ทำทุกอย่างด้วยทุนของเราเอง ไม่ได้มีใครมาช่วยเหลือเราจึงมีอิสระในการต่อสู้ แต่เราก็โดนพวกหมิ่นสถาบันมาแอบอ้าง และรวมหัวใส่ร้ายเราตลอดมา ด้วยความหวังดีต่อประเทศชาติและประชาชน
ถึงได้ออกตัวมาปกป้องเสมอมาแม้ว่าตอนนี้ ทั้งยูทูปจะโดนยิงยอดทำทุกอย่างให้ดูเเย่ลง
ณ ทุกวันนี้ความหวังดีของเราไม่เป็นผล เราจึงขอประกาศว่า
 

เพราะว่าแม้แต่คนเสื้อแดงเองยังไม่รู้จักปกป้องตัวเอง ไม่รู้จักแยกแยะว่าอะไรสิ่งไหนถูก สิ่งไหนผิด และยังไม่ยอมรับรู้ว่าใครคือแดงแท้ แดงปลอม แดงเลวมัวไปหมดในเฟสบุคแยกกันไม่ออก

เราขอเลิกจากการเป็นคนเสื้อแดง แต่อุดมการณ์เหมือนเดิมแต่เราจะขอเปลียน จากคนเสื้อแดง มาเป็น " จิตอาสาออนไลท์ปกป้องประชาธิปไตยเพื่อประเทศชาติต่อไป(เราขอเป็นเพื่อนกับทุกคนทีมีอุดมการณ์เดียวกันทีรักบ้านเมืองและประชาธิปไตย)

นปช.อียูสวีเดน แอดมิน SVENSKA

17มกราคม 2561                                 
[/b]
2
     fb    สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี ได้เพิ่มรูปภาพใหม่ 5 ภาพ
 ·
ทำไมการเมืองไทยต้องการ..หนุ่มสาวอายุ 30-40 ปี
................................................
ภายหลังเลือกตั้งใหญ่ วันที่ 6 มกราคม 2544 บรรยากาศในพรรคไทยรักไทยคึกคักอย่างยิ่ง การเตรียมการเพื่อพร้อมเข้าไปบริหารประเทศเป็นไปอย่างมีชีวิตชีวา ผมตั้งใจว่า จะเข้าไปร่วมผลักดันนโยบาย "30 บาทรักษาทุกโรค" อย่างเต็มกำลังในฐานะที่ปรึกษาด้านวิชาการ และรอร่วมทำงานกับนักการเมืองอาวุโสที่จะมารับผิดชอบเป็นรัฐมนตรีของกระทรวงสาธารณสุข
.
ในปี 2544 ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองยังคงคาดการณ์ว่า ผู้ที่จะมาเป็นรัฐมนตรีตำแหน่งต่างๆ ต้องเป็นนักการเมืองอาวุโสที่มี ส.ส.สนับสนุนจำนวนหนึ่ง ตามแนวทางการเมืองดั้งเดิมที่ถือปฏิบัติกันมากว่า 20 ปี
.
วันหนึ่ง ภายหลังการประชุมเกี่ยวกับ "การเตรียมผลักดันนโยบายเป็นการปฏิบัติ" แล้วเสร็จ ดร.ทักษิณ ชินวัตร ถามผมเป็นการส่วนตัวว่า
"หมอ..อายุเท่าไร"
"อายุ 44 ปี ครับ"
ผมตอบคำถามง่ายๆนี้แบบสบายๆ ไม่ได้ฉุกคิดใดๆ
ดร.ทักษิณพยักหน้ารับทราบ แล้วไม่ได้ตั้งคำถามอื่นอีก
หลังจากนั้นไม่นาน มีคนมาบอกผมว่า อาจได้เป็นรัฐมนตรี ผมหัวเราะดัง หึหึ ในใจคิดว่า เป็นไปไม่ได้
.
เมื่อมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี ผมเป็น 1 ในเกือบ 10 คนที่เป็นรัฐมนตรี โดยไม่มี ส.ส.ในสังกัดสนับสนุน นับเป็นมิติใหม่ของการเมืองในขณะนั้น
.
ผมเคยคิดเหมือนกันว่า คำว่า "อายุ 44 ปี" ที่ตอบคำถามในวันนั้น มีผลต่อการตัดสินใจของ ดร.ทักษิณ ในการเลือกหน้าที่ให้ผมทำ
.
อายุ 44 ปี มีความหมายพิเศษอะไร?
.
เคยได้ยินคำกล่าวขำๆไหมครับ ที่ว่า
.
อายุ 20 ปี มีแรง มีเวลา แต่ไม่มีเงิน
อายุ 40 ปี มีแรง มีเงิน แต่ไม่มีเวลา
อายุ 60 ปี มีเงิน มีเวลา แต่ไม่มีแรง
.
ฟังแล้วเฮฮา แต่มีสาระแฝงอยู่ข้างใน
บอกให้เรารู้ข้อจำกัด 3 ประการของทุกช่วงชีวิตคนเรา
.
มีแรง..เราควบคุมไม่ได้ เป็นกฏแห่งอนิจจัง ที่ร่างกายต้องเสื่อมถอยไปเป็นธรรมดา
.
มีเงิน..ซึ่งอาจหมายถึงมีเงินทองจริงๆหรืออาจหมายรวมถึงมีความรู้ด้วยก็ได้ แม้เราสามารถไขว่คว้าหามา แต่ก็ต้องทุ่มเทเวลา รวมทั้งต้องพึ่งพาโอกาสดีที่ผ่านเข้ามา
.
มีเวลา..ปัจจัยนี้เท่านั้นที่เรากำหนดเองได้ว่า เราจะจัดสรรเวลาอย่างไร

ถ้าเราให้ความสำคัญกับสิ่งใด เราก็จัดสรรเวลาให้เสมอ เช่น การไปท่องเที่ยวพักผ่อนกับคนรัก

แต่ถ้าเราไม่สนใจสิ่งนั้นเท่าใดนัก ตัวอย่างเช่น การดูแลสุขภาพ ถ้าเราประมาทคิดว่า ยังแข็งแรง เราก็มักบอกว่า ไม่มีเวลา (เช่น ไม่มีเวลาไปออกกำลังกาย)
.
ดังนั้น การจัดสรรเวลาจึงขึ้นกับเป้าหมายของชีวิตที่เราให้คุณค่าไว้

..เงินพันล้าน..บ้านหลังโต..รถหรู..ครอบครัวอบอุ่น

หรือเพื่อบางสิ่งบางอย่างที่เราคิดว่าทำให้เรามีความสุข
.
ความสุขในความคิดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เป้าหมายของชีวิตจึงแตกต่างกันไป
แต่ผมเชื่อว่า มีคนจำนวนไม่น้อยที่มีความสุขจากการตั้งเป้าหมายว่า อยากทำให้โลกนี้ดีขึ้น
.
เมื่อพูดถึงเรื่อง การทำให้โลกนี้ดีขึ้น
จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์ นักเขียนชาวไอริช เคยคิดดังๆไว้อย่างน่าสนใจว่า

"คนมีเหตุผลปรับเปลี่ยนตนเองให้เข้ากับโลก
คนไร้เหตุผลพยายามปรับเปลี่ยนโลกให้เข้ากับตนเอง
ดังนั้น ความก้าวหน้าทั้งมวลจึงขึ้นอยู่กับ..คนไร้เหตุผล"
.
จอร์จ เบอร์นาร์ด ชอว์ ใช้คำ “Unreasonable man” ซึ่งนอกจากแปลตรงตัวว่า คนไร้เหตุผล แล้ว อาจแปลความกว้างๆว่า สติเฟื่อง เพี้ยน หลุดโลก ก็ได้
.
โลกก้าวหน้ามาจนทุกวันนี้ โดยคนและความคิดที่ครั้งหนึ่งเคยถูกประณามว่า "ไร้เหตุผล"
.
ไม่ว่า ทฤษฎี"ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล", ทฤษฎีสัมพัทธภาพ, เครื่องบิน, iPhone หรือ รถยนต์ไฟฟ้า ล้วนเคยเป็นความคิดที่ไร้เหตุผลมาก่อนทั้งสิ้น
.
คนไร้เหตุผล อย่าง โคเปอร์นิคัส เสนอทฤษฎี "ดวงอาทิตย์เป็นศูนย์กลางของจักรวาล" เมื่ออายุ 37 ปี

ไอน์สไตน์ เสนอทฤษฎีสัมพัทธภาพพิเศษ เมื่ออายุ 26 ปี และทฤษฎีสัมพัทธภาพทั่วไป เมื่ออายุ 36 ปี

พี่น้องตระกูลไรท์ วิลเบอร์ และ ออร์วิลล์ ทดลองเครื่องบินครั้งแรกเมื่ออายุ 36 ปี และ 32 ปี

สตีฟ จอบส์ ตั้งบริษัท Apple Computer เมื่ออายุ 21 ปี ถูกให้ออกจากบริษัทที่ตนเองตั้งขึ้น เมื่ออายุ 30 ปี และกลับมาเปลี่ยน Apple ให้เป็นบริษัทที่มีมูลค่าสูงที่สุดในโลก เมื่ออายุ 42 ปี

อีลอน มัสก์ เริ่มบริหารบริษัท Tesla ที่พัฒนารถยนต์ไฟฟ้า เมื่ออายุ 33 ปี
.
น่าสังเกตไหมครับว่า "คนไร้เหตุผล" เริ่มปฏิบัติการที่ "ไร้เหตุผล" ตอนช่วงอายุ 30-40 ปี
.
ทำไม? อะไรคือปัจจัยที่ทำให้ช่วงอายุนี้พิเศษและแตกต่างจากช่วงอายุอื่น
.
ผมคิดว่าเป็นเพราะ คนอายุ 30-40 ปี เป็นช่วงชีวิตที่...
-ได้สะสมความรู้ดั้งเดิมตามขนบที่สั่งสอนกันมาเป็นเวลาพอสมควร
-แล้วมีโอกาสเพิ่มพูนประสบการณ์ต่อยอด จนสามารถตั้งคำถามท้าทายต่อความรู้ดั้งเดิมนั้น
-ความอยากรู้อยากเห็นในวัยเด็กยังไม่ถูกกดทับนานเกินไป จนผลิบานใหม่ไม่ได้
-อีกทั้งพลังกายและใจยังพลุ่งพล่าน อยากทุ่มเทสร้างฝันของตนให้เป็นจริง ไม่ยอมเหน็ดเหนื่อย
.
ผมเห็น คนอายุ 30-40 ปีจำนวนไม่น้อย “มีเวลา” สร้างสรรค์สิ่งใหม่ในด้านต่างๆของสังคมไทยอย่างน่าตื่นใจ
...แต่อนิจจา กลับไม่เห็นสิ่งใหม่ๆแบบนี้เกิดขึ้นเลยในวงการการเมือง
.
ทศวรรษที่หายไป ความแตกแยกทางความคิดครั้งใหญ่ ความยุติธรรมที่เหลื่อมล้ำ อาจทำให้คนหนุ่มสาวอายุ 30-40 ปี เบื่อหน่าย เข็ดขยาด ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับการเมือง หรือแอบมองดูอยู่ห่างๆ
.
แต่อนาคตของประเทศนี้จะยังมีอีกหรือไม่ ไม่ได้ฝากอยู่ที่คนรุ่นผมซึ่งวัยเลย 60 ปีอีกต่อไปแล้ว
.
แม้คนรุ่น Baby Boomers อย่างผมและเพื่อนร่วมรุ่น ยังพอมีความคิดโลดแล่น ประสบการณ์ยังล้นปรี่พร้อมแบ่งปัน แต่พลังกายถดถอย และการเรียนรู้สิ่งใหม่ก็ยากขึ้นทุกทีสำหรับคนรุ่นนี้ ไม่ว่า ปัญญาประดิษฐ์ Blockchain การเคลื่อนไหวทางสังคมแห่งยุคสมัยต่างๆ ฯลฯ
.
คนอายุ 30-40 ปี จะฝากประเทศนี้ให้คนวัยเลย 60 ปี คอยดูแล แล้วคุณเฝ้ามองเป็น "ข้าวนอกนา" อย่างห่วงๆได้อย่างไร
.
ประเทศชั้นนำในโลกนี้ ทั้งในอดีตและปัจจุบันล้วนขับเคลื่อนด้วยผู้นำทางการเมืองอายุ 30-40 ปีทั้งสิ้น
.
ลีกวนยู เริ่มทำงานการเมืองเมื่ออายุ 31 ปี เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่ออายุ 36 ปี

เคนเนดี้ เริ่มทำงานการเมืองเมื่ออายุ 30 ปี เป็นประธานาธิบดีเมื่ออายุ 44 ปี

โอบามา เริ่มทำงานการเมืองเมื่ออายุ 36 ปี เป็นประธานาธิบดีเมื่ออายุ 48 ปี

ทรูโด เริ่มทำงานการเมืองเมื่ออายุ 37 ปี เป็นนายกรัฐมนตรีเมื่ออายุ 44 ปี
.
นี่ยังไม่นับรวมถึงผู้นำทางการเมืองในหลายประเทศที่อายุน้อยลงเรื่อยๆ

เช่น Jacinda Ardern เริ่มทำงานการเมืองเมื่ออายุ 28 ปี เป็นนายกรัฐมนตรีหญิงของนิวซีแลนด์ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว เมื่ออายุ 37 ปี
.
คนหนุ่มสาวอายุ 30-40 ปี
เป้าหมายชีวิตของคุณคืออะไร
ความสุขของคุณอยู่ที่ไหน
คุณเคยฝันอยากเปลี่ยนโลกนี้ให้ดีขึ้นไหม
คุณอยากถูกจดจำอย่างไร เมื่อคุณจากโลกนี้ไป
.
ผมขอตั้งคำถามคุณเหมือนที่เคยถาม นพ.สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เมื่อเกือบ 19 ปีที่แล้ว

ก่อนที่เราและ ดร.ทักษิณ ชินวัตร กับเพื่อนร่วมอุดมการณ์จำนวนมาก จะช่วยกันเปลี่ยนโลกของคนกว่า 40 ล้านคนในประเทศนี้ให้ดีขึ้น

ก่อนที่ นพ.สงวนจากโลกนี้ไปก่อนวัยอันควร ในอีก 9 ปีต่อมา

คำถามนั้นคือ
"ชีวิตนี้ คุณมีความฝันอะไรที่อยากทำ แต่ทำไม่ได้ หรือยังไม่ได้ทำบ้าง?"
.
คนหนุ่มสาวอายุ 30-40 ปี
การเมืองไทยซึ่งจะส่งผลต่ออนาคตของสังคมไทยที่ลูกคุณจะใช้ชีวิตอยู่ไปอีกหลายสิบปี...จะเป็นอย่างไร อยู่ที่การตัดสินใจของคุณ
.
เข้าร่วมทำงานการเมืองในวันนี้ เพื่อสร้างโลกที่ดีกว่าในวันพรุ่งนี้
:::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::::

มาร่วมฉลองวันเด็กแห่งชาติ ด้วยการเติมไฟแห่งความฝันในวัยเยาว์ของเราทุกคน
ความฝันงดงามที่อยากให้โลกและชีวิตของผู้คนดีกว่าเดิม
สุขสันต์วันเด็กครับ
             
[/b]
3
     “ศิริ” ล้มก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินภาคใต้ เบนเข็มให้ไปตั้งในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคตะวันออกแทน เปิดเอกชนเข้าแข่งขัน เข้าทาง “เอ็กโก-บีแอลซีพี-กัลฟ์” มีพื้นที่รองรับพร้อมแล้ว ขณะที่ “พรชัย” หนุนใช้ก๊าซแล้วค่าไฟต้องไม่แพง      นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า จากที่มอบหมายให้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ไปทบทวนการก่อสร้างโรงไฟฟ้าภาคใต้ โดยไม่ระบุเชื้อเพลิงนั้น คาดว่าจะทราบผลภายใน 2 สัปดาห์นี้ ซึ่งการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ยอมรับว่า ตามแผนพัฒนากำลังการผลิตไฟฟ้า (พีดีพี) จำเป็นต้องมีการกระจายเชื้อเพลิง ทั้งก๊าซธรรมชาติ ถ่านหิน แต่ก็มีหลายมุมมอง เช่น ความเชื่อว่าในระยะยาวถ่านหินจะมีต้นทุนที่ถูกลง หากมีสัดส่วนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินในระดับที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการขาดแคลน หากเกิดกรณีแอลเอ็นจีมีปัญหา หรือเกิดสงครามก็ยังมีถ่านหิน จึงไม่พึ่งพาก๊าซในการผลิตไฟฟ้ามากจนเกินไป        ทั้งนี้ การก่อสร้างโรงไฟฟ้าภาคใต้ ไม่จำเป็นที่โรงไฟฟ้าถ่านหินจะต้องอยู่ในพื้นที่ภาคใต้เท่านั้น แต่อาจจะเปลี่ยนไปใช้เชื้อเพลิงก๊าซธรรมชาติหรือแอลเอ็นจีแทน ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินอาจอยู่ในพื้นที่จังหวัดระยอง ชลบุรี ฉะเชิงเทรา ซึ่งเป็นพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก(อีอีซี) เป็นต้น โดยอาจจะเปิดให้เอกชนและกฟผ.เข้ามาประมูลแข่งขันกันได้

ขณะที่สัดส่วนเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้าตามแผนพีดีพีฉบับใหม่ จะเป็นเท่าไรนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ เนื่องจากต้องรอความชัดเจนแผนพีดีพีออกมาก่อน แต่สิ่งสำคัญคือ จะเป็นไปได้หรือไม่ที่ค่าไฟในอนาคตจะไม่แพงเกินไป เมื่อเทียบกับแผนเดิมอยู่ที่ 5.5 บาทต่อหน่วย

ส่วนการส่งเสริมด้านพลังงานทดแทนนั้น เห็นว่า ควรยกเลิกระบบโควตาประเภทเชื้อเพลิง เพราะปัจจุบันทางกระทรวงพลังงานจะกำหนดเป้าหมายการรับซื้อไฟฟ้าของแต่ละประเภทพลังงานทดแทนไว้ ซึ่งหากเกิดการแข่งขันมากขึ้นจะทำให้ต้นทุนถูกลง เห็นจากกรณีคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน(กกพ.) เปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าจากโครงการ SPP Hybrid Firm จำนวน 300 เมกะวัตต์ ได้ราคาค่าไฟที่ถูกลงอย่างมาก โดยราคาขายไฟฟ้าลดได้ถึง 99.99% อยู่ที่ระดับ 1.80-3 บาทต่อหน่วย ถูกกว่าค่าไฟฟ้าเฉลี่ยของประเทศอยู่ประมาณ 3.5 บาทต่อหน่วย

“การส่งเสริมพลังงานทดแทนหากตามที่นายกฯ ระบุว่าต้องการให้วัดส่วนเพิ่มถึง 40% นั้น หากสามารถทำได้กระทรวงพลังงานก็พร้อมสนับสนุน แต่ต้องไม่กระทบต่อค่าไฟฟ้า หากมีการแข่งขัน ยกเลิกระบบโควตาได้จะเป็นจุดเริ่มต้นที่จะเดินไปข้างหน้า สิ่งสำคัญคือจะทำอย่างไรให้ค่าไฟฟ้าถูกลง”นายพรชัย รุจิประภา ประธานคณะกรรมการปฏิรูปประเทศด้านพลังงาน กล่าวว่า คณะกรรมการจะหารือกับทาง สนพ.ในการกระจายเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าตามแผนพีดีพีฉบับใหม่ เพราะไม่ได้กังวลว่าจะต้องเป็นเชื้อเพลิงก๊าซฯหรือถ่านหิน แต่จะเป็นเชื้อเพลิงใดก็ได้ ที่จะเป็นประโยชน์กับประเทศ ขณะที่กระแสข่าวท่าทีของ รมว.พลังงานคนใหม่ ที่มีมุมมองเชื้อเพลิงแอลเอ็นจีมากกว่าถ่านหิน ซึ่งปัจจุบันการขนส่งก็คล้ายกับถ่านหิน เทียบกับเมื่อก่อนที่ต้องส่งผ่านทางท่อเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม หากเป็นก๊าซแอลเอ็นจี จะต้องมั่นใจต้นทุนค่าไฟฟ้าไม่แพงขึ้น เพราะหากราคาแอลเอ็นจีปรับขึ้น 1 ดอลลาร์ จะกระทบค่าไฟ 20 สตางค์ต่อหน่วย

“จะมีการหารือกับทาง สนพ. ควบคู่กับการศึกษาความเหมาะสมของเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้า ซึ่งเรามีนโยบายชัดเจนว่าต้องการลดก๊าซที่ผ่านทางท่อ แต่เมื่อสภาพเปลี่ยนไป พีดีพีก็ควรปรับใหม่ให้มีความเหมาะสม เพราะข้อดีและข้อด้อยของแอลเอ็นจี-ถ่านหินก็มีต่างกัน ส่วนโรงไฟฟ้าถ่านหินจะสร้างที่ไหน เรื่องดังกล่าวจะหารือกับทาง สนพ.ต่อไป

นายระวิ คอศิริ กรรมการ บริษัท บีแอลซีพี เพาเวอร์ จำกัด เปิดเผยว่า โรงไฟฟ้าบีแอลซีพีมีความพร้อมหากภาครัฐเปิดประมูลรับซื้อไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในพื้นที่จังหวัดระยอง เพราะยังมีพื้นที่สามารถขยายเฟส 2 ได้อีก 1 พันเมกะวัตต์ และได้ผ่านการอนุมัติรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (อีเอชไอเอ) แล้ว

โดยในส่วนของต้นทุนการผลิตไฟฟ้าจากถ่านหินนั้น สามารถแข่งขันกับก๊าซแอลเอ็นจีได้อย่างแน่นอน เนื่องจากการจัดหาแอลเอ็นจียังมีระยะทางขนส่งไกล และต้องผ่านกระบวนการหลายขั้นตอนกว่าจะนำมาใช้ในโรงไฟฟ้า ส่วนกรณีแหล่งแอลเอ็นจีจำนวนมากขึ้นสามารถจัดหาง่ายขึ้นนั้น ปัจจุบันการจัดหาถ่านหินก็มีหลายแหล่งเช่นกันและยังมีปริมาณสำรองทั่วโลกจำนวนมาก

แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน เปิดเผยว่า นอกจากโรงไฟฟ้าบีแอลซีพีมีความพร้อมการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้ว ยังมีพื้นที่อื่นที่มีศักยภาพในการก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ได้อีก เช่น พื้นที่ตั้งเดิมโรงไฟฟ้าระยอง ของ บมจ. ผลิตไฟฟ้า หรือ เอ็กโก และในพื้นที่อำเภอบางคล้า จังหวัดฉะเชิงเทรา ของกลุ่มบริษัท กัลฟ์ฯเป็นต้น

จากหนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ปีที่ 38 ฉบับที่ 3,330 วันที่ 11 - 13 มกราคม พ.ศ. 2561  http://www.thansettakij.com/content/249124
     
[/b]
4
นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งยังมีอีกหลายประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ดังนั้นจึงควรรู้กฎกติกาการใช้งานไว้ก่อน ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เราเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายได้สามารถคลิกดาวน์โหลดและอ่านฉบับเต็มได้ ที่นี่

  https://ictlawcenter.etda.or.th/files/law/file/80/59100b296f08176ad3bd2c1615489253.pdf
5
          สรุป 13 ข้อ สาระสำคัญจำง่ายๆ พ.ร.บ.คอมพ์ 60 มีผลบังคับใช้แล้ว             ถ้ายังจำกันได้ถึงการผลักด้น พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2560 ที่สภานิติบัญญัติแห่งชาติให้ความเห็นชอบเมื่อเดือนธันวาคม เมื่อปีที่ผ่านมา (2559) และได้ประกาศลงราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 24 มกราคม ล่าสุด มีผลบังคับใช้แล้วในวันที่ 24 พ.ค.นี้

เตือนความจำกันสักหน่อย เพื่อการใช้ออนไลน์อย่างถูกกฎหมาย สำหรับสาระสำคัญที่หลายคนควรพึงระวังใน พ.ร.บ.ว่าด้วยกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 หรือ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ฉบับ 2มีสาระสำคัญจำง่ายๆ ดังนี้            1. การฝากร้านใน Facebook, IG ถือเป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท

2. ส่ง SMS โฆษณา โดยไม่รับความยินยอม ให้ผู้รับสามารถปฏิเสธข้อมูลนั้นได้ ไม่เช่นนั้นถือเป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท

3. ส่ง Email ขายของ ถือเป็นสแปม ปรับ 200,000 บาท

4. กด Like ได้ไม่ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ ยกเว้นการกดไลค์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับสถาบัน เสี่ยงเข้าข่ายความผิดมาตรา 112 หรือมีความผิดร่วม

5. กด Share ถือเป็นการเผยแพร่ หากข้อมูลที่แชร์มีผลกระทบต่อผู้อื่น อาจเข้าข่ายความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพ์ฯ โดยเฉพาะที่กระทบต่อบุคคลที่ 3

6. พบข้อมูลผิดกฎหมายอยู่ในระบบคอมพิวเตอร์ของเรา แต่ไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของคอมพิวเตอร์กระทำเอง สามารถแจ้งไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบได้ หากแจ้งแล้วลบข้อมูลออกเจ้าของก็จะไม่มีความผิดตามกฎหมาย เช่น ความเห็นในเว็บไซต์ต่าง ๆ รวมไปถึงเฟซบุ๊ก ที่ให้แสดงความคิดเห็น หากพบว่าการแสดงความเห็นผิดกฎหมาย เมื่อแจ้งไปที่หน่วยงานที่รับผิดชอบเพื่อลบได้ทันที เจ้าของระบบเว็บไซต์จะไม่มีความผิด

7.สำหรับ แอดมินเพจ ที่เปิดให้มีการแสดงความเห็น เมื่อพบข้อความที่ผิด พ.ร.บ.คอมพ์ฯ เมื่อลบออกจากพื้นที่ที่ตนดูแลแล้ว จะถือเป็นผู้พ้นผิด

8. ไม่โพสต์สิ่งลามกอนาจาร ที่ทำให้เกิดการเผยแพร่สู่ประชาชนได้

9. การโพสเกี่ยวกับเด็ก เยาวชน ต้องปิดบังใบหน้า ยกเว้นเมื่อเป็นการเชิดชู ชื่นชม อย่างให้เกียรติ

10. การให้ข้อมูลเกี่ยวกับผู้เสียชีวิต ต้องไม่ทำให้เกิดความเสื่อมเสียเชื่อเสียง หรือถูกดูหมิ่น เกลียดชัง ญาติสามารถฟ้องร้องได้ตามกฎหมาย

11. การโพสต์ด่าว่าผู้อื่น มีกฏหมายอาญาอยู่แล้ว ไม่มีข้อมูลจริง หรือถูกตัดต่อ ผู้ถูกกล่าวหา เอาผิดผู้โพสต์ได้ และมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท

12. ไม่ทำการละเมิดลิขสิทธิ์ผู้ใด ไม่ว่าข้อความ เพลง รูปภาพ หรือวิดีโอ

13. ส่งรูปภาพแชร์ของผู้อื่น เช่น สวัสดี อวยพร ไม่ผิด ถ้าไม่เอาภาพไปใช้ในเชิงพาณิชย์ หารายได้

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของ พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ ที่มีผลบังคับใช้แล้ว ซึ่งยังมีอีกหลายประเด็นที่ส่งผลกระทบต่อการใช้งานสื่อสังคมออนไลน์ ดังนั้นจึงควรรู้กฎกติกาการใช้งานไว้ก่อน ก็จะช่วยป้องกันไม่ให้เราเสี่ยงต่อการทำผิดกฎหมายได้สามารถคลิกดาวน์โหลดและอ่านฉบับเต็มได้ ที่นี่       https://www.marketingoops.com/news/viral-update/computer-law/     
[/b]
6
         เมื่อเกิดกรณีการปิดเหมืองทองคำชาตรีที่ จ.พิจิตร เป็น ความผิดแจ้งชัดถึง ขั้นการเวณคืน ทรัพย์สินราษฎร โดยไม่ชอบ ด้วยกฎหมายฯ
ชุมชนแห่งเสรีภาพ (THE LAND OF LIBERTY·3 มกราคม 2018
จากปัญหาของ เรื่อง เอกสิทธิ และ/หรือ สิทธิในการได้รับความคุ้มครองทางการเมือง และ ในทางคดีทุกชนิด (Sovereign Immunity) สู่การยกเว้น ในการใช้เอกสิทธิ และ หรือ สิทธิใน การได้รับยกเว้น ในเอกสิทธิ และ สิทธิในทางการเมือง และ ได้รับความคุ้มครองในทางคดีทุกชนิด (the waiver of [sovereign] Immunity)

ในปัจจุบัน การที่คดีเหมืองทอง “อัคราไมน์นิ่งส์ ต้องไปสู่การพิจารณา และ วินิจฉัย ชี้ขาด โดย องค์คณะอนุญาโตตุลาการ ในระหว่างประเทศ (the International Arbitration) ไม่ว่า จะเป็นอนุญาโตตุลาการของ  องค์การการค้าโลก หรือ WTO หรือ อนุญาโตตุลาการของ องค์การสหประชาชาติ หรือ  UNCitral
 
ย่อมให้ ผล ที่เป็นผลร้ายแก่ ประเทศไทย ในทางคดี ไม่มีประโยชน์ แต่ประการใดๆ  ที่จะไปตั้งทีมทนาย เพื่อต่อสู้คดี ที่อยู่ในการวินิจฉัยของ อนุญาโตตุลา- การต่างประเทศ และ *** ต้องขอถามตรงนี้ว่า “พวกคุณ ฝันไป หรือเปล่า?  ในเวลากลางวันแสกๆ”***!!!!!!!!!!!!

๑. ในเรื่องของ “เหมืองทองคำชาตรี ชื่อว่า อัคราไมน์นิ่งส์” ที่จังหวัดพิจิตร ที่ประเทศไทย ต้องถูก ดึง เข้าไป คู่กรณีพิพาท กับ ประเทศออสเตรเลีย ภายใต้ข้อตกลงระหว่างประเทศ หรือ (สนธิสัญญา) เขตการค้าเสรี (Free Trade Area) ในระหว่าง ประเทศไทย กับ ผู้ลงทุนชาวออสเตรเลีย ที่ประเทศออสเตรเลีย ต้อง เข้ามา ต่อสู้คดี ให้ชนในชาติตนเอง ในฐานะผู้แทน หรือ ตัวแทนของ ประชาชนในชาติ ตนเอง
 
๒.  ตามแนวคิดของ กฎหมายระหว่างประเทศ  (International Law) และ ตามแนวคำพิพากษาของ ศาลโลกเดิม หรือ The Permanent Court of International Justice, PCIJ ดังปรากฏ ในคดีที่ศาลโลกเดิม ได้มี คำวินิจฉัย ชี้ขาดไว้

๓.  ในคดี Mavrommatis ในคดีหมายเลขแดงที่ 2 ลงวันที่ 30 สิงหาคม ปี ค.ศ 1924 ของศาล โลกเดิม จากในแฟ้ม (File) E.c. III   คดีหมายเลขแดง/ดำ  (Docket No. V.I.) ซึ่งศาลโลกชี้ว่า “รัฐบาล ที่ชอบด้วยกฎหมายของ ประเทศ กรีก ย่อม ต้อง เข้าเป็น ตัวแทนของ ราษฎรกรีก (ผู้เสียหาย) เพื่อเรียกเอาค่าสินไหมทดแทน และ ค่าปรับไหมให้แก่ ราษฎรของ ตนเองได้ ตามกฎหมาย”

๔. เมื่อศาลโลกเดิมวางแนวทางให้ รัฐบาลโดยชอบด้วยกฎหมายของประเทศใด ต้องเข้าไปต่อสู้คดี เพื่อเรียกร้อง เอา ค่าแห่งความเสียหาย เป็น ค่าปรับไหม และ ค่าสินไหมทดแทน ให้แก่ราษฎรของ ตนเอง เมื่อเป็นเช่นนี้ ย่อมหมดข้อสงสัย ในประเด็นแห่งคดีที่ว่า “รัฐบาล โดยชอบด้วยกฎหมายของ  ประเทศออสเตรเลีย จะเป็น ผู้ ที่สามารถนำเสนอ กรณีพิพาท ในระหว่าง ราษฎรออสเตรเลีย(บริษัทคิงส์เกตุ คอนโซลลิเดรดเต็ด พีทีวาย) กับ ฝ่ายบริหาร (เถื่อน) ของ ประเทศไทย ไปให้คณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ทำการชี้ขาด ในปัญหาข้อพิพาทได้”

๕. ในประเด็นต่อไป ก็คือว่า “คณะอนุญาโตตุลาการ ระหว่างประเทศ ตามข้อตกลงระหว่างประเทศในเรื่อง การค้าเสรี ซึ่งข้อตกลงนี้อ้างถึง กฎเกณฑ์ขององค์การ การค้าโลก หรือ World Trade Organization, WTO โดยตลอด จะเกิดอำนาจวินิจฉัยชี้ขาด หรือไม่ว่า:

๕.๑ คณะอนุญาโตตุลาการในระหว่างประเทศชุดนี้ มี อำนาจ หรือ มีความสามารถ โดยสมบูรณ์  ที่จะรับกรณีที่เป็นข้อพิพาทนี้ จากคู่กรณีที่พิพาท มาเพื่อทำการชี้ขาด

๕.๒ คณะอนุญาโตตุลาการระหว่างประเทศ ชุดนี้  มีอำนาจ หรือ มีความสามารถโดยสมบูรณ์ (Full Competetency) ที่จะทำการชี้ขาด ในปัญหาข้อพิพาทในกรณีนี้

๕.๓ คณะอนุญาโตตุลาการชุดนี้ สามารถนำกฏเกณฑ์ในข้อกฎหมายของ UNcitral และ ของ WTO มาผสมผสาน เพื่อนำมาใช้ ในการชี้ขาด ในปัญหาข้อพิพาทนี้ ในระหว่างคู่กรณีนี้

๕.๔ เมื่อคณะอนุญาโตตุลาการ มีความสามรถอย่างเปี่ยมล้นตามข้อ ๕.๓ ที่จะทำการชี้ขาด ในปัญหาข้อพิพาท ในกรณีนี้แล้ว การใช้อำนาจ “ปิดเหมืองทองคำชาตรี [อัคราไมน์นิ่งส์]” เป็น การ เวณคืนทรัพย์สิน หรือ สิทธิในทรัพย์สิน (Interest in the property) โดยไม่ชอบ ด้วย หรือ เป็น ปฏิปักษ์ กับ กฎหมายระหว่างประเทศ หรือไม่?

`๕.๕  การ ใช้อำนาจ ประกาศ ปิดเหมืองทองคำชาตรี ตามความในข้อ ๕.๔ และตามความของ รัฐธรรมนูญไทย (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.  ๒๕๕๗ มาตรา ๔๔  เป็น การกระทำได้โดยชอบ ด้วยกฎหมายระหว่างประเทศ หรือไม่? [กฎหมาย ในบทมาตรา นี้  เป็น กฎหมาย ที่ใช้บังคับ และ เป็น กฏชนเผ่า แต่โบราณ หรือไม่?]

๕.๖ กฏหมายระหว่างประเทศ (International Law) โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กฎหมาย อันมี ที่มาจากข้อตกลงในระหว่างประเทศ หรือ สนธิสัญญา (Law deriving from International Agreement, Treaty) ย่อมอยู่ เหนือ และ มีผลบังคับก่อน
 
๕.๗ กฎหมายภายในของ  ประเทศไทย {รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๔๔} ตามความของ คำพิพากษาของ ศาลโลกเดิม หรือ the Permanent Court of International Justice, PCIJ  ในคดีที่มีชื่อว่า “the Greco – Bulgarian Communities Case, 1930”

๕.๘ ประเทศไทย มีหน้าที่ต้องชดใช้ค่าเสียหาย เป็น ค่าสินไหมทดแทน และ ค่าปรับไหม ตามมาตรฐานทางคดี ที่ได้ชี้ขาดไว้โดย คณะอนุญาโตตุลาการ ในระหว่างประเทศ ของ WTO ที่ชี้ขาดไว้ ในคดีระหว่าง ประเทศเม็กซิโก v. ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามข้อตกลงระหว่างประเทศ NAFTA. ................. (มีต่อ)   Thanaboon Chiranuvat                             
[/b]
7
       กฏหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง v. กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล

 การที่รัฐ (State) โดยรัฐบาล โดยชอบด้วยกฎหมาย  (De Jure Gover- nment) ที่เป็นตัวแทนของ รัฐ เข้าไป ลงนาม ในสัญญา ให้สัมปทาน ในเหมืองแร่ (Signed in the Concessionary Contract) พร้อมกับ
 
ลงนาม ในการก่อตั้ง ข้อตกลง ในการระงับ ข้อพิพาทด้วย อนุญาโตตุลาการนานาชาติ (Simultaneously signed the International Arbitration Agreement) ในเหตุการณ์ต่างๆ ที่อาจเป็น ข้อพิพาท ในอนาคต ระหว่างคู่กรณี ที่จะเกิดขึ้น หรือ มีตามมา คือ การ ที่จะให้ คำอธิบาย ในนิติกรรมนี้ (In this transaction) ว่า อย่างไร?

แค่เด็ก นักเรียนกฎหมาย ในหลักสูตร JD (Jurist Doctor, ปริญญาหมอความ) ปีที่หนึ่งของ มหาวิทยาลัยนิวยอร์ค ก็สามารถ ให้ คำตอบ ที่ถูกต้อง แก่ มหาชน ท่านผู้ฟัง และ ท่านผู้อ่าน ทั้งหลาย ได้แล้ว.

๑. ในบรรดานิติกรรมทั้งหลาย ในระดับนานาชาติ (In the context of ‘transaction’involving internationally in whole or in part) เรา สามารถ ที่จะจำแนกนิติกรรมดังกล่าว ออกเป็น นิติกรรม เพื่อแสดงว่า เป็น นิติกรรม ที่ทำขึ้น เกี่ยวกับ รัฐ โดยเฉพาะ (Specific for the sake of Public Interest) กับ นิติกรรม ที่ทำขึ้น เพื่อประโยชน์ในทางการค้า (transaction in Commercial activity) และ

๒. ในนิติกรรม ที่เกี่ยวข้อง หรือ เกี่ยวพัน กับ นิติกรรม ที่ทำขึ้น เพื่อประโยชน์ ในทางการค้า (transaction in Commercial activity) นั้น ย่อม เป็น เครื่องส่อแสดงว่า เป็น กิจกรรม ที่เกี่ยวกับ เอกชน กระทำการ กับ เอกชน (Individual vis a vis Individual)

๓. นิติกรรมดังที่กล่าวถึงนี้ จึงเป็น นิติกรรม ที่ต้องอยู่ ภายใต้บังคับของ กฎหมายเอกชน (transaction determined by Civil Law) หากเกี่ยวพัน กับ ต่าง- ประเทศ  ก็ ต้องอยู่ ภายใต้บังคับของ กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล (the Private International Law)

๔. เมื่อถามว่า กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล คืออะไร? เราก็สามารถหาคำตอบ มาตอบ ข้อข้องใจ ได้ว่า กฎหมายระหว่างประเทศ ในประเภทนี้ ก็คือ บรรดากฎหมายระหว่างประเทศ ที่เกี่ยวกับ การระงับข้อพิพาททั้งหลาย ด้วยสันติวิถี ในทางการค้า (the International Law that involves the Pacific Settlements in the Commercial Activities between Parties)

๕. ตัวกฎหมายระหว่างประเทศในประเภทนี้ ไม่มีหลักเกณฑ์ทางกฎหมายที่แน่นอนตายตัวในตัวเอง ต้องไปอาศัยหยิบยืม ข้อบังคับต่างๆทางกฎหมาย เพื่อให้เกิด สภาพบังคับมาจาก กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง (the Public International Law)

๖. เมื่อการลงนามในสัญญาในระหว่างประเทศใด ที่ทำขึ้นในระหว่าง รัฐ กับ เอกชน โดยชอบด้วยกฎหมาย ได้เกิด มี ได้ เกิดเป็นขึ้น และ ให้ประโยชน์ ในทางการค้า ไม่ว่าโดยตรง หรือ โดยอ้อม (Express or Imply) สัญญาเช่นที่ว่านั้น ที่ได้เกิดขึ้น เป็นเรื่องที่รัฐ ยอม ลด ตัวเอง ลง ให้มี ฐานะเทียบเท่า เอกชน รัฐ จึงไม่ อาจมี สถานะ เป็น สาธารณะ (Public ที่ต่างกับ Civil) อีกต่อไป นั่น คือ ไม่ อาจ อ้างเอา ความเป็น “รัฐ” ในกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมืองขึ้น มา ใช้บังคับ กับ ตัวเองได้อีกต่อไป

๗. ในอุทาหรณ์ ที่เกิดขึ้น ในรายละเอียดของ เรื่อง “อัคราไมน์นิ่งส์” ก็เช่นกัน เมื่อรัฐ คือ ประเทศไทย ได้ไป ลงนาม ให้ สิทธิในสัมปทาน แก่ เอกชน (ไม่ว่า เอกชนชาวต่างประเทศ หรือ เอกชนในประเทศ) ที่ว่ามานี้ เป็น การว่ากัน ตรงไปตรงมา ตามเนื้อผ้า หรือ เนื้อเรื่อง ไม่เข้าแก่ฝ่ายใด

๘. และ ยิ่งไปกว่านั้น ไปลงนามในสัญญา ที่ระงับข้อพิพาทต่างๆด้วย สันติวิถี (the Pacific Settlements) เพื่อการณ์ต่างๆ ที่จะมีมา ในอนาคต จึง ต้องตกอยู่ ภายใต้บังคับของ กฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีบุคคล ซึ่งเป็น เรื่อง ที่เอกชน ต้องไป ว่ากล่าว เอากันเอง ภายใต้บังคับ กฎหมายเอกชน (รัฐ ลด สถานะ ความเป็น รัฐลงมา เป็น เอกชน) ถ้าฝ่ายใด ที่เป็นรัฐ ไปก่อ ความเสียหายใดๆในการนี้ขึ้น  ต้องบังคับ ให้เป็น ไป ตามกฎหมายระหว่างประเทศแผนกคดีเมือง (the Public International Law)

๙. รัฐ คือ ประเทศไทย จึง ไม่อาจ อ้างเอา อำนาจความเป็นรัฐใดๆ ขึ้น ใช้ยัน ฝ่ายเอกชนว่า ตน เป็น รัฐ มี สถานะ อันเป็นพิเศษอย่าง “รัฐ” ต่อไปได้ กล่าวโดยสรุป ก็คือ รัฐ หรือ ประเทศไทย ไม่อาจใช้ หรือ อ้างเอา อำนาจตามกฎหมายจาก รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. ๒๕๕๗ มาตรา ๔๔ (ซึ่งเป็น กฎหมายชนเผ่าโบราณ มา ตั้งแต่สมัยอียิปต์ หรือ ไอยคุปต์ ที่มีที่เกิดราว -๑๕,๐๐๐ ปี ที่แล้ว มาใช้บังคับได้ อีกต่อไป เพราะคน ที่มีนามว่า “ประยุทธ” ไม่ใช่ ‘ฟาโรห์’) พ่อจอมคน ยอดขมองอิ่ม ของ น้องนาง  ที่มีความฉลาด ล้นเหลือ จนสามโลกตามไม่ทัน.!!!!!!!!!!. ..................... (มีต่อ)                         
[/b]
8
<a href="https://www.youtube.com/v/ajdbMt_u-9M&amp;feature=youtu.be&amp;gl=TH" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/ajdbMt_u-9M&amp;feature=youtu.be&amp;gl=TH</a>
9
<a href="https://www.youtube.com/v/kb0PY_M5I3o" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/kb0PY_M5I3o</a>
10
<a href="https://www.youtube.com/v/LB7dyhFtE7A&amp;feature=youtu.be" target="_blank" class="new_win">https://www.youtube.com/v/LB7dyhFtE7A&amp;feature=youtu.be</a>
Pages: [1] 2 3 ... 10